
ช่วงหลัง ๆ มานี้ ค่อนข้างจะได้ยินเสียงอวยคอนเทนต์ซีรีส์เกาหลีในแอปฯ Disney+ Hotstar หนาหูขึ้นทุกวัน นับจากที่ซีรีส์เรื่อง Moving (ที่ยังไม่มีโอกาสได้ดู) ลงสตรีม ด้วยตัวซีรีส์นั้นดี สนุก แถมยังกวาดรางวัลไปได้มากมาย ทำให้หลายคนเริ่มมองมาตรฐานของแอปฯ Disney+ Hotstar เปลี่ยนไป และทำให้โอกาสที่ฐานคนดูเก่าที่สมัครสมาชิกยาว ๆ ไว้ จะแวะเวียนกลับเข้ามาหาซีรีส์สนุก ๆ ดูอีกครั้งก็มีอยู่สูงด้วย ซึ่งตอนนี้ ก็มีซีรีส์อยู่เรื่องหนึ่งที่เพิ่งปล่อยสตรีมไปเมื่อวันพุธที่ผ่านมานี้เอง แต่ได้กลายเป็นไวรัลถูกพูดถึงในวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ จนต้องของลองเปิดดูบ้าง

A Shop for Killers เป็นเรื่องราวสุดทรหดของอาหลานคู่หนึ่งที่มีโอกาสได้พบกันครั้งแรกตอนที่หลานอายุปาเข้าไป 7 ขวบแล้ว ส่วนตัวอานั้นขาดการติดต่อกับครอบครัวไปนานเกือบ 8 ปี แต่การเจอกันของทั้งคู่กลับนำมาซึ่งหายนะ หลังจากที่รู้ว่าพ่อมีน้องชาย และเพิ่งได้เจอหน้าอาแท้ ๆ ของตัวเองที่ไม่กลับบ้านนานเกือบ 8 ปี ไม่นานนักครอบครัวของเขาและเธอก็ถูกสังหารเรียบ ทั้งแม่ (ย่า) พี่ชาย (พ่อ) และพี่สะใภ้ (แม่) เหลือเพียง 1 ชีวิตที่รอดมาด้วยความใจสู้และตัวเขาก็ยื่นมือเข้ามาปกป้อง ซึ่งก็คือหลานสาววัย 7 ขวบของเขานั่นเอง อาหลานที่ไม่เคยพบหน้ากันมาก่อน แถมมีประเด็นแย่งหมูสามชั้นกันกิน ก็มีอันต้องมาร่วมหัวจมท้ายกันไปยาว ๆ

จากเด็กน้อย 7 ขวบ โตเป็นเด็กสาวที่อายุราว ๆ 20 เข้าไปแล้ว และเข้ามาเรียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยในเมืองหลวง แต่แล้ววันหนึ่ง เธอได้รับโทรศัพท์จากตำรวจท้องถิ่นแจ้งว่าคุณอาของเธอเสียแล้วจากการฆ่าตัวตาย เขาดูเป็นคนลึกลับก็จริง แต่ไม่เคยมีวี่แววว่าเขาจะคิดสั้นสักแม้แต่ครั้งเดียว การตายของอาจึงเป็นปริศนาอย่างหนึ่งที่เธอแอบสงสัย หลังจากสูญเสียอาที่เป็นคนดูแลมาตั้งแต่กำพร้าพ่อแม่ เธอกลับมาบ้านที่เคยอาศัยอยู่กับอา แล้วได้พบกับความงุนงงครั้งใหญ่ เมื่อเธอถูกจู่โจมจากเหล่าฆาตกรและมือสังหารอาวุธครบมือ พร้อมกับค้นพบร้านค้าออนไลน์ปริศนาที่อาของเธอเป็นผู้ดูแล แท้จริงแล้วมันคือเว็บค้าอาวุธสำหรับนักฆ่า เพื่อที่จะมีชีวิตรอดต่อไปเธอจึงต้องตามล่าหาความจริงให้ได้
เธอไม่ใช่แมลงปอ ดวงตามนุษย์ไม่อาจเห็นทุกอย่างได้ อย่าเข้าใจผิดไป จุดบอดยังไงก็ต้องมี แต่ถ้าใช้จุดบอดได้ถูกต้องเหมือนกับที่พระเอกในหนังทำ ถึงจะอยู่ในกองไฟ เธอก็รอด

การจากไปอย่างกะทันหันของย่าและพ่อแม่ ทำให้นางเอกที่อยู่ในวัยเด็กน้อยต้องย้ายมาอยู่กับญาติเพียงคนเดียวที่มีอยู่อย่างอาของเธอเอง อาที่เพิ่งจะปรากฏตัวให้ได้รู้จักไม่นานนัก ผู้ชายตัวโต ๆ ที่ทำตัวมีลับลมคมใน บุคลิกห่าม ๆ ยิ้มยาก ท่าทางแข็งกระด้างเย็นชา และออกจะโหดอยู่หน่อย ๆ ต้องมารับหน้าที่เป็นผู้ปกครองของหลานสาววัย 7 ขวบ เป็นอะไรที่โคตรจะขัดแย้ง ไม่เห็นภาพว่าเขาจะเลี้ยงหลานคนนี้ให้โตไปเป็นผู้เป็นคนยังไง แต่ถึงงั้นเขาก็จะทำหน้าที่ตามบทบาทให้ดี เพราะเด็กน้อยไม่เหลือใครแล้ว ยกเว้นเขาที่เป็นสายเลือดเดียวที่เหลืออยู่ของเธอ และไม่แน่ว่า มันอาจเป็นความผิดของเขาทั้งหมดที่ทำให้เธอสูญเสียทุกอย่างแถมยังถูกล่าอีก เขาจึงต้องรับผิดชอบ
บอกตามตรงว่าตอนแรกที่เห็นแค่ภาพนิ่งโปสเตอร์ที่ใช้โปรโมตซีรีส์ ก็ยังไม่อินกับเคมีอาหลานคู่นี้เท่าไรนัก แต่พอมาเปิดดูซีรีส์ ได้เห็นเรื่องราวต่าง ๆ ที่บอกเล่าความสัมพันธ์ของสองคนนี้ บวกกับการแสดงของนักแสดง ภาพความเป็นอาหลานก็เริ่มชัดเจนขึ้น “อีดงอุค” กับน้องหนู “อันเซบิน” หลานสาวพาร์ตเด็ก หรือจะ “คิมฮเยจุน” หลานสาวพาร์ตโต ก็ดูมีความเข้ากัน ถึงจะมีความขัดกันเองของคาแรกเตอร์สองคนนี้ แต่คนดูจะสามารถสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นที่มาจากข้างในหัวใจคนเป็นอา หน้าโหดแต่รักและหวังดีกับหลาน อยากให้หลานแข็งแกร่งเอาตัวรอดเป็น ก็คงเพราะเผื่อไว้ในวันที่ไม่มีอาปกป้อง ส่วนหลานที่ดูกวน ๆ แสบ ๆ ก็ต้องเชื่อใจกับอาคนนี้ อาว่าไงหลานต้องว่าตาม

อย่างเรื่องการสอนหลาน แน่นอนแหละว่าเพราะอาเป็นคนแบบนั้น (และหลานก็เป็นคนแบบนี้) หลานก็เลยถูกอาเลี้ยงมาจนโตด้วยวิธีแปลก ๆ ยิ่งช่วงที่มาอยู่ด้วยกันใหม่ ๆ แล้วหลานมีอาการช็อกจากการโดนตามฆ่า พ่วงกับภาวะสูญเสียพ่อแม่ ทำให้หลานพูดไม่ได้ไปพักหนึ่ง ความสัมพันธ์ของอาหลานคู่นี้ดูอึดอัดสุด ๆ หลานไม่พูด ส่วนอาก็ชายโสดที่ไม่รู้จะเข้าหาหลานตัวน้อยยังไง พวกเขาแทบไม่ได้ใช้เวลาครอบครัวอยู่ด้วยกัน แต่เมื่อหลานจะใช้เงินซื้อของนอกเหนือจากที่อาให้ไปโรงเรียน ก็จะแปะกระดาษโน้ตขอเงินไว้ที่ตู้เย็น แต่ก็นะ ด้วยความที่หลานก็แสบ ราคาของเริ่มแพงขึ้นเรื่อย ๆ อาจับไต๋ได้ เลยแปะของที่หลานขอเงินซื้อไว้ให้แทนเงินซะเลย 555
ต่อมาหลานตัวน้อยถูกเพื่อนที่โรงเรียนแกล้งขังไว้ในห้องเก็บอุปกรณ์ที่โรงเรียน ไม่มีใครรู้ว่าเธอถูกขังไว้ที่ไหนเพราะเธอร้องขอความช่วยเหลือไม่ได้ แต่เมื่อความกลัวคืบคลานเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ บีบคั้นให้เธอต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อเอาตัวรอดไปจากที่นั่น เด็กน้อยก็ค่อย ๆ เค้นชื่ออาออกมาทีละคำ ใช่แล้ว! เด็กน้อยกลับมาพูดได้อีกครั้งเพราะสถานการณ์มันบีบให้เธอต้องหาทางเอาตัวรอดให้ได้

และอีกประเด็นที่น่าสนใจก็คือ อามักจะสอนหลานด้วยการยกตัวอย่างจากธรรมชาติและสัญชาตญาณของสัตว์เสมอ ครั้งหนึ่งตอนหลานยังเด็ก อาสอนให้หลานแข็งแกร่งดุจสิงโต ที่ถึงแม้ว่ามันกำลังจะตายในอีกไม่กี่อึดใจ แต่สิงโตกลับอยู่ในความสงบเงียบ ไม่ได้ส่งเสียงดังเหมือนศัตรูที่กำลังจะโจมตีมัน เพราะมีแต่ผู้ที่อ่อนแอเท่านั้นที่จะเห่าหอน และอีกครั้งตอนหลานโตแล้ว เขาสอนให้หลานรู้จักใช้ประโยชน์จากจุดบอด และย้ำเตือนกับหลานว่าคนเราไม่ใช่แมลงปอ อย่าประมาทว่าไม่มีอะไรที่เล็ดลอดสายตาไปได้ ยังไงก็ยังมีจุดบอด และจงใช้จุดบอดนั้นพาตัวเองออกจากอันตราย
ไม่ต้องกลัว สิ่งที่ทำให้เรากลัว จะทำให้เราลืมตามองมันและเผชิญหน้ากับมัน
ขึ้นชื่อว่าเด็ก แถมยังต้องวิ่งหนีนักฆ่าตั้งแต่ตัวเท่าเมี่ยง มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะบอกกับเด็กว่าไม่ต้องกลัว แต่สำหรับชายโสดที่ไม่คุ้นเคยกับเด็ก และตัวเขาเองก็เหมือนจะรู้อยู่แล้วว่ามันอาจเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับครอบครัวของเด็กน้อย ก็ไม่มีคำพูดไหนจะปลอบใจเด็กได้ดีเท่านี้อีกแล้ว เขาเลยพยายามสอนหลานให้เผชิญหน้ากับความกลัว ความกลัวนี่แหละที่จะบีบให้เราจนตรอกจนต้องสู้ สู้กับมัน ต้องแข็งแกร่งให้ได้ ถึงจะอยู่รอดปลอดภัย

เพราะฉะนั้น ในวัยเด็กของนางเอกตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับอาจอมโหดจึงต้องสู้ชีวิตด้วยตัวเองมาโดยตลอด เพราะอาของเธอไม่ได้เลี้ยงเธอแบบเด็กน้อยที่จะต้องคอยประคบประหงม คอยปลอบคอยโอ๋เวลาเจ็บตัว แต่ล้มลงไปเองก็ต้องลุกขึ้นมาเองให้ได้ ก็อย่างที่บอกว่าทีแรกสถานการณ์ความสัมพันธ์ของอาหลานคู่นี้ค่อนข้างอึดอัดจากการที่หลานพูดไม่ได้และคิดว่าอาไม่รักตัวเอง ส่วนอาก็ไม่พยายามเลยที่จะ (แสดงออกว่า) ปกป้องหลาน ทุกอย่างมันเลยอึมครึมไปหมด เหมือนคนที่โกรธกันแต่ไม่ยอมพูดคุยเพื่อปรับความเข้าใจ จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ในห้องเก็บอุปกรณ์ที่โรงเรียนหลานนั่นแหละ ทั้งคู่ถึงยอมเปิดใจคุยกัน

ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว ขอขยายความเหตุการณ์ในห้องเก็บอุปกรณ์อีกสักหน่อยแล้วกัน นี่นับเป็นเหตุการณ์ที่พิสูจน์คำสอนของอาเลยนะ ว่าสุดท้ายความกลัวจะกลายเป็นสิ่งที่ทำให้เราลืมตามองและเผชิญหน้ากับมัน แม้ว่าเวลานี้คนดูอย่างเราจะไม่รู้ว่าหมาคาบท่อนแขนที่นางเอกตอนเด็กเห็นมีนัยว่าอะไร คืออะไร เพราะหมาชอบปรากฏขึ้นมาเวลาที่นางเอกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เหมือนเห็นหมาเมื่อไรต้องหนีอะไรอย่างนั้นเลย เป็นเหตุให้นางเอกที่ทีแรกกะจะนั่งรอให้มีคนมาเปิดประตูห้องเก็บอุปกรณ์ในตอนเช้า ต้องเค้นพูดเรียกชื่ออาออกมา เพื่อขอความช่วยเหลือ และด้วยเสียงเรียก อาก็มาช่วยเธอออกจากห้องนั้นได้จริง ๆ

ถึงความสัมพันธ์ของอาหลานคู่นี้จะดูมืดมนในช่วงแรก ๆ และค่อย ๆ สว่างขึ้นหลังจากปรับความเข้าใจกัน จนกลายเป็นคู่อาหลานที่คนดูประทับใจ เพราะศีลเสมอกันเหลือเกิน 555 อาก็กวน หลานก็แสบ โตมาด้วยกันแบบเป็นมิตรกันดี อาที่ยิ้มยากและเป็นผู้ชายห่าม ๆ แต่เชื่อว่าหลานก็ดูออกแหละว่าภายใต้ความเย็นชาเต็มไปด้วยการใส่ใจตัวโต ๆ และทำทุกอย่างก็เพื่อหลานทั้งนั้น ส่วนหลานที่ถูกเลี้ยงอยู่เป็นเอาตัวรอดได้ ก็ทั้งรักและผูกพันกับอามาก แม้จะไม่ค่อยเข้าใจนักว่าอาจะสอนทักษะการเอาตัวรอดให้ตัวเองทำไมมากมาย ตอนที่รู้ว่าอาจากไปแล้ว แถมจากไปแบบฆ่าตัวตายอีกต่างหาก ก็ถึงขั้นร้องไห้ออกมาว่าแล้วต่อจากนี้ตัวเองจะอยู่ด้วยตัวคนเดียวยังไง
ฉันไม่ใช่พ่อแม่เธอและไม่มีวันเป็นได้ เพราะงั้น ฉันไม่สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ที่พ่อแม่เธอเคยทำให้ได้
จริง ๆ แล้ว คำพูดนี้มันเป็นคำพูดที่ฟังแล้วแรงสำหรับเด็กนะ แถมยังพูดใส่หลังจากที่หลานสะดุดหกล้มเจ็บตัวด้วย เด็กที่ยังคิดซับซ้อนไม่เป็น ได้ยินอะไรมาก็คิดชั้นเดียว อาพูดแบบนี้ใส่อาจคิดว่าอาไม่รัก หรือคิดว่าตัวเองอาจเป็นตัวถ่วงที่ทำให้อาต้องมาติดแหง็กอยู่ด้วย และคงจะคิดแหละว่าหลังจากนี้ ตัวเองคงจะต้องเติบโตไปแบบที่รู้สึกโดดเดี่ยวมากแน่ ๆ มันเหมือนคำพูดที่บอกว่าเราต่างคนต่างอยู่เถอะนะ เพราะฉันไม่ใช่พ่อแม่เธอและไม่มีวันเป็นพ่อแม่ได้ อะไรที่พ่อแม่เธอเคยทำให้ ฉันทำให้ไม่ได้ เอ้อ! ขนาดล้มลงไปดังแอ้กขนาดนั้นยังไม่มาช่วยพยุงเลยด้วยซ้ำ สายตาก็ไม่ได้ดูเป็นห่วงเป็นใยเลยสักนิด (ตอนดูฉากนี้แอบน้ำตาซึม เพราะเด็กน้อยก็ทำหน้าเหมือนจะเบะด้วย)

ทว่า…ภายใต้ความเย็นชานั้น มีคนแอบรู้สึกผิดที่ทำกับเด็กน้อยแบบนั้นอยู่จ้า แล้วก็นั่นแหละ การตีความของเด็กกับความหมายที่แท้จริงที่ผู้ใหญ่จะสื่อสารมันไม่ตรงกัน คำพูดนั้นของอา มันหมายความว่าตัวเขาไม่ใช่พ่อแม่ และจะไม่มีวันแทนที่พ่อแม่ของเธอได้ เพราะฉะนั้น อย่าคาดหวังว่าการที่มีเขาเป็นผู้ปกครองแล้วเขาจะทำทุกสิ่งทุกอย่างแบบที่พ่อแม่เธอทำให้ แต่…เขาก็จะทำให้ดีที่สุดในฐานะ “อา” และที่สำคัญ เธอจะต้องเข็มแข็ง ต้องปกป้องตัวเองให้ได้ จงเติบโตและเรียนรู้ที่จะลุกขึ้นมาด้วยตัวเอง ถึงจะดูใจร้ายไปหน่อย แต่เธอต้องแก้ไขทุกอย่างให้ได้ด้วยตัวเธอเอง เขาคงหวังว่าสักวันหนึ่ง หลานที่โตขึ้นจะเข้าใจในสิ่งที่เขาทำ

ด้วยเหตุนี้ นางเอกเลยโตมาแบบนักสู้ชีวิตที่ผ่านการล้มลุกคลุกคลานให้ตัวเองแข็งแกร่งตามมาตรฐานของอา และดดูเหมือนว่าอาจะค่อย ๆ ฝึกหลักสูตรนักฆ่าให้หลานได้รู้ด้วย โดยที่ตัวหลานเองน่าจะไม่รู้ว่าตัวเองต้องฝึกโหด ๆ แบบนั้นไปทำไม เพราะตัวนางเอกที่อยู่กับอามาเป็นสิบปียังบอกเลยว่าตัวเองแทบไม่รู้จักตัวตนของอา ไม่เคยรู้เลยว่าจริง ๆ อาทำงานอะไร เขาบอกว่าทำธุรกิจขายสายยางการเกษตร เธอก็รู้เท่าที่อาอยากให้รู้ กระทั่งอาตาย ความจริงถึงเปิดเผยว่าเบื้องหลังเว็บขายสายยางการเกษตร คือเว็บไซต์ขายอาวุธเถื่อน และมันก็ไม่ใช่เว็บมืดธรรมดา ๆ เพราะเธอต้องกลับไปวิ่งหนีตายอีกครั้งจากการโดนตามฆ่า เพื่อเอาตัวรอด เธอจะต้องงัดทุกอย่างที่อาเคยสอนไว้มาใช้งานให้หมด!
ส่วนตัว เชื่อว่านางเอกฉลาดพอที่จะค่อย ๆ ปะติดปะต่อเรื่องราวตั้งแต่สมัยที่ถูกตามฆ่าตอนยังเด็ก กับการถูกกระหน่ำยิงรัว ๆ ในเวลานี้ หลังจากมาอยู่กับอา แม้ว่านางเอกจะถูกฝึกให้รู้จักเอาตัวรอดมาตลอด แต่เธอแทบไม่เคยต้องงัดสกิลเหล่านั้นออกมาใช้เลย เหตุการณ์สงบดีมาจนถึงเธอโตเป็นสาว แต่เมื่ออาตาย เธอก็ตกเป็นเป้าการโจมตีอีกครั้งแบบงง ๆ แต่ตอนนี้เธอพบความจริงแล้วว่าอาของเธอทำอะไร เธอจึงต้องปรับตัว และใช้สกิลทั้งหมดที่ตัวเองมีเพื่อเอาตัวรอด รวมถึงการตัดสินใจเกี่ยวกับมรดกคลังอาวุธที่อาของเธอทิ้งไว้ด้วย เธอจะรับช่วงต่อในฐานะทายาทที่อาปั้นมาเองกับมือเพื่อไปถล่มพวกมันหรือจะหนีเพื่อเอาตัวรอดอย่างเดียว ก็ให้คุกกี้ทำนาย🔫💣🗡






























