อาการเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติที่อาจถึงแก่ชีวิต สามารถเกิดขึ้นกับใครที่ไหนก็ได้ ซึ่งเมื่อพบผู้ป่วยที่มีอาการฉุกเฉินวิกฤติและคาดว่าจำเป็นต้องได้รับการรักษาทันที ต้องรีบนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดโดยเร็วที่สุด เพราะถ้าช้าเกินไปอาจไม่ทันการ ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าผู้ป่วยมีอาการอยู่ในระดับวิกฤติที่อาจถึงแก่ชีวิตจริง ๆ ไม่จำเป็นต้องมามัวเสียเวลาหาว่าผู้ป่วยมีสิทธิการรักษาใดอยู่ เพื่อที่จะได้ส่งไปรักษาถูกโรงพยาบาล เพราะคนไทยทุกคนมีสิทธิ UCEP ที่สามารถเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลใดก็ได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ในกรณีที่อยู่ในภาวะฉุกเฉินวิกฤติ
สำหรับ สิทธิ UCEP (Universal Coverage for Emergency Patients) คือ สิทธิการรักษาตามนโยบายรัฐเพื่อคุ้มครองผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ ให้สามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล “ทุกแห่ง” ที่ใกล้ที่สุดได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายจนพ้นภาวะวิกฤติและสามารถเคลื่อนย้ายได้อย่างปลอดภัย แต่ไม่เกิน 72 ชั่วโมง
ประชาชนไทยทุกคน ไม่ว่าจะมีสิทธิการรักษาใด ๆ ทั้งสิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สิทธิบัตรทอง บัตร 30 บาท) ประกันสังคม สวัสดิการข้าราชการ พนักงานส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ ฯลฯ หากมีอาการเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติถึงแก่ชีวิต หรือประสบอุบัติเหตุร้ายแรง สามารถเข้ารับการรักษาได้ทุกโรงพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชนที่ใกล้ที่สุดโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ยื่นเพียงบัตรประชาชนใบเดียวและแจ้งใช้สิทธิ UCEP ตามนโยบายเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ คนไทยทุกคนมีสิทธิทุกที่ และเมื่ออาการพ้นวิกฤติ 72 ชั่วโมง จะเคลื่อนย้ายไปรักษาต่อที่หน่วยบริการประจำ
แต่…ย้ำ! ต้องฉุกเฉินระดับวิกฤติถึงแก่ชีวิตเท่านั้น หากป่วยฉุกเฉินแต่ “ไม่วิกฤติถึงแก่ชีวิต” สามารถเข้ารับการรักษาได้ที่โรงพยาบาลรัฐที่ใกล้ที่สุด ไม่จำกัดจำนวนครั้ง โดยยื่นเพียงบัตรประชาชนใบเดียว
6 อาการเข้าข่ายภาวะฉุกเฉินวิกฤติ ที่สามารถขอใช้สิทธิ UCEP ได้
- หมดสติ ไม่รู้สึกตัว ไม่หายใจ
- หายใจเร็ว หอบเหนื่อยรุนแรง หายใจติดขัดมีเสียงดัง
- เจ็บหน้าอกเฉียบพลัน รุนแรง
- ซึมลง เหงื่อแตก ตัวเย็น หรือมีอาการชักร่วม
- แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก พูดไม่ชัดแบบปัจจุบันทันด่วน หรือชักต่อเนื่องไม่หยุด
- มีอาการอื่นที่มีผลต่อการหายใจ ระบบการไหลเวียนโลหิต และระบบสมอง ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต
ขั้นตอนการใช้สิทธิ UCEP
- พาผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติเข้าโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
- ให้โรงพยาบาลประเมินอาการและคัดแยกระดับความฉุกเฉิน
- ศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิ ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติตรวจสอบความถูกต้องครบถ้วนของข้อมูล
- กรณีเข้าเกณฑ์ฉุกเฉินวิกฤติ จะได้รับความคุ้มครองตามสิทธิ UCEP ทันที แต่ไม่เกิน 72 ชั่วโมง
- กรณีไม่เข้าเกณฑ์ฉุกเฉินวิกฤติ ให้รีบประสานโรงพยาบาลตามสิทธิ หากประสงค์รักษาต่อต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง
หมายเหตุ: ในกรณีที่ผู้ป่วยมีสิทธิได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถหรือตามกฎหมายว่าด้วยประกันชีวิต ให้ใช้สิทธิดังกล่าวก่อน
หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
1. สายด่วน สปสช. 1330 (ตลอด 24 ชม.)
2. ช่องทางออนไลน์
- ไลน์ สปสช. พิมพ์ไลน์ไอดี @nhso หรือคลิก https://lin.ee/zzn3pU6
- Facebook: สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ https://www.facebook.com/NHSO.Thailand
3. ศูนย์ประสานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (ศคส.สพฉ.) โทร. 02-872-1669 หรือ E-mail [email protected] ติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ มีสิทธิทุกที่โดยไม่ต้องสำรองจ่าย
หมายเหตุ: เนื่องจากการประเมินระดับความฉุกเฉิน โรงพยาบาลจะเป็นผู้ประเมินและคัดแยกระดับความฉุกเฉิน แต่หากประชาชนต้องการอุทธรณ์ผลการพิจารณาระดับความฉุกเฉิน แนะนำติดต่อศูนย์ประสานงานคุ้มครองสิทธิผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤติ สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (ศคส.สพฉ.) เบอร์ 02-872-1669 ตลอด 24 ชม. หรือส่ง e-mail [email protected]






























