ทำไมต้องกิน “ยานอนหลับ” !!

เริ่มเข้านอน จะนอนหลับยาก ต้องใช้เวลานานๆ กว่าจะหลับ โดยทั่วๆ ไป เมื่อเข้านอนแล้ว ถ้าใช้เวลา 45-60 นาทีแล้ว ยังไม่สามารถหลับได้ จะจัดว่าเป็นคนที่นอนหลับยาก

อาการนอนไม่หลับ (insomnia) เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่พบได้บ่อยในสังคมยุคปัจจุบัน ที่ต้องดิ้นรนต่อสู้ และแข่งขันกันอย่างมากมาย โดยเฉพาะในช่วงที่เกิดปัญหาหรือเป็นช่วงวิกฤติของชีวิต ซึ่งจะพบได้มากขึ้นในบุคคลที่มีอายุมากขึ้น ที่อยู่อาศัยในเมืองใหญ่ และพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย หรือในสภาวะแวดล้อมภายนอกที่วิกฤติเป็นปัญหาอุปสรรค เช่น ภาวะเศรษฐกิจถดถอย น้ำมันแพง สึนามิ เป็นต้น

ชนิดของการนอนไม่หลับ
การนอนไม่หลับอาจแบ่งเป็น 3 ชนิดใหญ่ ดังนี้
1. เมื่อเข้านอนแล้วหลับได้ยาก
หมายถึง ในตอนเริ่มเข้านอน จะนอนหลับยาก ต้องใช้เวลานานๆ กว่าจะหลับ โดยทั่วๆไป เมื่อเข้านอนแล้ว ถ้าใช้เวลา 45-60 นาทีแล้ว ยังไม่สามารถหลับได้ จะจัดว่าเป็นคนที่นอนหลับยาก
2. หลังจากที่นอนหลับไปแล้ว เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วนอนต่อไม่ได้
ในกรณีนี้จะไม่มีปัญหาตอนเข้านอน แต่เมื่อนอนหลับไปสักระยะหนึ่ง จะมีเหตุทำให้ต้องตื่นมากลางดึก และเมื่อเข้านอนอีกครั้งก็ไม่สามารถนอนต่อได้ หรือต้องใช้เวลาอีกนานจึงจะหลับต่อได้ ทำให้ระยะเวลาในการพักผ่อนลดลงจากปกติ หรือน้อยกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน (ซึ่งถือว่าในแต่ละวันควรได้รับการพักผ่อนนอนหลับวันละ 6-8 ชั่วโมงในคนทั่วไป)
3. ประเภทตื่นบ่อย
โดยมากมักจะตื่นบ่อยคืนหนึ่งหลายๆครั้ง การที่ตื่นบ่อยๆ จะทำให้การนอนหลับสนิทหรือหลับลึกได้น้อย เป็นเพียงแค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น ซึ่งไม่เพียงพอ ถ้าคืนหนึ่งตื่นมากกว่า 5 ครั้ง ก็จะถือว่าเป็นปัญหาการนอนไม่หลับชนิดนี้

ผลกระทบจากการนอนไม่หลับ
การนอนไม่หลับทั้งสามชนิดนี้ล้วนทำให้ช่วงระยะเวลาที่ร่างกายได้พักผ่อนหรือเวลาหลับสนิทลดน้อยลงกว่าปกติ ส่งผลต่อความพร้อมและความสดชื่นของสมองและส่วนต่างๆ ของร่างกาย ทำให้รู้สึกไม่สดชื่น แจ่มใส ง่วงเหงา หาวนอน ขาดสมาธิในการทำงาน ส่งผลเสียต่อคุณภาพชีวิตและคุณภาพการทำงานได้

สาเหตุของการนอนไม่หลับ
การนอนไม่หลับมีสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากความกังวลหรือความเครียด การกินสารกระตุ้นการทำงานของร่างกาย และพฤติกรรมการนอนหลับหรือลักษณะจำเพาะของแต่ละคน
ความกังวลหรือความเครียด เป็นต้นเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด โดยเฉพาะในสภาวการณ์ปัจจุบันที่รีบเร่ง เร่งรัด แข่งขัน วัตถุนิยม น้ำมันแพง หรือปัญหาสามี-ภรรยา ปัญหาลูกหลาน เป็นต้น ทำให้เกิดความเครียดหรือกังวลเกินควร ส่งผลให้เกิดการนอนไม่หลับ ซึ่งอาจทำให้มีอาการผิดปกติอื่นๆของร่างกายร่วมด้วย เช่น ปวดหัวตึงเครียด โรคแผลในระบบทางเดินอาหาร เป็นต้น

การแก้ปัญหาการนอนไม่หลับ
การแก้ปัญหาการนอนไม่หลับสามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม คือ
1. การรักษาโดยไม่ต้องใช้ยา
2. การใช้ยานอนหลับ

การใช้ยานอนหลับ
ยานอนหลับ คือ ยาที่ออกฤทธิ์ทำให้ง่วงนอน และมักช่วยบรรเทาอาการตึงเครียดได้อย่างดีอีกด้วย ปัจจุบันมียานอนหลับหลายชนิดด้วยกัน ในทางการแพทย์เราถือว่า ยากลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ต้องระมัดระวังในการใช้ โดยจะต้องอยู่ในความดูแลสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น ไม่สามารถซื้อได้ด้วยตนเองจากร้านขายยาทั่วไป

ดังนั้นในกรณีที่มีการจำหน่ายในร้านขายยา จึงเป็นการลักลอบจำหน่ายโดยไม่มีใบสั่งแพทย์ ซึ่งถือเป็นความผิดต่อกฎหมายบ้านเมืองอย่างรุนแรง

การดื้อยา คือเมื่อใช้ยาติดต่อกันสักระยะหนึ่งโดยใช้ยาในขนาดเท่าเดิมแต่ได้ผลน้อยลง ต้องใช้ยาในขนาดที่สูงขึ้นๆ เรื่อยๆ จนอาจเกิดพิษจากยาได้
การติดยา คือเมื่อใช้ยาติดต่อกันสักระยะหนึ่งแล้ว หยุดไม่ใช้ยา อาจทำให้นอนไม่หลับ จึงต้องใช้ยาอยู่ตลอดทุกวัน เหมือนกับการติดยาหรือต้องพึ่งยาจึงจะช่วยให้นอนหลับได้

ในกรณีที่นอนไม่หลับติดต่อกันนานกว่า 2 สัปดาห์ และส่งผลต่อการทำงานตามปกติ ควรปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกรชุมชนที่ประจำอยู่ตามร้านขายยา ที่พร้อมให้คำปรึกษาในเรื่องสุขภาพแก่ท่านทุกเมื่อ

ที่มา : doctor.or.th
ภาพประกอบ : pixabay.com