Home Inspiration ชะนีติดซีรีส์ The Worst of Evil ตำรวจในรังโจร ขยันสร้างจังหวะหมิ่นเหม่ซะเหลือเกิน!

The Worst of Evil ตำรวจในรังโจร ขยันสร้างจังหวะหมิ่นเหม่ซะเหลือเกิน!

จำได้ว่าคอลัมน์นี้เคยพิสูจน์ไปหลายต่อหลายครั้งแล้ว ว่าการเปิดซีรีส์ดูเพราะผู้ชายในซีรีส์มีอยู่จริง มาจนถึงวันนี้ผู้ชายที่เชื้อเชิญให้เปิดซีรีส์เรื่อง The Worst of Evil ขึ้นมาดู ไม่ใช่พระเอกกับพระรองอีกต่อไป แต่ดันเป็นพระเอกกับวายร้ายแทน 555 ไม่รู้ว่าใครช่างเลือกให้ 2 คนนี้มาลงซีรีส์ประกบกัน ความว้าวุ่นเลยเกิดขึ้นในใจคนดูล่ะทีนี้ เลือกไม่ได้เลยว่าจะแฮชแท็กทีมไหนดี ตำรวจหรือมาเฟีย? ตำรวจก็นิ่ง เท่ ถึงจะดูหัวร้อนแต่ก็มีมาดสุขุม ส่วนพ่อมาเฟียก็กร้าวใจเกิน ไม่มีมุมไหนดูละมุนหรืออ่อนโยนเลย แต่บุคลิกเขาชวนฝันมาก ที่สำคัญ 2 คนนี้เข้าฉากคู่ทีไรมีเรื่องให้ลุ้นตลอด มีจังหวะนรกเยอะแยะมากที่พระเอกของเราเกือบถูกจับได้ จะบ้าตาย

The Worst of Evil เป็นซีรีส์ที่เล่าเรื่องราวช่วงยุค 90 ย่านคังนัม โซล เกาหลีใต้ ซึ่งมีแก๊งอาชญากรยาเสพติดที่คุมวงจรการค้ายาระหว่างประเทศเกาหลี-ญี่ปุ่น-จีน กำลังเรืองอำนาจ เพื่อกวาดล้างแก๊งยาเสพติดข้ามชาตินี้แบบถอนรากถอนโคนความโสมมให้สิ้นซาก หน่วยงานตำรวจปราบรามยาเสพติดจึงใช้วิธีให้ตำรวจนายหนึ่งแฝงตัวเข้าไปอยู่ในแก๊งเพื่อล้วงความลับต่าง ๆ และเปิดโปงขบวนการค้ายาแบบจับให้ได้คาหนังคาเขาเลยยิ่งดี ด้วยความพยศของพระเอก เขาเป็นตำรวจคนแรกที่ถูกนึกถึงให้เข้าร่วมภารกิจนี้

ภาพจาก FB: Disney+ Hotstar

จีชางอุค กับบทของ “พัคจุนโม” ตำรวจสายสืบชั้นผู้น้อยที่ประจำการอยู่สถานีตำรวจในพื้นที่ที่เรียกกันว่าบ้านนอก โดยเขามีปมชีวิตเรื่องที่ตำแหน่งหน้าที่การงานของเขานั้นต่ำต้อยกว่าภรรยาที่เป็นตำรวจเหมือนกัน ซึ่งมันมีเหตุผลอยู่ว่าทำไมเขาถึงไม่ได้เลื่อนขั้นเสียที การที่เขาเป็นตำรวจชั้นผู้น้อย ห่างไกลจากการเลื่อนขั้น ทำให้เขาตกเป็นเหยื่อการเย้ยหยันของครอบครัวภรรยาซึ่งเป็นตำรวจกันทั้งตระกูลอยู่เสมอ เจอหน้ากันทีไรก็มีแต่แซะและเหยียบย่ำเรื่องที่เขาเป็นตำรวจที่ยศตามเมียไม่ทัน นั่นทำให้ข้อเสนอเรื่องการเลื่อนขั้นจูงใจเขามากพอที่จะบุกรังโจร

ส่วน วีฮาจุน เป็นหัวหน้าแก๊งมาเฟียผู้ทะเยอะทะยาน เขาไต่เต้าจากดีเจที่เปิดเพลงในผับขึ้นมาเป็นหัวหน้าแก๊งมาเฟีย คุมสถานบันเทิงยามค่ำคืนในย่านคังนัมหลายแห่ง ด้วยความโหดโฉดและเจ้าเล่ห์ เขาจัดการหัวหน้าแก๊งคนก่อน และสร้างเครือข่ายขยายอิทธิพลไปถึงญี่ปุ่นและจีน ด้วยผลิตภัณฑ์ที่สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ มันก็คือคังนัมคริสตัลที่กำลังเป็นที่นิยมในหมู่นักเที่ยวกลางคืน แท้จริงแล้วมันคือยาไอซ์เกรดพรีเมียมที่มีความบริสุทธิ์ 95 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ แค่ปีเดียว เขาก้าวขึ้นมาเป็นนักเลงคุมย่านคังนัมอย่างสมบูรณ์ เป็นที่หมายหัวของเหล่าตำรวจว่าต้องจัดการเขาให้ได้ เพื่อทลายแก๊งยาเสพติดให้สิ้นซาก

เราเป็นตำรวจนะ จะให้ทำเรื่องขายหน้าแบบนั้นได้ไง

ภาพจาก FB: Disney+ Hotstar

ขายหน้าน่ะเรื่องเล็กมากพ่อคุณ ทั่วโลกมีตำรวจไม่น้อยที่ยอมขายได้แม้กระทั่งศักดิ์ศรีและวิญญาณให้กับเงินและอำนาจได้แบบไม่รู้จักสำนึกและกระดากอายอะไรเลย ก็นะ! มันเป็นธรรมดาของพระเอกที่เป็นตำรวจน้ำดี ไม่ง่ายที่ทำใจฝืนจุดยืนตัวเองแทรกซึมเข้าไปเป็นสมาชิกแก๊งโจร โดยเฉพาะแก๊งโจรนี่ดันมีจุดแข็งอยู๋ที่ยาเสพติดด้วย จุดแข็งของแก๊งโจรดันเป็นจุดอ่อนของเขา เขาเกลียดยาเสพติดมาก ๆ เพราะมันทำให้ชีวิตของเขาพัง และต้องมาติดแหง็กอยู่กับยศเดิมที่ไม่ได้เลื่อนมาเป็นชาติแล้ว เขาอดทนมากกับการมองดูภรรยาตัวเองก้าวหน้าในอาชีพการงานเรื่อย ๆ เป็นเจ้าหน้าที่ยศสูงก็จริง แต่เขาก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปทนดูทนเห็นในสิ่งที่ตัวเองเกลียดอย่างยาเสพติดได้เหมือนกัน

แต่…ข้อเสนอที่เขาได้รับมามันก็ยั่วยวนใจไม่น้อย หากเขาทำภารกิจลับนี้สำเร็จ เขาจะได้รับการเลื่อนขั้น 2 ขั้น เขาจึงยอมที่จะลดทิฐิตัวเองลงแล้ววางแผนเดินหน้าเข้ารังโจรเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของตัวเอง เพราะเขาก็ไม่อยากให้ภรรยาของเขาต้องมาคอยอารมณ์เสียใส่พี่น้องในครอบครัวที่จ้องแต่จะแซะและจิกกัดที่ตัวเขาเป็นตำรวจที่ก้าวหน้าไม่ทันภรรยา เป็นสามีไม่เอาไหนที่ไม่เคยจะพิสูจน์ตัวเองเพื่อเอาชนะคำสบประมาท เพื่อที่ภรรยาจะได้ไม่ต้องมาคอยออกหน้ารับแทนให้ทุกครั้ง มันเป็นภารกิจเสี่ยงตาย เพราะถ้าถูกจับได้แก๊งโจรไม่เก็บเขาไว้แน่ ๆ แต่เขาก็อยากเสี่ยง

ภาพจาก FB: Disney+ Hotstar

แต่ดูเหมือนว่าการเดินหน้าเข้าไปอยู่ในรังโจร หรือการถูกสมาชิกตระกูลตำรวจอันทรงเกียรติของภรรยาเย้ยหยันอยู่เสมอ ไม่ได้น่าขายหน้าเท่ากับความจริงที่เขาได้รับรู้หลังจากแฝงตัวเข้าไปในแก๊ง เรื่องที่ภรรยาของเขาเคยเป็นรักแรกของหัวหน้าแก๊งที่เขาต้องแฝงตัวเข้าไปรับใช้อยู่ในเวลานี้นั่นเอง มันกวนใจเขามากจนความเกือบแตก ซีรีส์แนวมาเฟียทลายแก๊งค้ายาที่ฟัดกันเดือดเลือดสาดขนาดนี้ พอมีปมสามเส้าเข้ามาอีรุงตุงนังด้วยมันก็แปลกไปอีกแบบ ยิ่งซับซ้อนเข้าไปใหญ่ แต่คิดว่าใส่มาเพื่อเป็นตัวเร่งปฏิกิริยา ให้มีจุดได้ลุ้นแบบหวาดเสียว ว่าพระเอกจะอดทนเป็นพระอิฐพระปูนได้นานจนจบภารกิจไหม ทั้งที่เห็นภรรยาตัวเองเข้าไปพัวพันกับหัวหน้าแก๊งมาเฟียที่เคยกิ๊กกันมาก่อนแบบนั้น

พวกนายโอเคหรือเปล่าที่ต้องใช้ชีวิตแบบนี้น่ะ

ภาพจาก FB: Disney+ Hotstar

นี่คิดว่ามันเป็นคำพูดที่คงได้ยินได้ไม่บ่อยนักจากปากของคนที่เป็นหัวหน้าแก๊ง ที่พอมีอำนาจอยู่ในมือมากมายแล้วจะยังมาสนใจสวัสดิภาพของเพื่อน ๆ ในแก๊ง หลายคนตอนแรกเป็นเพื่อนที่โตมาด้วยกันอยู่ดี ๆ พอมีอำนาจขึ้นมาสถานะเปลี่ยนไปเป็นเจ้านายกับลูกน้องเฉยเลย แต่นี่ก็คงเป็นเหตุผลที่ทำให้คนคนหนึ่งได้รับการยอมรับจากทุกคนในกลุ่มให้ขึ้นเป็นผู้นำ ไม่ใช่การแต่งตั้งตัวเองขึ้นมา ไม่ง่ายนะที่คนรุ่นราวคราวเดียวกันและไม่ได้อาวุโสต่อกันมากเท่าไร จะยอมรับ นับถือ และจงรักภักดีต่อเพื่อนหรือพี่ชายที่ไม่ใช่สายเลือดเดียวกันมากขนาดนี้ ความที่เป็นเหมือนพี่น้องที่สนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็ก และมีปัญหาครอบครัวเหมือนกัน เลยทำให้ทุกคนมีสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกันเหมือนครอบครัว

ทั้งหมดในแก๊งเป็นเพื่อนสนิทและรุ่นพี่รุ่นน้องกันในสมัยเรียนมัธยม แต่ทุกคนยกให้ “จองกีชอล” เป็นผู้นำของกลุ่ม อาจด้วยความฉลาด สุขุม รอบคอบ และน่าจะด้วยคุณสมบัติอีกหลายข้อ ทุกคนจึงยอมรับ นับถือ และจงรักภักดีต่อเขามาก ยอมที่จะมาตั้งแก๊งนักเลงด้วยกัน ยอมที่จะทำเรื่องผิดกฎหมายไปด้วยกัน ไม่ว่า จองกีชอลจะตัดสินใจทำอะไร ทุกคนในกลุ่มก็เต็มใจที่จะร่วมทำด้วยทั้งหมด มิตรภาพและศรัทธาที่แน่นแฟ้นดุจครอบครัว ทำให้ทุกคนต่างก็ให้ใจกัน และร่วมหัวจมท้ายกันมาด้วยความซื่อสัตย์ มันเป็นบุคลิกที่น่าสนใจมากว่าเขาเป็นคนที่กระหายความสำเร็จ ทำทุกอย่างเพื่อเติบโตที่ขึ้นมาจากจุดต่ำสุด แต่เขากลับซื่อสัตย์กับเพื่อน ๆ หัวเรือใหญ่มากกว่าที่คิดจะฮุบเป็นใหญ่คนเดียว

ภาพจาก FB: Disney+ Hotstar

เพราะตั้งแต่จองกีชอลเป็นหัวหน้าแก๊งและเป็นอันธพาลคุมถิ่นเต็มตัว แก๊งใหญ่ขึ้น และสถานะของเขาก็ยิ่งเป็นผู้นำสูงสุด แม้ว่าเขาจะวางตัวเป็นผู้นำสูงสุดของแก๊งที่ทุกคนต้องเคารพ แต่เขาก็ไม่เคยที่จะแสดงท่าทีลำเลิกหรือวางมาดทำตัวเป็นใหญ่ข่มสมาชิกแก๊งรุ่นก่อตั้งที่เป็นเพื่อน ๆ ของเขาเลยสักนิด เขาไม่ได้เหลิงในอำนาจกับเพื่อนและพี่น้องของเขา มีออกคำสั่งเป็นปกติของหัวหน้า แต่ส่วนใหญ่เขาก็ยังเป็นเหมือนเดิมของเขาที่ให้ความสำคัญกับสมาชิกในแก๊งอย่างเท่าเทียม จนกระทั่งพระเอกที่เป็นสายสืบปลอมตัวเข้าแก๊งปรากฏตัวขึ้น ไม่นานเขาก็ไว้ใจสมาชิกใหม่มากจนถึงขั้นให้เป็นคนสนิทติดตาม น่าสนใจว่าพระเอกจะเข้าไปบ่อนไส้ให้คนที่ไว้ใจกันมาก ๆ แตกคอกันเองหรือเปล่า

ฆ่าคนน่ะไม่ง่ายนะ ต้องมีประสบการณ์ก่อน

ด้วยความที่มันเป็นซีรีส์แนวอาชญากรรม แอ็กชัน ก็คงหลีกเลี่ยงฉากเลือดสาดโหด ๆ ไม่ได้หรอก อย่างเรื่องนี้ก็ใส่ฉากตะลุมบอนซัดกันนัวตั้งแต่ช่วงเปิดเรื่องเลยด้วยซ้ำไป และต้องเข้าใจว่าธรรมชาติของแก๊งมาเฟียเนี่ย สามารถฆ่าคนได้แบบผักแบบปลาอยู่แล้ว มันเลยมีฉากความรุนแรงอยู่ค่อนข้างเยอะ ผู้ปกครองคนไหนติด (ผู้ชายใน) ซีรีส์เรื่องนี้ แล้วมีบุตรหลานนั่งเล่นนั่งดูอยู่ด้วยข้าง ๆ อย่าลืมให้คำแนะนำพวกเขาด้วยว่ามันเป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสม ดีหน่อยที่ซีรีส์เรื่องนี้ยังไม่มีแปลไทย ต่อให้ซับจะแปลออกมาหยาบคายอิงตามคำพูดตัวละครแค่ไหน เด็กได้ยินก็แปลภาษาเกาหลีไม่ออกอยู่ดี เว้นแต่พวกเขาจะอ่านซับออกแล้ว ผู้ปกครองก็ต้องให้คำแนะนำด้วย

ภาพจาก FB: Disney+ Hotstar

กลับมาที่เรื่องของความรุนแรงในซีรีส์ กับประโยคที่ได้ยินแล้วเสียวสันหลังวาบ คำพูดเลือดเย็นที่พูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเย็นชา “ฆ่าคนน่ะไม่ง่าย ต้องมีประสบการณ์ก่อน” คือ มันจะมีอยู่ฉากหนึ่งที่พระเอกถูกสงสัยอีกครั้งว่าจะเป็นสายให้ตำรวจ เขาจึงถูกท้าทายให้จับปืนฆ่าคนเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเขานั้นไว้ใจได้ แล้วตำรวจจะกล้าฆ่าคนตายได้จริง ๆ น่ะเหรอ ก็ต้องไปติดตามดูกันเอาเองว่าพระเอกจะมีประสบการณ์ฆ่าคนเลยหรือเปล่า เป็นอีกฉากที่ชวนลุ้นมากว่าพระเอกจะโป๊ะแตกถูกจับได้ว่าเป็นตำรวจแฝงตัวมาหรือเปล่า ใบ้ให้ว่าพระเอกก็รับมือได้ดี และพ่อมาเฟียยังคงไว้ใจเขาต่อไป

แต่ถึงอย่างนั้นก็อยากจะขอออกนอกเรื่องนิดนึง กับคำพูดที่ว่า “ฆ่าคนน่ะไม่ง่าย ต้องมีประสบการณ์ก่อน” มันเป็นคำที่ฟังแล้วรู้สึกเสียววาบสันหลังจริง ๆ บวกกับการเสพข่าวเหตุการณ์สลดที่เพิ่งเกิดขึ้นไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ก็อดเอามาคิดปนเปรวมกันไม่ได้จริง ๆ คนอย่างพวกเราน่าจะรู้ดีอยู่แล้วว่าการฆ่าคนมันเลวร้ายแค่ไหน และก็คงลงมือทำไม่ได้ง่าย ๆ แบบที่พระเอกเป็น แต่พอมีการพูดถึงเรื่องประสบการณ์ขึ้นมา มันทำให้รู้สึกกลัวจริง ๆ ว่าแล้วถ้าใครคนหนึ่งลงมือฆ่าคนเพื่อหาประสบการณ์การกระทำที่ใครต่อใครก็ทำไม่ได้ง่าย ๆ นั่นล่ะ ครั้งแรกไม่ง่าย แต่พอมีประสบการณ์แล้ว ครั้งต่อ ๆ ไปก็คงไม่ยากถูกไหม? จนมันก็กลายเป็นภาพจำของตัวร้ายในละครทั้งหลายไปแล้วว่าสามารถฆ่าคนได้ง่าย ๆ

ภาพจาก FB: Disney+ Hotstar

เอาล่ะ ใครที่กำลังว่าง ๆ หาอะไรดูในคืนวันพุธ นี่คิดว่าน่าจะได้ซีรีส์สำหรับวันพุธแห่งชาติอีกเรื่องแล้วล่ะ ทุกวันพุธ เวลาบ่าย 2 เปิดเข้าแอปฯ Disney+ Hotstar ก็จะเจอซีรีส์ The Worst of Evil ตอนใหม่สัปดาห์ละ 2 ตอน ขอแนะนำว่าอดใจรอเก็บมาดูในคืนวันพุธดีกว่าแอบดูในเวลางาน เพราะใคร ๆ เขาจะดูออกหมดว่าคุณแอบดูซีรีส์ เพราะหน้าเครียด ๆ ที่ลุ้นตามเรื่องจะฟ้องเขาหมดว่าคุณกำลังใจจดใจจ่ออยู่กับซีรีส์มากกว่าทำงาน 55555 มันเป็นซีรีส์ที่สร้างจังหวะบีบให้ลุ้นตามได้ตลอดจริง ๆ นะว่าพระเอกจะโป๊ะตอนไหน และที่สำคัญจะจบสวยหรือเปล่าด้วย 🙈