เข้าสู่ช่วงครึ่งหลังของปี 2566 ปีที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-19 กลายเป็นเพียงความทรงจำ ขณะที่ผู้คนต่างพยายามดำเนินชีวิตต่อภายใต้สภาพเศรษฐกิจถดถอยและเงินเฟ้อไปทั่วโลก แน่นอนว่าทุกคนต่างหวังว่าช่วงเวลาครึ่งหลังของปี 2023 น่าจะเป็นช่วงเวลาที่ดีขึ้นของสภาพเศรษฐกิจหลังจากสงครามโรค
สัปดาห์นี้ ผู้เขียนเลยขอนำเอาการคาดการณ์เศรษฐกิจในระดับมหภาพ จาก มอร์แกน สแตนลีย์ มาให้คุณผู้อ่านได้พิจารณาและเตรียมตัวรับมือกันค่ะ
โดยสาระสำคัญที่มอร์แกน สแตนลีย์ สรุปในรายงานฉบับนี้ ระบุเอาไว้ว่าช่วงเวลาครึ่งหลังของปี 2023 จะเป็นช่วงเวลาขาขึ้นของเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย ขณะที่สหรัฐฯ และยุโรป จะอยู่ในช่วงแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อและเศรษฐกิจถดถอย ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของการปรับอัตราดอกเบี้ย และทำให้ทิศทางเศรษฐกิจของทั้งสองภูมิภาค กลับเข้ารูปเข้ารอยและพร้อมเดินหน้าต่อในปี 2024
ทั้งนี้มอร์แกน สแตนลีย์ บริษัทที่ให้บริการทางการเงินระดับโลก ได้นำเสนอภาพรวมของเศรษฐกิจโลกในช่วงครึ่งปีหลังเอาไว้อย่างน่าสนใจว่า “เศรษฐกิจระดับมหภาพทั่วทั้งโลกจะเติบโตได้ช้า แต่ภูมิภาคที่จะฟื้นตัวขึ้นมาได้ก่อนจะเป็นภูมิภาคเอเชีย และในช่วงครึ่งปีหลังตลาดเอเชียจะมีความเติบโตมากกว่าภูมิภาคอื่น”
ทั้งนี้ยังมีการคาดการณ์เอาไว้ว่า GDP ทั่วทั้งโลกจะเติบโตเพียงแค่ 2.9 เปอร์เซ็นต์ และจะยังคงมีตัวเลขในลักษณะนี้ไปจนถึงช่วงไตรมาสแรกของปี 2024 ทั้งนี้การปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายให้สูงขึ้นของทั้งสหรัฐฯ และยุโรป จะถึงจุดสุดท้ายในช่วงเวลานี้ และน่าจะส่งผลดีต่อการลดอัตราเงินเฟ้อ และแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจถดถอย
รายงานของ มอร์แกน สแตนลีย์ยังระบุด้วยว่า “แม้ว่าในสหรัฐอเมริกาและยุโรป ดูจะมีภาพทางเศรษฐกิจที่ไม่สดใสนักในช่วงครึ่งปีหลัง แต่สำหรับภูมิภาคเอเชียแล้ว ยังมีความน่าสนใจและมีโอกาสเติบโตมากกว่าภูมิภาคอื่น เพราะสถานการณ์โรคระบาดที่คลี่คลาย เมื่อทางการจีนเปิดประเทศ”
“และทำให้ GDP ของจีนมีโอกาสเติบโตได้ถึง 5.7 เปอร์เซ็นต์ ในช่วงครึ่งปีหลัง ซึ่งการเติบโตของจีน ทำให้วงจรทางเศรษฐกิจของภูมิภาคเอเชียเติบโตตามจีนไปด้วย ขณะที่อินเดียได้อานิสงส์ไปเต็ม ๆ จากตลาดดิจิทัลทั่วโลกที่มีการพัฒนาไปจากเดิมอย่างมาก ทำให้เศรษฐกิจของอินเดียที่ตอบสนองตลาดดิจิทัลได้ดี ถูกคาดการณ์ว่าจะเติบโตถึง 6.5 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2023″
อ่านบทวิเคราะห์ของมอร์แกน สแตนลีย์แล้ว คุณผู้อ่านน่าจะพอเห็นข่าวดีท่ามกลางฝุ่นควันทางการเมืองที่กำลังฟุ้งตลบไปทั่วประเทศ ช่วงเวลาแบบนี้ทำให้นึกถึงคำของท่านพุทธทาสภิกขุที่ว่า “ไม่มีอะไรจะเป็นเครื่องคุ้มกัน มากเท่ากับ…สติ”
เพราะ…สติ คือปัญญาที่รอบรู้ วิ่งมาช่วยได้ทันท่วงที มาปรากฏในอาณาจักรของ “จิต” สติ จะหยุดสภาพที่ปรุงกันไปในทางที่วุ่นวาย ให้หยุดเป็นสภาพสงบปกติ นี่คือหัวใจของการปฏิบัติธรรม
แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ