หลังชัยชนะแบบใจหายใจคว่ำต่อ “ไก่เดือยทอง” ทำให้ลิเวอร์พูล ขึ้นสู่อันดับที่ 5 ในตารางพรีเมียร์ลีก แบบมีลุ้นจะกอดอันดับนี้ไปเล่นในศึกยูโรป้า ลีก ฤดูกาลหน้าซึ่งถือว่าสำคัญมาก เพราะหากไม่ได้โควตาในถ้วยใด ๆ เลย รายได้จะหายอย่างมหาศาลอย่างแน่นอน นอกจากนั้นปราศจากเวทียุโรป นักบอลเก่ง ๆ คนไหนจะอยากย้ายมาเล่นให้ เพราะยุคปัจจุบันสโมสรที่เป็นทางเลือกนั้นมากมายนัก
การเร่งฟอร์มขึ้นมาได้ในช่วงล่าสุดของ”เดอะเร้ดส์” ถือเป็นสัญญาณดี (เสมอ 2 ชนะ 4 ในลีก จาก 6 เกมล่าสุด) ถ้าโชคช่วยอำนวยพร “สัญญาณดี” ที่ว่านั้นก็คือฟอร์มการเล่นของทีมที่เริ่มแข็งแกร่ง และนักเตะสอดคล้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากขึ้น มีตัวเด่นโผล่ขึ้นมาแบบไม่คาดฝันนั่นก็คือ เคอร์ติส โจนส์ กับดิโอโก้ โชต้า รวมทั้งโคดี้ กัคโป ที่เริ่มปรับตัวให้เข้ากับตำแหน่งใหม่ “หน้าต่ำ” และเพื่อนร่วมทีมในแนวรุกคนอื่น ๆ ได้เป็นอย่างดี คนที่เดือดร้อนเลยกลายเป็นกองหน้าค่าตัวแพงอย่าง ดาร์วิน นูนเยซ ซึ่งความสามารถเฉพาะตัวเด่น แต่จังหวะและการประสานงานกับคนอื่นนั้นด้อยกว่า เลยต้องรอโอกาสไปก่อน
ดาวรุ่งอย่าง โจนส์ นั้นรอคอยเวลาของตัวเองมานาน จนถูก ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตแซงไปก่อน แต่ถึงเวลานี้เขาสามารถเติมเต็มแดนมิดฟิลด์ของ “หงส์แดง” ให้แน่นยิ่งขึ้น กล้าเล่น กล้าจ่ายบอลประสานให้เพื่อนและใช้ความสดวิ่งไล่บี้เบรกเกมคู่ต่อสู้ ซึ่งตามสไตล์ของคล็อปป์ ต้องการมิดฟิลด์พลังงานสูงแบบนี้ ทุกอย่างเลยช่วยให้ผลงานของทีมโดดเด่นขึ้น
แต่สุดท้ายก็คงต้องยอมรับบทสรุปของฤดูกาล 2022-23 ซึ่งถือว่าจะเป็นปีที่ “หงส์แดง” คว้าน้ำเหลว คือกลับบ้าน “มือเปล่า” ทั้ง ๆ ที่เมื่อฤดูกาลก่อนมีลุ้นถึง 4 ถ้วย แถมความแตกต่างมันช่างมโหฬาร ผลงานในพรีเมียร์ลีกมีโอกาสจบเต็มที่ได้แค่ 71 แต้ม มีโอกาสต่ำกว่าซีซั่นที่แล้วซึ่งทำไว้ 92 คะแนน ถึง 21 แต้มเลยทีเดียว
ดังนั้น ยังมีการบ้านซึ่งกุนซือเยอรมันตั้งเป้าว่า ฤดูกาลหน้าพวกเขาจะต้องกลับมายิ่งใหญ่ให้ได้ ดังนั้นการเตรียมพร้อมในช่วงซัมเมอร์ต้องการทำให้ดีที่สุด แน่นอนย่อมหมายถึงการดึงนักเตะมาเสริมทัพให้ได้อย่างรวดเร็วตามสไตล์คล็อปป์ เพื่อนำมาหลอมรวมให้เข้ากับนักเตะกลุ่มเดิม
การที่ประธานสโมสรอย่าง จอห์น เฮนรี่ เดินทางมาอังกฤษ มาชมเกมเองสด ๆ ในแมตช์พบกับน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ นั่นก็หมายความว่า การประชุมขออนุมัติแผนงานและงบประมาณซื้อนักเตะน่าจะต้องถูกหยิบยกขึ้นมาหารือกันอย่างแน่นอน
ตามความคาดหมายแล้วคือการถึงผู้เล่นกองกลางตัวใหม่เข้ามา ซึ่งอาจจะต้องมากกว่าหนึ่งคนด้วยซ้ำ เพราะนักเตะในตำแหน่งนี้ที่จะเหลืออยู่สู้ศึกฤดูกาลหน้า หลังการปล่อยตัวหมดสัญญาอย่าง นาบี เกอิต้า, อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน, เจมส์ มิลเนอร์, อาร์ตู เมโล ออกไป จะเหลือเพียงกลุ่มตัวเก๋าอย่าง ฟาบินโญ่, จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และติอาโก้ อัลคันทาร่า และแก็งวัยรุ่นอย่าง ฮาร์วี่ย์ เอลเลียต, เคอร์ติส โจนส์ กับ สเตฟาน บายเซติช รวมแล้วแค่ 6 คน โดยปกติแล้วต้องเตรียมไว้อย่างน้อยถึง 8 ตัวในแดนกลางเพื่อลุยศึกยาวไปทั้งฤดูกาล
ใจจริงอยากจะเชียร์ให้เสริมเซ็นเตอร์แบ็กด้านขวาอีกคนหนึ่งด้วย เอาแบบหลักดี ๆ เข้าสกัดแบบชัวร์หน่อย เอามาช่วยอุดช่องว่างของเทรนต์ อเล็กซานเดอร์ อาร์โนลด์ และคอยกดดัน อิบราฮิม่า โคนาเต้ ที่จริงแล้วโดยภาพรวมเกมรับยังถือว่าเสียประตูง่ายเกินไป
ดังนั้น กัดฟันเสริมไปสัก 3 คนเลยเป็นดีที่สุด ไม่งั้นโอกาสกลับมายิ่งใหญ่นั้นมันคงไม่ง่าย เพราะ “พี่เป๊ป” เอง ขานั้นคือไม่หยุดซื้อตัวเพิ่มเช่นเดียวกัน เพราะเขาคือกุนซือผู้ไม่เคยเกรงใจทีมไล่ตามหน้าไหนทั้งสิ้น
ซัมเมอร์นี้คือโจทย์อันท้าทาย เจอร์เก้น คล็อปป์ ว่าจะสามารถพลิกฟื้นทีมที่เพิ่งสร่างไข้ ให้กลับมาลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ได้สำเร็จอีกครั้งหรือไม่ในซีซั่นหน้า 2023-24!?!






























