ย่อยมาให้แล้ว! ทุกเรื่องที่คุณต้องรู้ก่อนเลือกตั้ง 

การเลือกตั้งทั่วไปของประเทศไทยครั้งที่ 27 จะมีขึ้นในวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 โดยการเลือกตั้งในครั้งนี้ มีจำนวนของผู้มีสิทธิออกเสียงครั้งแรกที่สามารถเป็นตัวแปรให้กับบางพรรคได้ ขณะเดียวกัน ในวันเลือกตั้งคุณจะต้องเข้าคูหาพร้อมบัตรสองใบ และยุคดิจิทัลแบบนี้ การเข้าคูหาเลือกตั้งนั้นไม่ต้องกังวลใจเรื่องการตรวจรายชื่อ เลือกตั้งรอบนี้มีแอปพลิเคชันสำหรับการเลือกตั้งมาให้ใช้งานกันด้วย ไปตรวจสอบกันเลยว่าเลือกตั้ง 2566 คุณมีข้อมูลครบก่อนเลือกตั้งแล้วหรือยัง

1. วันเลือกตั้ง

คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้ประกาศกำหนดวันเลือกตั้งทั่วไป เป็นวันที่ 14 พ.ค. 2566 เป็นวันเลือกตั้งทั่วไปของประเทศไทย และนับเป็นการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 27 โดยจะเริ่มเปิดหีบตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. มีเวลา 9 ชั่วโมงเต็มสำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ เมื่อเสร็จสิ้นการลงคะแนนเวลา 17.00 น. จะมีการนับคะแนน ณ สถานที่เลือกตั้ง โดยเปิดเผยจนเสร็จสิ้น

2. ใครบ้างมีสิทธิเลือกตั้ง

ในการเลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 27 ประจำปี 2566 ผู้ที่มีสิทธิเลือกตั้งมีคุณสมบัติดังนี้

  • อายุไม่ต่ำกว่า 18 ปี ในวันเลือกตั้ง
  • มีสัญชาติไทย
  • ถ้าแปลงสัญชาติ ต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
  • มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้ง ไม่น้อยกว่า 90 วัน นับถึงวันเลือกตั้ง
  • ไม่มีลักษณะต้องห้ามเลือกตั้ง ต่อไปนี้
    • เป็นภิกษุ สามเณร นักพรต นักบวช
    • ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง
    • ต้องคุมขังโดยหมายของศาลหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
    • วิกลจริต จิตฟั่นเฟือน หรือไม่สมประกอบ

3. จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งประจำปี 2566

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งปี 2566 จำนวน 52 ล้านคน เมื่อแบ่งตามเจเนอเรชันแล้ว จะมีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งว่าเจเนอเรชันไหนจะเป็นตัวแปรในการเลือกตั้งครั้งนี้

  • เจเนอเรชัน Z ซึ่งหมายถึงผู้มีอายุ 18-25 ปี มี 6,689,453 คน คิดเป็นร้อยละ 12.78 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด (ในจำนวนนี้มี First Voter รวมอยู่ด้วยประมาณ 4 ล้านคน)
  • เจเนอเรชัน Y ซึ่งหมายถึงผู้มีอายุ 26-41 ปี มี 15,103,892 คน คิดเป็นร้อยละ 28.87 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด
  • เจเนอเรชัน X ซึ่งหมายถึงผู้มีอายุ 42-57 ปี มี 16,151,442 คน คิดเป็นร้อยละ 30.87 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด
  • เจเนอเรชัน Baby Boomers ซึ่งหมายถึงผู้มีอายุ 58-76 ปี มี 11,844,939 คน คิดเป็นร้อยละ 22.64 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด
  • เจเนอเรชัน Silent ซึ่งหมายถึงผู้มีอายุ 77 ปีขึ้นไป มี 2,533,098 คน คิดเป็นร้อยละ 4.84 ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด

4. จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่แบ่งตามภูมิภาค 

จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 400 เขตทั่วประเทศนั้น จำแนกเป็นจำนวน ส.ส. แต่ละภาคตามรายละเอียดด้านล่าง และจำนวนตัวเลข ส.ส. จะทำให้เห็นว่าพรรคไหนจะมีโอกาสได้ที่นั่ง ส.ส. มากที่สุด

กทม. มี ส.ส. มากที่สุด 33 คน

สำหรับ ส.ส.เมื่อแบ่งเป็นรายภาคแล้วจะมีรายละเอียดดังนี้

  • ภาคกลาง มี ส.ส. รวม 122 คน
  • ภาคเหนือ มี ส.ส. 39 คน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี ส.ส. 132 คน
  • ภาคตะวันออก มี ส.ส. 29 คน
  • ภาคตะวันตก มี ส.ส. 20 คน
  • ภาคใต้ มี ส.ส. 58 คน

5. พรรคไหนส่งผู้สมัคร ส.ส. ครบ 400 เขตบ้าง

พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครได้ครบ 77 จังหวัดทั้ง 400 เขต เป็นพรรคใหญ่ทั้งหมดได้แก่ พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) และพรรคภูมิใจไทย (ภท)

รองลงมาคือ พรรคเสรีรวมไทย (สร.) 76 จังหวัด พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 จังหวัด พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) 71 จังหวัด พรรคก้าวไกล (ก.ก.) 61 จังหวัด พรรคคลองไทย (คล.ท.) 60 จังหวัด พรรคเศรษฐกิจไทย (ศท) 53 จังหวัด พรรคไทยสร้างไทย (ทสท) 52 จังหวัด พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย (รป.) 45 จังหวัด พรรคไทยภักดี (ทภด.) 43 จังหวัด พรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) 40 จังหวัด ส่วนพรรคการเมืองอื่น ๆ อีก 75 พรรค ยังส่งผู้สมัครได้ไม่ถึง 40 จังหวัด

6. พรรคการเมืองที่เปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ พรรคการเมืองสามารถส่งรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีได้สามชื่อ ซึ่งมีทั้งหมด 10 พรรคการเมืองที่มีความชัดเจนแล้ว ประกอบไปด้วย

  1. พรรคเพื่อไทย ส่งแพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง ลูกสาวคนเล็กของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และ เศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)
  2. พรรครวมไทยสร้างชาติ ชัดเจนตั้งแต่ตั้งพรรคที่จะสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแคนดิเดตนายกฯ อีกหนึ่งสมัย
  3. พรรคก้าวไกล เสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคเเป็นแคนดิเดตนายกฯ
  4. พรรคพลังประชารัฐ เสนอชื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อายุ 77 ปี เป็นแคนดิเดตนายกฯ
  5. พรรคประชาธิปัตย์ เสนอชื่อ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคเป็นแคนดิเดตนายกฯ
  6. พรรคภูมิใจไทย เสนอชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล อายุ 56 ปี เป็นแคนดิเดตนายกฯ
  7. พรรคชาติไทยพัฒนา เสนอชื่อ นายวราวุธ ศิลปอาชา อายุ 49 ปี เป็นแคนดิเดตนายกฯ
  8. พรรคไทยสร้างไทย เสนอชื่อ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ เป็นแคนดิเดตนายกฯ
  9. พรรคชาติพัฒนากล้า เสนอชื่อ กรณ์ จาติกวณิช เป็นแคนดิเดตนายกฯ
  10. พรรคเสรีรวมไทย เสนอชื่อ เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เป็นแคนดิเดตนายกฯ

7. การเลือกตั้งล่วงหน้า

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้กำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) เป็นการทั่วไป ในวันอาทิตย์ที่ 14 พฤษภาคม 2566 และสามารถใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งในเขตและนอกเขต ได้ในวันอาทิตย์ที่ 7 พฤษภาคม 2566 โดยระหว่างวันที่ 25 มี.ค. – 9 เม.ย. 2566 กำหนดให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ที่ประสงค์จะลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง สามารถลงทะเบียนขอใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง นอกเขตเลือกตั้ง และนอกราชอาณาจักร

สำหรับการลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า 2566 สามารถดำเนินการได้ ดังนี้

  • ยื่นคำขอด้วยตนเองต่อนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่น หรือยื่นคำขอต่อเอกอัคราชทูต หรือผู้ที่เอกอัคราชทูตมอบหมาย
  • ยื่นคำขอทางไปรษณีย์ จ่าหน้าซองถึงนายทะเบียนอำเภอ หรือนายทะเบียนท้องถิ่น โดยถือว่าประทับตราไปรษณีย์เป็นสำคัญ
  • ยื่นคำขอทางอินเทอร์เน็ต ทางดิจิทัลผ่านแอปพลิเคชันของกรมการปกครอง (ThaID)
  • แอปพลิเคชัน Smart Vote สามารถลงทะเบียนได้ตลอด 24 ชม. และไม่ต้องนำส่งเอกสารและหลักฐานประกอบการลงทะเบียน

8. เลือกตั้งทั่วไปครั้งที่ 27 มีบัตร 2 ใบ

ใบหนึ่งเลือกคน หรือ ส.ส.เขต และอีกใบเลือกพรรค หรือ ส.ส.บัญชีรายชื่อ โดยจำนวน ส.ส.เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ มีการเปลี่ยนแปลง ส.ส.เขต เพิ่มขึ้นจาก 350 คนในปี 2562 เป็น 400 คนทั่วประเทศ ส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลดลงจาก 150 คนในปี 2562 เป็น 100 คน รวมทั้งหมดมี ส.ส. 500 คน

9. ส.ส.แบบแบ่งเขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ต่างกันอย่างไร

ส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง มาจากเขตเลือกตั้งทั่วประเทศที่แบ่งเป็น 400 เขต ผู้ได้รับเลือกต้อง

  • ได้รับคะแนนสูงสุดในเขตเลือกตั้งนั้น
  • ได้รับคะแนนสูงกว่าคะแนนที่ไม่เลือกผู้ใด

ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ มาจากพรรคการเมืองจัดทำบัญชีรายชื่อพรรคละ 1 บัญชี

  • พรรคการเมืองส่งรายชื่อให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก่อนปิดรับสมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง
  • รายชื่อต้องไม่ซ้ำกับผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง
  • กกต. คำนวณจำนวน ส.ส. ตามสัดส่วนคะแนนที่แต่ละพรรคได้รับ

10. หากไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้งจะส่งผลอย่างไรบ้าง

  • จำกัดสิทธิในการยื่นคำร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ส.ส.
  • จำกัดสิทธิในการสมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. หรือสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น หรือสมัครรับเลือกเป็น ส.ว.
  • จำกัดสิทธิในการสมัครรับเลือกเป็นกำนันและผู้ใหญ่บ้าน
  • ต้องห้ามดำรงตำแหน่งข้าราชการการเมืองและข้าราชการรัฐสภาฝ่ายการเมือง
  • ต้องห้ามดำรงตำแหน่งรองผู้บริหารท้องถิ่น เลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยเลขานุการผู้บริหารท้องถิ่น ประธานที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น ที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่น หรือคณะที่ปรึกษาผู้บริหารท้องถิ่นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น