ในยุคที่กระแสรถยนต์พลังงานทางเลือกกำลังเทไปทางฝั่งรถพลังงานไฟฟ้า หรือ EV ถึงขนาดที่ค่ายยักษ์ใหญ่อย่างโตโยต้า ยังต้องมีการเปลี่ยน CEO เพื่อหันมาเข้าสู่ตลาด EV แบบเต็มตัว เพื่อสู้กับค่ายรถพลังงานไฟฟ้าที่มีทั้งค่ายรถอเมริกันอย่างเทสล่า และหลากหลายค่ายจากจีน เข้ามาบุกตลาดบ้านเรา
หนึ่งในคำถามที่ค่ายรถดั้งเดิมส่วนใหญ่ รวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ทั้งหลายยังสรุปไม่ได้คือ จุดหมายปลายทางของการปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ที่ตั้งเป้ากันเอาไว้ มันจะเดินไฟสู่ EV แบบเต็มตัว หรือมีพลังงานทางเลือกอื่น ๆ เข้ามาร่วมแข่งขันด้วย โดยเฉพาะรถพลังงานไฮโดรเจนที่หลายยี่ห้อกำลังซุ่มพัฒนากันมาอย่างต่อเนื่อง
พูดถึงรถพลังงานไฮโดรเจน เราจะนึกถึง โตโยต้า เป็นลำดับต้น ๆ แต่รู้หรือไม่ครับว่า จริง ๆ แล้วค่ายรถดั้งเดิมเกือบทุกยี่ห้อก็มีการพัฒนาควบคู่ไปกับรถ EV ด้วยเช่นกัน เพียงแต่ว่าไม่เป็นข่าวเท่านั้นเอง อย่างล่าสุด BMW ค่ายรถชั้นนำจากเยอรมนี ได้มีการส่งมอบรถพลังไฮเดรเจนให้เหล่าพาร์ทเนอร์ได้ทดลองขับกันแล้ว
โดยรถยนต์พลังงานไฮโดรเจนจากค่ายใบพัดสีฟ้ามีชื่อว่า BMW iX5 Hydrogen รถครอสโอเวอร์ที่สร้างจากพื้นฐานเดียวกับ BMW X5 และใช้เทคโนโลยีการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าในรูปแบบเดียวกันกับ BMW iX ทว่าความพิเศษของมันคือสามารถใช้พลังงานไฮโดรเจนแปรเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าควบคู่กันไปด้วย
นั่นเท่ากับว่าเทคโนโลยีจากไฮโดรเจนที่มีการคิดค้นใช้กับรถยนต์ทุกวันนี้ จะมีทั้งรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน ที่ใช้เชื้อเพลิงไฮโดรเจนแทนเบนซินและดีเซล แบบที่ทีมโตโยต้า กาซู เรซซิ่ง นำมาลองวิ่งที่สนามช้างฯ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา กับอีกแบบ คือ ใช้เทคโนโลยี Fuel Cell จากไฮโดรเจน แบบ BMW iX5 รุ่นที่ว่านี้ครับ
อธิบายง่าย ๆ คือ รถ EV ที่ต้องชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ เขาจะเรียกชื่อเต็ม ๆ ว่า BEV ที่มาจาก Battery Electric Vehicle ส่วน BMW iX5 Hydrogen จะใช้พลังงาน “เซลล์เชื้อเพลิง” หรือ Fuel Cell Electric Vehicle (FCEV) ถือเป็นเทคโนโลยีที่ผ่านกระบวนการทางเคมีไฟฟ้า ให้กลายเป็นพลังงานไฟฟ้าโดยไม่ผ่านการเผาไหม้
ซึ่งการผลิต BMW iX5 พลังไฮโดรเจนรุ่นนี้ ถือเป็นความร่วมมือกันของ BMW กับโตโยต้า ที่นำร่องเซลล์ไฮโดรเจนให้กับค่ายรถเยอรมัน หลังทั้งสองยี่ห้อเคยพัฒนารถสปอร์ตอย่าง GR Supra กับ Z4 ร่วมกันมาแล้ว นั่นหมายความว่ารถรุ่นนี้จะมีทั้งพลังงานจากเซลล์ไฮโดรเจน และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน อยู่ในคันเดียวกัน
ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ ของ iX5 พลังไฮโดรเจน ยังไม่ได้มีการเปิดเผยออกมามากนัก แต่ตามรายงานระบุว่าสามารถทำท็อปสปีดได้เกิน 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใต้ถังไฮโดรเจน 2 ถัง ที่ใช้เวลาเติมเพียง 3-4 นาทีเท่านั้น และวิ่งได้ระยะทางรวม 500 กิโลเมตรเลยทีเดียว
งานนี้ต้องบอกว่าไม่ใช่แค่ BMW หรือโตโยต้าเท่านั้นนะครับ ที่พัฒนาเทคโนโลยีไฮโดรเจน เพราะเมอร์เซเดส ก็มีรุ่น GLC F-CELL ที่เตรียมทำตลาดในเร็ว ๆ นี้ รวมถึงยี่ห้ออื่น ๆ ทั้งในยุโรปและเอเชีย อย่าง อาวดี้ ฮอนด้า และฮุนได ก็เตรียมตัวเข้าสู่ยุคลูกผสม Fuel Cell+EV เช่นกัน
เท่ากับว่า ทั้ง Fuel Cell และ EV คือเทคโนโลยีที่นำไปสู่การปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ในอนาคตทั้งคู่ ขึ้นอยู่กับว่าระหว่างทางค่ายรถใดจะพัฒนาและทำให้ราคาโดนใจผู้ซื้อมากกว่ากัน แต่ที่แน่ ๆ รถยี่ห้อไหนพัฒนาได้ทั้ง 2 ระบบ ย่อมได้เปรียบแน่นอนครับ






























