Home Inspiration ชีวิตติดลูกหนัง แชมป์เก่ามีโอกาสป้องกันแชมป์

แชมป์เก่ามีโอกาสป้องกันแชมป์

การเดินทางเข้าสู่รอบตัดเชือกฟุตบอลโลก 2022 ของทีมชาติฝรั่งเศสหาใช่เรื่องบังเอิญ พวกเขาพิสูจน์ให้เห็นระดับฝีเท้าและระบบการเล่นที่ลงตัว รวมทั้งทีมสปิริตที่ยอดเยี่ยมในการเอาเขี่ย “สิงโตคำราม” ตกรอบ ทั้ง ๆ ที่เหล่าขุนพลอังกฤษเองก็เล่นกันได้อย่างไม่ขี้เหร่เลย

ก่อนเวิลด์คัพที่กาตาร์หนนี้จะเริ่มต้นขึ้น ผมเองเป็นอีกคนหนึ่งที่เห็นด้วยกับความเชื่อที่ว่า ในยุคปัจจุบันคงจะหาทีมใดรักษาความสุดยอดเอาไว้จนสามารถป้องกันแชมป์นั้นมันไม่น่าจะมีโอกาสเป็นไปได้ แม้ในอดีตที่ผ่านมามันจะเคยมีแต่เป็นยุคโบราณ คือฟุตบอลโลกหนที่ 3 ซึ่งอิตาลี สามารถทำได้เมื่อปี 1938 และหลังจากนั้นมันเคยเกิดขึ้นอีกครั้งคือ บราซิล เจ้าของถ้วยในปี 1958 มาป้องกันบัลลังก์ของตนเองไว้ได้ที่ประเทศชิลี ค.ศ.1962 มันจะเกิดขึ้นได้อีกหรือ ในยุคที่วงการฟุตบอลเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและทุกชาติใกล้เคียงกันแบบนี้?

บอกตามตรงว่าถึงนาทีนี้ผมเชื่อว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้แล้วทั้งนั้นในบอลโลกที่กาตาร์ ไม่เพียงทีม “ตราไก่” จะคว้าถ้วยฟีฟ่า เวิลด์คัพไปอีกครั้ง หรือแม้กระทั่งใครคิดว่าคู่ชิงจะเป็นคู่เดิมเหมือนเมื่อ 4 ปีที่แล้วคือ ฝรั่งเศส-โครเอเชีย ผมก็คงไม่กล้าเถียง

ไม่ว่าความมหัศจรรย์เช่นนั้นจะเกิดขึ้นหรือไม่ แค่นี้ก็ต้องยอมรับแล้วว่าทีมของ ดิดิเย่ร์ เดส์ชองป์ นั้นยอดเยียมแบบสุด ๆ จากผลงานที่ผ่านมาตั้งแต่รอบแรกยันรอบ 8 ทีมสุดท้าย เล่นมา 5 นัดยิงไป 11 แบ่งเป็นผลงานของ เอ็มบัปเป้ 5 ประตูลุ้นดาวซัลโวสูงสุด ชิรูด์ ตามมาไม่ห่างที่ 4 ลูก ราบิโอต์ 1 กับ ชูอาเมนี่อีก 1

ถือว่าเกมรุกดีงามและเป็นจุดแข็งของพวกเขา เพราะทะลุทะลวงได้ทั้งทางปีกสองข้าง เดมเลเล่ กับ เอ็มบัปเป้ และตรงกลางมี ชิรูด์คอยเป็นหน้าเป้า ส่วน อองตวน กรีซมันน์ ซึ่งเที่ยวนี้รับบทเป็นมันสมองของทีมโดยถอยลงไปเป็นจอมทัพ คอยแจกจ่ายบอลตามช่องให้เพื่อน ซึ่งถือว่าเขาทำได้อย่างยอดเยี่ยม แถมยังขยันในการลงไปไล่บอลคู่ต่อสู้อีกด้วย

มิดฟิลด์สองคนก็ต้องชม “เดเด้” แก้ปัญหาได้ดีจากการขาด ป็อกบา และ ก็องเต้ ไป เขาปั้น ชูอาเมนี่ กับ ราบิโอต์ ขึ้นมาแทนที่แบบแข็งแกร่งไร้รอยต่อ

สิ่งเดียวที่ยังดูเป็นจุดเปราะบางของทีม “ตราไก่” นั่นก็คือ กองหลังที่เสียประตูทุกนัด ในแมตช์เจอกับอังกฤษ พวกเขาทำให้คู่ต่อสู้ได้เห็นช่องว่างระหว่างแบ็กซ้าย เธโอ เอร์นานเดซ กับเซ็นเตอร์ฮาล์ฟด้านนั้นอย่าง อูปาเมกาโน่ ซึ่งปั่นป่วนไปพอสมควร เมื่อเจอกับการทะลวงของ บูกาโย่ ซาโก้ ในครึ่งหลัง แต่น่าเสียดายที่ทีม “สิงโตคำราม” ขยี้ตรงนั้นไม่สุด เลยทำให้ฝรั่งเศสรอดตัวมาได้ นั่นอาจจะเป็นจุดอ่อนเดียวของทีมชาติฝรั่งเศส ซึ่ง เดส์ชองป์ส น่าจะกลับไปติวเข้มกับเกมรับให้มันเหนียวแน่นขึ้น เพื่อป้องกันคู่ต่อสู้ในรอบต่อไป

ถึงเวลานี้ผมมองว่า ฝรั่งเศส คือทีมที่แข็งแกร่งสุดในจำนวน 4 ทีมที่เหลือ ก็ตรงกับตามราคาของบริษัทรับพนันอย่างถูกกฎหมายต่างประเทศ ซึ่งยกให้ทีม “ตราไก่” เป็นเต็ง 1 ตามด้วยอาร์เจนติน่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่คู่ตัดเชือกของพวกเขานั้นเป็น โมร็อกโก ซึ่งเทียบฟอร์มแล้วด้อยกว่าโครเอเชียที่ฟัดกับทีม “ฟ้าขาว” อย่างแน่นอน

อะไรจะเกิดมันก็ย่อมต้องเกิด ฝรั่งเศสจะทำสำเร็จหรือไม่ อย่างน้อยมันก็ต้องถามใจเมสซี่ดูก่อนด้วยนะครับ อดใจรออีกไม่นาน คืนวันที่ 19 ธ.ค. นี้แล้วที่เราจะได้รู้กันอย่างแน่นอนว่า ใครจะได้ฉีกยิ้มขึ้นไปยืนชูถ้วยฟีฟ่า เวิลด์คัพหนนี้กันแน่!