Home Work & Living Living “Botulinum Toxin” ทางเลือกใหม่รักษาไมเกรน แถมลดริ้วรอย

“Botulinum Toxin” ทางเลือกใหม่รักษาไมเกรน แถมลดริ้วรอย

อาการปวดหัว หรือปวดหัวไมเกรน เป็นความเจ็บป่วยทางร่างกายที่พบบ่อย โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงาน สืบเนื่องมาจากสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ทำให้ผู้คนในสังคมต้องเผชิญกับความเครียดอย่างต่อเนื่อง และกลายเป็นความเครียดสะสมที่บั่นทอนร่างกายและจิตใจ ส่งผลให้เกิดอาการป่วยด้วยโรคต่าง ๆ หนึ่งในนั้นก็คืออาการปวดหัวไมเกรนที่หลายคนเผชิญอยู่

ไมเกรนคืออะไร?

สำหรับอาการปวดศีรษะไมเกรนต่างจากอาการปวดศีรษะธรรมดา โดยมีสาเหตุจากหลอดเลือดในสมองขยายตัวและเกี่ยวข้องกับสารเคมีในสมองด้วย

ไมเกรนส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตในคนทุกวัย ในคนที่มีอาการปวดศีรษะไมเกรน ควรพบแพทย์เพื่อให้ได้รับยาบรรเทาปวดที่ถูกต้องและเหมาะสมกับอาการ และสำหรับคนที่มีอาการปวดศีรษะไมเกรนเป็นประจำ แพทย์จะพิจารณายาป้องกันที่เหมาะสม ซึ่งจะช่วยลดอาการปวดได้อย่างมีประสิทธิภาพและทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น

โดยมีลักษณะการปวดแบบตุบ ๆ เป็นจังหวะ มักจะเกิดข้างเดียวของศีรษะ แต่ก็สามารถเป็นทั้งสองข้างได้ โดยอาการปวดในช่วงแรกมักมีความรุนแรงเพียงเล็กน้อย และจะค่อย ๆ เพิ่มความรุนแรงขึ้น ในผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนแรง และไวต่อแสง เสียง หรือกลิ่นมากขึ้น

ไมเกรนเรื้อรัง (Chronic Migraine) อาจส่งปัญหาในการทำงาน หรือการใช้ชีวิตประจำวันอันเนื่องมาจากอาการปวดอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีอาการคลื่นไส้อาเจียน และความไวต่อแสงหรือเสียงอย่างรุนแรง

เป็นไมเกรนได้อย่างไร

จจุบันยังไม่ทราบแน่ชัดว่าการปวดศีรษะไมเกรนเกิดจากอะไร แต่ปัจจัยที่สามารถกระตุ้นให้เกิดการปวดศีรษะไมเกรนมีหลายประการ ได้แก่

  • การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในผู้หญิง
  • ความเครียด
  • สภาพแวดล้อม เช่น แสงจ้าหรือแสงแฟลช เสียงดัง กลิ่นที่รุนแรง หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศแบบฉับพลัน
  • การใช้ยาบางชนิด
  • การนอนหลับไม่เพียงพอ หรือมากเกินไป
  • ออกกำลังกายอย่างหักโหม หรือทำกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายมากเกินไป
  • การสูบบุหรี่
  • อาการถอนคาเฟอีน
  • การอดอาหาร หรือการรับประทานอาหารไม่เพียงพอ

การรักษาไมเกรนแบบทั่วไป

ปัจจุบันการปวดศีรษะไมเกรนยังไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ การรักษาจึงเน้นไปที่การบรรเทาอาการและป้องกันการปวดศีรษะไมเกรน

  • การใช้ยาบรรเทาอาการปวดศีรษะไมเกรน การรับประทานยาทันทีเมื่อมีอาการปวดศีรษะไมเกรน จะช่วยให้ผลของยาในการบรรเทาอาการปวดมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
    • ยาบรรเทาปวด สำหรับการปวดแบบไม่รุนแรง
    • ยาบรรเทาปวด สำหรับการปวดที่รุนแรงมากขึ้น (จำเพาะเจาะจงกับการปวดศีรษะไมเกรน)
    • ยาบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียน
  • การใช้ยาป้องกันอาการปวดศีรษะไมเกรน
    • กลุ่มยาลดความดัน
    • กลุ่มยาต้านอาการซึมเศร้า
    • กลุ่มยากันชัก
    • กลุ่มยา Calcitonin gene-related peptide (CGRP) monoclonal antibodies

“Botulinum Toxin” ทางเลือกใหม่ในการรักษาไมเกรน

ปัจจุบันทางเลือกการรักษาไมเกรนมีความหลากหลายเพื่อช่วยลดอาการปวดไมเกรน ตั้งแต่การรักษาโดยยาที่ต้องสั่งโดยแพทย์ (เช่น ทริปแทน) หรือยาที่ไม่ต้องสั่งโดยแพทย์ (เช่น อะเซตามิโนเฟน) รวมถึงการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต เช่น การออกกำลังกายเป็นประจำและรูปแบบการนอนหลับ (หรือบรรเทาความเครียด) การปรับอาหาร (เช่น การรับประทานอาหารที่มีเกลือต่ำ) และการบำบัดด้วยวิธีธรรมชาติ ตลอดจน การรักษาแพทย์ทางเลือก เช่น การฝังเข็ม หรือการรักษาไมเกรนโดยการฉีด Botulinum Toxin

แต่ในบางราย การรับประทานยารักษาไมเกรนติดต่อกันเป็นเวลานาน จะส่งผลข้างเคียงให้เกิดโรคกระเพาะอาหารอักเสบ ซึ่งผู้ป่วยที่มีอาการปวดศีรษะไมเกรนเรื้อรัง (Chronic Migraine) ปวดศีรษะต่อเนื่อง มีแนวโน้มที่จะเหมาะกับการรักษา (New generation Treatment) การรักษาภาวะปวดศีรษะไมเกรนด้วย “Botulinum Toxin” โดยตัวยาที่ผ่านการรับรองจาก U.S FDA approved ตั้งแต่ปี 2010

โรคไมเกรน (Migraine) พบได้ประมาณ 15% ของประชากรไทย โดยพบในเพศหญิงมากกว่าเพศชายถึง 3 เท่า พบบ่อยในช่วงอายุ 18-55 ปี การรักษาไมเกรนด้วย Botulinum Toxin หรือที่เรียกว่าการฉีดโบท็อกไมเกรน จึงเป็นอีกวิธีหนึ่งสำหรับการช่วยลดการเกิดอาการของโรคไมเกรนได้ ด้วยผลการวิจัยรองรับว่า จะสามารถช่วยลดการใช้ยาและลดผลข้างเคียงจากการรับประทานยาได้มากถึง 90% ลดความถี่การเกิดและลดความรุนแรงของไมเกรนให้ดีขึ้น 70% ซึ่งการรักษาแบบนี้ต้องได้รับการรักษาจากแพทย์เฉพาะทางด้านระบบประสาทและสมอง นอกจากการใช้ Botulinum Toxin แล้วยังมีการรักษาทางเลือกไมเกรน (Migraine) ด้วยวิธีอื่น ๆ ด้วย เช่น การให้ยาป้องกันทาน การใช้วิตามินหรือเกลือแร่ การใช้ยาฉีดร่วมกันหลายชนิด การฝังเข็ม และการทำกายภาพบำบัด เป็นต้น

นอกจากนี้การฉีดรักษาไมเกรนด้วย “Botulinum Toxin” ยังพบว่าผู้รับการรักษาไมเกรนด้วยการฉีด Botulinum Toxin ริ้วรอยที่บริเวณหน้าผากลดน้อยลง ถือเป็นผลข้างเคียงที่สร้างความพึงพอใจให้กับผู้เข้ารับการรักษา ไม่เพียงแต่ลดการปวดไมเกรน แต่ยังดูอ่อนวัยลง ทั้งนี้ “BTX Migraine Center” ศูนย์รักษาไมเกรนโดยแพทย์เฉพาะทาง เปิดให้บริการแล้ว ที่เอยาคลินิกสาขาลาดพร้าววัน

สำหรับผู้สนใจ หรือมีปัญหาเรื่องไมเกรน ต้องการเข้ารับการปรึกษาจากทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยา และทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรักษาไมเกรนด้วย Botulinum Toxin สามารถติดต่อได้ที่ Call Center: 090 970 0447 Line: @ayaclinic Facebook: BTX Migraine Center รักษาไมเกรนด้วยโบทุลินัมทอกซินโดยแพทย์เฉพาะทาง

ขอบคุณข้อมูลจาก : BTX migraine center