อีก 26 วันจะเข้าสู่ปี 2566 เป็นการก้าวเข้าสู่โลกยุคหลังโควิด-19 อย่างเต็มตัว และเป็นยุคที่ทุกคนบนโลกใบนี้ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงทั้งการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ซึ่งเอาเข้าจริง ๆ แล้ว ทั้งสามเรื่องนี้ก็เป็นวงจรที่ส่งผลกระทบถึงกันหมดนะคะ
เอาแค่ในเมืองไทย ปีหน้าหลังจากสภาผู้แทนราษฎรไทยชุดนี้ครบวาระ 4 ปีในวันที่ 23 มี.ค. 2566 ก็มีการคาดหมายกันว่าจะมีการเลือกตั้งทั่วไปช่วงต้นเดือนพฤษภาคม หรือ 45 วันหลังจากหมดวาระ ซึ่งช่วงนี้ก็จะได้เห็นลีลาและการหาสปอตไลต์ ของนักการเมืองในหลายแพลตฟอร์มกันเลยทีเดียว
ขณะที่เศรษฐกิจนั้นต้องบอกว่าทั้งผู้ประกอบการหรือลูกจ้างต้องตั้งสติก่อนใช้เงินกันให้ดี เพราะปีหน้าคือปีแห่งการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อลดสภาวะเงินเฟ้อและเป็นช่วงของเศรษฐกิจถดถอย สินค้าอุปโภคบริโภคและบริการจะราคาแพงขึ้นกว่าเดิม ขณะเดียวกันหลายองค์กรก็จะปรับลดการจ้างงานเพื่อให้องค์กร “ลีน” มากที่สุด ส่วนในแง่ของสังคมนั้น ปัญหาหนี้สินครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในเปอร์เซ็นต์ที่น่ากังวล และส่งผลต่อการใช้ชีวิตของประชากรส่วนใหญ่
เหล่านี้คือสิ่งที่เราต้องเผชิญหน้ากันทันทีที่เคานต์ดาวน์ 5.4.3.2.1 สู่พุทธศักราชใหม่ ก็ขอให้กำเงินสดให้แน่น และ ตั้งสติทุกครั้งในการตัดสินใจ และขอให้ยึดเอาอาชีพการงานที่ทำอยู่เป็นหลักค่ะ เพราะใด ๆ เสียการลงมือทำงานด้วยความตั้งใจย่อมออกดอกออกผลไม่มากก็น้อย
ทีนี้ในสายงานสื่อสารมวลชนปี 2566 มีความเปลี่ยนแปลงอะไรที่จะเกิดขึ้นบ้าง ทางเราต้องบอกว่าท้าทายเป็นอย่างยิ่ง เพราะต้องแข่งขันกันเรื่องความคิดสร้างสรรค์ และการก้าวเข้าสู่บทใหม่ที่สื่อสารมวลชน ขณะที่บริษัทผลิตสื่อ ไม่ใช่แค่รับผิดชอบเนื้อหาเท่านั้น แต่ยังต้องรู้จักปรับใช้เนื้อหาและรูปแบบ เพื่อให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมายของลูกค้า รวมไปถึงความรับผิดชอบต่อสังคม
โดยบริษัทที่ปรึกษาทางการตลาดชั้นนำของโลกอย่าง Kantar ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์แนวทางของสื่อและการใช้สื่อในปี 2566 ไว้อย่างหน้าสนใจ ว่าวงการสตรีมมิ่งที่กำลังได้รับผลกระทบจากสภาวะเงินเฟ้อ ทำให้เกิดการบอกเลิกสมาชิกอย่างต่อเนื่องนั้น กำลังต้องปรับตัวเข้าสู่ระบบโฆษณา แบบ AVOD (Advertising based-video on demand : อาทิโฆษณาที่ปรากฏใน YouTube) เพื่อที่จะสามารถลดราคาแพ็กเกจของตนเองลงได้
ขณะเดียวกัน Linear TV (การจัดการ Content ตามความสนใจของสมาชิกที่บอกรับ) ที่หลายคนคิดว่าตายไปแล้วจะยังคงมีชีวิตรอดอยู่ แต่จะถูกปรับแพลตฟอร์มที่ไม่ใช่รูปแบบเคเบิลทีวีเหมือนในอดีต ส่วนสถานีโทรทัศน์ปกติ ยังอยู่ต่อไปไม่ล้มหายตายจากไปไหน หากแต่จะปรับใช้กลยุทธ์จาก Video on Demand มาใช้ในลักษณะของแอปพลิเคชันของสถานีที่ทำให้ผู้ชมได้เข้าถึง Content ของทางสถานีได้มากขึ้นทั้งการรับชมย้อนหลังและการรับชมได้ทุกที่ทุกเวลา
ในส่วนของนักโฆษณาเองก็ต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย ทั้งการใช้ซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้โฆษณาได้เข้าถึงทุกกลุ่มเป้าหมาย ดังเช่นโฆษณาในลักษณะ AVOD ที่มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีคือเข้าไปในแพลตฟอร์มที่คนนิยมในปัจจุบัน หากแต่ข้อเสียจะทำให้เกิดกลุ่มผู้รับชมสองกลุ่ม กลุ่มแรก คือกลุ่มที่ไม่ได้ตรงกับเป้าหมายของโฆษณา มีรายได้ที่ไม่สามารถซื้อสินค้าที่โฆษณาได้ กลุ่มที่สอง คือกลุ่มที่มีรายได้สูงสามารถซื้อสินค้าได้ เป็นกลุ่มเป้าหมายของโฆษณา แต่คนกลุ่มนี้กลับไม่ได้ดูโฆษณา
ขณะเดียวกัน นักโฆษณาและนักการตลาดก็ต้องคอยรับมือกับข้อกำหนดเรื่องข้อมูลส่วนบุคคล ที่มีการประกาศใช้อย่างจริงจังในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา และปีหน้าคือปีที่จะเข้าสู่ยุคที่ข้อมูลส่วนบุคคลจะไม่ถูกล่วงละเมิด ดังนั้น ข้อมูลที่นักการตลาดและนักโฆษณาจะได้จากสื่อออนไลน์จะเป็นข้อมูลชั้นแรกเท่านั้น ทำให้นักการตลาดทั้งหลายต้องปรับรูปแบบในการหาข้อมูลของกลุ่มเป้าหมายให้มีความหลากหลายมากขึ้น
ท้ายที่สุด เทรนด์ของปี 2566 คือปีที่ผู้คนจะให้ความสำคัญกับสุขภาพ และการสร้าง Net Zero (โลกที่ไร้มลพิษ) นั่นหมายความว่าการผลิตเนื้อหาในสื่อ การผลิตเนื้อหาโฆษณา รวมไปถึงแบรนด์ ต้องส่งข้อความที่เกี่ยวข้องกับ Net Zero ออกมาในทุก ๆ แง่มุมไม่ว่าจะเป็นสินค้าหรือการให้บริการ
และทั้งหมดนี้คือความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นและพวกเราได้พบเจอกันในอีก 26 วันข้างหน้า ลองถามตัวเองดูนะคะว่า “พร้อมหรือยัง”
แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ