ควีนเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร ชีวิตที่โลกรู้จักผ่านงานบันเทิงและนักแสดง

นับเป็นอีกความสูญเสียที่สะเทือนไปทั่วโลก ชาวไทยเองก็ได้ทราบข่าวร้ายจากแดนไกลในช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เมื่อสำนักพระราชวังบักกิงแฮม ได้ออกแถลงการณ์ในวันพฤหัสบดีที่ 8 กันยายน 2022 (ตามเวลาท้องถิ่น) ระบุว่า สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ประมุขผู้ครองราชย์ยาวนานที่สุดของสหราชอาณาจักร เสด็จสวรรคตแล้ว ณ ปราสาทบัลมอรัล ในสกอตแลนด์ สิริพระชนมพรรษา 96 พรรษา โดยทรงครองสิริราชสมบัติมายาวนานถึง 70 ปี

เชื่อได้เลยว่าข่าวเศร้านี้ได้สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวโลกไม่มากก็น้อย เพราะแม้ว่าเรา ๆ จะไม่ใช่พลเมืองของสหราชอาณาจักร และไม่ใช่พสกนิกรที่อยู่ใต้พระบรมโพธิสมภารของควีนเอลิซาเบธที่ 2 แต่เราต่างก็รู้สึกตกใจและใจหายต่อเหตุการณ์สูญเสียนี้ เนื่องจากเมื่อไม่กี่วันก่อน (วันอังคารที่ 6 กันยายน) ยังมีภาพและข่าวที่ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งแต่งตั้ง ลิซ ทรัสส์ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการ จากภาพข่าวจะเห็นว่าควีนยังทรงแข็งแรงดี อีกทั้งยังมีพระพักตร์ที่สดชื่น ยิ้มแย้มแจ่มใส จนไม่อยากจะเชื่อว่าจะประชวรหนักในอีก 2 วันต่อมา และเสด็จสวรรคตในที่สุด

สำหรับสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร หรือที่เรามักจะเรียกพระองค์ว่า ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงเป็นประมุขของ 15 ประเทศ จาก 53 รัฐสมาชิกในเครือจักรภพแห่งชาติ เป็นพระราชธิดาพระองค์แรกของสมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 และสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธ พระราชชนนี ทรงพระราชสมภพเมื่อวันที่ 21 เมษายน 1926 ณ บ้านเลขที่ 17 ถนนบรูตัน เมย์แฟร์ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร

ภายหลังจาก สมเด็จพระเจ้าจอร์จที่ 6 สวรรคต เจ้าหญิงเอลิซาเบธ อเล็กซานดรา แมรี แห่งยอร์ก (พระยศในขณะนั้น) เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์ต่อจากพระราชบิดา ในคืนวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 1952 ในขณะที่มีพระชนมายุ 25 พรรษา และในอีก 16 เดือนต่อมาจึงมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของพระองค์ ณ มหาวิหารเวสมินสเตอร์ พิธีจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 1953 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่พระราชพิธีนี้ได้ถ่ายทอดสดไปทั่วโลกผ่านทางสถานีโทรทัศน์บีบีซี และยังถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ราชวงศ์อังกฤษที่มีการถ่ายทอดสดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกผ่านทางโทรทัศน์ด้วย

ใช่แล้ว! เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อ 70 ปีที่แล้ว แน่นอนว่าผู้คนที่มีโอกาสได้ร่วมอยู่ในช่วงเวลาประวัติศาสตร์ครั้งนั้น ในช่วงปีนั้น และยังมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันนี้ก็น่าจะเหลืออยู่น้อยเต็มที ดังนั้น จึงแทบจะพูดได้เลยว่าคนในทุกเจเนอเรชันที่มีชีวิตอยู่ในปัจจุบัน ไม่ได้รู้จักชีวิตของควีนเอลิซาเบธที่ 2 ในช่วงเวลานั้นโดยตรง แต่รู้จักพระองค์ผ่านทางซีรีส์และภาพยนตร์ที่สร้างขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อความบันเทิง มีนักแสดงหญิงหลายคนที่ได้รับเกียรติแสดงเป็นพระองค์

ชีวิตของราชินีที่ผู้ยิ่งใหญ่ เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางผ่านสื่อบันเทิง

ไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกนะที่คนเราจะรู้จักประมุขของประเทศอื่นนอกเหนือจากประมุขของตนเอง ยกตัวอย่างง่าย ๆ เรารู้จักควีนเอลิซาเบธที่ 2 มากกว่ารู้จักประมุขของประเทศเพื่อนบ้านเราด้วยซ้ำไป คนทั่วไปส่วนใหญ่อาจไม่รู้ด้วยว่าประเทศเพื่อนบ้านที่มีพรมแดนติดกับไทยนั้น มีอีก 2 ประเทศที่มีกษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งนั่นก็คือกัมพูชาและมาเลเซีย และแน่นอนว่าคงไม่รู้พระนามของทั้ง 2 พระองค์ด้วย ทว่าเรากลับรู้จักกษัตริย์หญิงที่ทรงเป็นประมุขของดินแดนที่อยู่ในอีกซีกโลกหนึ่ง แถมยังสามารถเดินเข้าไปเที่ยวในบ้านที่กษัตริย์และราชวงศ์ใช้อยู่อาศัยจริง ๆ ได้อย่างอิสระด้วยเวลาที่บินไปอังกฤษ ขอแค่มีเงินจ่ายค่าเข้าเท่านั้น

การที่เรารู้จักควีนเอลิซาเบธที่ 2 นั้น ส่วนหนึ่งมาจากการที่พระองค์ทรงเป็นประมุขที่เป็นสตรีแห่งเครือจักรภพที่ยิ่งใหญ่ 15 ประเทศ จาก 53 รัฐสมาชิกในเครือจักรภพแห่งชาติ รวมถึงสหราชอาณาจักรเองก็เป็นดินแดนที่มีอำนาจเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก และในสมัยก่อนในยุคที่มีการล่าอาณานิคมกันอย่างบ้าคลั่ง อังกฤษก็เป็นหนึ่งในเจ้าอาณานิคมที่ยิ่งใหญ่ของโลก เราทราบเรื่องนี้จากหนังสือเรียน เมื่ออังกฤษเป็นประเทศที่เป็นที่รู้จักบนเวทีโลก ประมุขของอังกฤษก็เป็นที่รู้จักเช่นกัน ทว่าไม่ใช่แค่ปัจจัยเหล่านี้หรอกที่ทำให้ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก

เพราะอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ควีนเอลิซาเบธที่ 2 ทรงเป็นที่รู้จักของชาวโลก คือ การที่พระองค์ทรงเป็นประมุขและราชวงศ์ที่พระนามปรากฏในสื่อบันเทิงหลายต่อหลายครั้ง เรียกได้ว่าชีวิตทั้งชีวิตของพระองค์ ทั้งพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และไลฟ์สไตล์หลาย ๆ ด้านของพระองค์ถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์และซีรีส์หลายต่อหลายเรื่อง ซึ่งก็คงจะมีไม่กี่ที่ในโลกที่วงการบันเทิงจะสามารถนำเอาชีวิตของกษัตริย์ที่ยังมีพระชนม์ชีพอยู่มาสร้างเป็นซีรีส์ ภาพยนตร์ แม้กระทั่งการแสดงล้อเลียนและการแสดงตลกได้มากมายขนาดนี้ อีกทั้งยังค่อนข้างที่จะเปิดกว้างให้ประชาชนสามารถพูดถึงกษัตริย์ของพวกเขาได้ในหลาย ๆ แง่มุม ไม่ว่าจะเป็นด้านบวกหรือด้านลบก็ตาม

อย่างไรก็ดี แม้ควีนเอลิซาเบธที่ 2 จะทรงเป็นประมุขที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์อังกฤษคือ 70 ปี กับอีก 214 วัน แต่เพราะพระองค์ก็ทรงไม่ใคร่ที่จะพระราชทานสัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนเท่าไรนัก ทำให้ตลอด 96 ปีที่ผ่านมา และตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ ประชาชนทั่วโลกจะทราบถึงเรื่องราวและเรื่องเล่าส่วนพระองค์จากพระโอษฐ์ของพระองค์เองน้อยมาก แต่ผู้คนจะรู้จักเรื่องราวของพระองค์ผ่านทางผลงานบันเทิง โดยนักแสดงหญิงหลาย ๆ ท่านแทน คือ

  • Claire Foy จาก The Crown ในปี 2016-2017
  • Olivia Colman จาก The Crown ในปี 2019-2020
  • Imelda Staunton จาก The Crown ในปี 2022
  • Helen Mirren จาก The Queen ในปี 2006
  • Emma Thompson จาก Playhouse Presents: Walking The Dogs ในปี 2012
  • Kristin Scott Thomas จาก The Audience ในปี 2015
  • Jeanette Charles ผลงานหลายเรื่อง รวมถึง Naked Gun, Austin Powers และ National Lampoon’s
  • Debra Stephenson จาก Alternative Christmas Message ในปี 2020
  • June Squibb จาก 7 Days In Hell ในปี 2015
  • Penelope Wilton จาก The BFG ในปี 2016
  • Neve Campbell จาก Churchill: The Hollywood Years ในปี 2004
  • Rosemary Leach จาก Margaret ในปี 2009
  • Jennifer Saunders จาก Minions ในปี 2015
  • Tress MacNeille, Maggie Roswell, Eddie Izzard จาก The Simpsons

ยัง ยังไม่จบ! เพราะแม้แต่ตัวของควีนเอลิซาเบธที่ 2 เองก็ทรงทำในสิ่งที่คนยุคใหม่เรียกว่า “แกงตัวเอง” โดยในปี 2012 พระองค์ทรงเข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกลอนดอน 2012 และได้ทรงทำการแสดง “ภารกิจลับ” ร่วมกับแดเนียล เคร็ก ผู้ที่รับบทเป็นเจมส์ บอนด์ ในเรื่อง 007 เปิดเรื่องมาด้วยเจมส์ บอนด์ ไปพบกับควีนเอลิซาเบธที่ 2 ณ พระราชวังบักกิงแฮม จากนั้นก็รับพระองค์ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ข้ามจากลอนดอนไปยังสนามกีฬาโอลิมปิก เมื่อถึงสนามกีฬา ทั้งคู่ได้กระโดดร่มลงจากเฮลิคอปเตอร์เพื่อเข้าร่วมงาน ซึ่งแน่นอนว่าพระองค์ไม่ได้กระโดดลงมาจากเฮลิคอปเตอร์เองหรอกแต่เป็นตัวแสดงแทน ถึงอย่างนั้น นี่ก็เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อสำหรับประวัติศาสตร์ราชวงศ์!

ภาพลักษณ์ของกษัตริย์และราชวงศ์ที่เป็นมิตรและจับต้องได้

เพราะเรื่องราวของกษัตริย์และราชวงศ์ เป็นที่สนใจใครรู้ของประชาชนมาโดยตลอดอยู่แล้ว ที่แม้จะอยู่ในมุมสว่างที่ใคร ๆ ก็รู้จัก แต่ชีวิตจริง ๆ ของคนกลุ่มนี้กลับเป็นเรื่องลึกลับซับซ้อนและแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คนทั่วไปจะได้มีโอกาสล่วงรู้เรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังในชีวิตของคนกลุ่มนี้ หรือเข้าถึงชีวิตจริงของพวกเขาได้ ดังนั้น การแสดงที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวของสมาชิกราชวงศ์จึงเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างมากในโลกบันเทิง ที่แม้ว่าจะมีส่วนที่ไม่ใช่ชีวิตจริง ๆ ของพวกเขา หรือไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมด แต่ก็ยังมีอะไรที่นำเสนอให้ประชาชนได้รู้ได้ อีกทั้งไม่เพียงแต่ถูกนำเสนอออกมาในแง่ใดแง่หนึ่งเท่านั้น มันคือการตีแผ่ และนำเสนอออกสู่สายตาผู้ชมได้ในหลายรูปแบบ

นั่นทำให้ภาพยนตร์ ซีรีส์ หรือการแสดงต่าง ๆ ที่ได้รับแรงบันดาลใจมากจากชีวิตจริงของบุคคลชนชั้นปกครองเป็นที่อยากรู้อยากดูของผู้ชม เพราะความบันเทิงประเภทนี้จะทำให้ผู้ชมได้สัมผัสถึงเรื่องราวกึ่งแต่งกึ่งจริงเกี่ยวกับชีวิตของบุคคลนั้น ยิ่งโดยเฉพาะกับบุคคลสำคัญระดับชาติที่มีความเกี่ยวข้องกับประวัติศาสตร์ของชาติด้วย เพราะตัวละครที่อยู่ในการแสดงนั้น ๆ มีตัวตนอยู่จริง และเป็นบุคคลที่มีชีวิตแตกต่างจากคนธรรมดาทั่วไป มีชีวิตแบบที่คนทั่วไปไม่เคยได้เห็นหรอกว่าเป็นอย่างไร มันจึงเป็นความรู้สึกท้าทายที่เราจะได้มานั่งจับจ้องชีวิตของบุคคลนั้นด้วยสองตาของเราเอง

อย่างที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ คงจะมีไม่กี่ที่บนโลกและมีกษัตริย์ไม่กี่พระองค์ ที่คนธรรมดาจะสามารถนำเอาชีวิตของกษัตริย์และราชวงศ์มาตีแผ่ให้คนทั่วโลกได้รู้จักได้มากเท่ากับชีวิตของควีนเอลิซาเบธที่ 2 และราชวงศ์วินด์เซอร์อีกแล้ว เพราะนี่ไม่ใช่แค่การนำเสนอในรูปแบบของความบันเทิง ที่มีทั้งข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น การตีความ และส่วนที่แต่งเติมเข้าไปเพื่อความบันเทิงเท่านั้น แต่การนำเสนอเฉกเช่นนี้ ทำให้ผู้ชมสามารถนำมาตีความต่อและมองได้ทั้งในเชิงบวกและเชิงลบ พูดง่าย ๆ ก็คือการนำเสนอชีวิตของกษัตริย์และราชวงศ์ในลักษณะนี้ เป็นการเปิดโอกาสให้กับประชาชนผู้ที่ไม่ฝักใฝ่ในราชวงศ์และการปกครองระบบกษัตริย์ สามารถวิพากษ์วิจารณ์ด้านลบและโจมตีได้โดยตรง

ถึงอย่างนั้น ในดินแดนที่เป็นแม่แบบของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา พระองค์ทรง “ปล่อย” ให้ประชาชนวิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ได้ตามสะดวก ให้สิทธิเสรีภาพแก่ประชาชนที่จะแสดงออกต่อตัวพระองค์เองและราชวงศ์ได้ ตราบเท่าที่การกระทำนั้นไม่ผิดกฎหมายบ้านเมือง ในขณะเดียวกัน สิ่งนั้นกลับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของความมีเชื้อสายเจ้าและราชวงศ์ไปอย่างสิ้นเชิง อย่างที่เราเห็นว่าควีนเอลิซาเบธที่ 2 และราชวงศ์วินด์เซอร์ ไม่ได้มีภาพลักษณ์ที่จริงจังและเป็นทางการเหมือนในอดีตอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นราชินีและราชวงศ์ที่จับต้องได้ เป็นมิตรกับประชาชน จนสามารถเข้าถึงจิตใจของผู้คนได้ง่ายขึ้น

เมื่อชีวิตของ “The Queen” ถูกนำมาแต่งเติมให้กลายเป็นความบันเทิง มีนักแสดงที่รับบทเป็นพระองค์ และแสดงบทบาทต่าง ๆ ไปตามเรื่องราว สร้างความบันเทิงและทำให้คนทั่วโลกได้รู้จักกับ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ประมุขแห่งสหราชอาณาจักรและเครือจักรภพ ที่แม้ว่าคนในทุกเจเนอเรชันจะเกิดไม่ทันตอนที่พระองค์ขึ้นครองราชย์ใหม่ ๆ หรือไม่ใช่พสกนิกรที่อยู่ใกล้ชิดกับบัลลังก์ที่พระองค์นั่งอยู่ 70 ปี ก็สามารถรู้จักพระองค์ผ่านสื่อบันเทิงได้ ที่ต่อให้จะไปหาอ่านบันทึกชีวิตของพระองค์จากหนังสือต่าง ๆ ก็คงจะไม่สนุกและไม่ได้อรรถรสเท่ากับดูการแสดง

มุมมองของประชาชนต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ของอังกฤษเปลี่ยนไปแล้ว

นั่นทำให้มุมมองของประชาชนต่อราชวงศ์และควีนเอลิซาเบธที่ 2 เปลี่ยนไป จากเจ้าหญิงผู้มีชีวิตสุขสบายในเทพนิยายที่แตะต้องไม่ได้ กลายมาเป็นแบรนด์ไอคอนระดับโลกที่ประชาชนสามารถพูดถึงและได้ดูชีวิตของพระองค์ผ่านการแสดงของนักแสดงหญิงหลายคนทางหน้าจอ กลายเป็นตัวละครที่ปรากฏอยู่ในสื่อบันเทิงมากมาย ถูกพูดถึงทั้งในแง่บวกและแง่ลบ และถูกนำภาพไปทำสินค้าตลก ๆ รวมถึงมีมล้อเลียนราชวงศ์เกลื่อนบ้านเกลื่อนเมือง ก็หาได้ทำให้ราชวงศ์วินด์เซอร์และบัลลังก์ของควีนเอลิซาเบธที่ 2 สั่นคลอนไม่ ในทางกลับกัน คนทั่วโลกรู้จักพระองค์

การที่ควีนของพวกเขาตั้งตนอยู่ในจุดที่ประชาชนจับต้องได้ นิ่งเฉยต่อการถูกวิพากษ์วิจารณ์และแสดงความคิดเห็นที่แตกต่าง ทำให้ผู้คนได้รับรู้ว่าการวิพากษ์วิจารณ์ราชวงศ์และควีนอย่างตรงไปตรงมาผ่านสื่อต่าง ๆ ก็สามารถทำได้โดยไม่ถูกจับขังคุกหรือนำไปปรับทัศนคติแต่อย่างใด จนทุกวันนี้ได้กลายเป็นเรื่องปกติที่ไม่ว่าใครก็สามารถทำได้อย่างมีอิสระ แม้ว่าในอดีตสมัยที่ผู้คนยังวางตำแหน่งควีนไว้เหนือหัว วงพังค์ร็อกจากเกาะอังกฤษอย่าง Sex Pistols จะทำในสิ่งที่ “สุ่มเสี่ยงเหลือเกิน” แต่ราชวงศ์วินด์เซอร์และตัวควีนอลิซาเบธที่ 2 ดูเหมือนจะไม่ได้รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นสักเท่าไร แต่ละเหตุการณ์เหมือนไม่เคยเกิดขึ้น และพระองค์ก็ยังทรงเป็นที่เคารพรักอยู่เหมือนเดิม

สิ่งที่ราชวงศ์วินด์เซอร์และควีนอลิซาเบธที่ 2 เป็นตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา คือการสื่อสารไปถึงผู้คนและประชาชนชาวอังกฤษ ว่าราชวงศ์พร้อมที่จะปรับตัวให้เข้ากับสมัยนิยมและยุคสมัยที่เปลี่ยนไป และจะทำตามความต้องการของประชาชน การเปลี่ยนแปลงภาพลักษณ์จากสถาบันเก่าแก่ที่ดูลึกลับ ทำลายความสูงส่งที่ไม่สามารถเอื้อมถึงได้ของครอบครัวราชวงศ์ทิ้งไปเสีย ให้กลายเป็นสถาบันที่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของประชาชน ทั้งหมดนี้สามารถทำได้สำเร็จในช่วงระยะเวลา 70 ปีที่ควีนอลิซาเบธที่ 2 ทรงเป็นประมุข แค่หนึ่งชั่วอายุคนเท่านั้นเอง!

ชีวิตของราชินีผู้ยิ่งใหญ่แห่งเกาะอังกฤษที่ถูกนำไปถ่ายทอดผ่านงานบันเทิง ทำให้ผู้คนมองเห็นความเป็นมนุษย์ในตัวควีนอลิซาเบธที่ 2 ที่ถึงจะอยู่ในตำแหน่งประมุข เป็นกษัตริย์ผู้ปกครอง แต่พระองค์ก็คือมนุษย์คนหนึ่งเหมือนกัน ที่ในท้ายที่สุดก็หนีไม่พ้นเรื่องเกิด แก่ เจ็บ ตาย การที่ทรงอยู่ในจุดที่ทำให้ประชาชนรู้สึกใกล้ชิดกับราชวงศ์ได้มากขึ้น จนกล้าที่จะแสดงความคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์ และล้อเลียนราชวงศ์ได้ราวกับเป็นคนใกล้ชิด จะทำให้ชาวโลกไม่มีทางลืมราชินีที่มีพระนามว่า สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ได้ลงเป็นแน่แท้

ก็จะลืมได้อย่างไร ในเมื่อผลงานบันเทิงทั้งหลายที่มีตัวละครเป็นควีนอลิซาเบธที่ 2 ได้กลายเป็นตำนานที่จะไม่มีวันหายไปจากโลกใบนี้ ในอีกหลายชั่วอายุคนข้างหน้า ที่แม้จะไม่เหลือคนที่มีชีวิตร่วมสมัยอยู่กับควีนอลิซาเบธที่ 2 เลยแม้แต่คนเดียว แต่ชื่อของควีนอลิซาเบธที่ 2 จะยังคงถูกเล่าขานต่อไป สินค้าตลก ๆ และมีมที่นำเอาพระบรมฉายาลักษณ์ของพระองค์มาตัดต่อ จะทำให้คนยุคนั้นรู้ว่าพระพักตร์ของพระองค์เป็นอย่างไร แม้ว่าพระวรกายของพระองค์จะไม่มีทางปรากฏต่อสาธารณชนทั่วโลกอีกแล้วก็ตาม