
“เราอยู่ในยุคที่คนทั่วไปเชื่อกันว่า ความสมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริง และ มองว่าคนที่ชื่นชอบความสมบูรณ์แบบนั้นเป็นคนที่จริงจังจนเกินไปทำให้ไม่มีความสุข แต่เอาเข้าจริงแล้วคนที่ชอบความสมบูรณ์แบบมักจะสร้างสรรค์สิ่งที่หลายคนคาดไม่ถึง และ พวกเขาจะมีความสุขกับความสำเร็จนั้น ชนิดที่คนที่สักแต่ทำไปวันๆจะคาดไม่ถึงเลยทีเดียว”
ด้านบน นั้นคือความรู้สึกส่วนหนึ่งของผู้เขียนเมื่อได้อ่าน “อิคิไก” ความหมายของการมีชีวิตอยู่จบลง
อิคิไก คือหนังสือแนะนำสำหรับสัปดาห์นี้ จะเห็นว่าระยะหลังหนังสือจากญี่ปุ่น และ เกาหลี จะได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่งในหมู่นักอ่านชาวไทย ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นอิทธิพลทางวัฒนธรรมและความนิยมของยุคสมัย ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วหนังสือจากทั้งญี่ปุ่น และ เกาหลี ในลักษณะสอนชีวิต ก็มีประโยชน์ไม่น้อย เพราะส่วนใหญ่มักจะสอนให้คนที่อ่านได้มองโลกได้กว้างขึ้น
สำหรับ “อิคิไก” หนังสือที่กล่าวถึง ความหมายของการมีชีวิตอยู่ เป็นการกล่าวถึงความสุขในการดำเนินชีวิต จากการเริ่มต้นเล็กๆและทำให้เกิดผลสำเร็จสูงสุดตามกำลังที่สามารถผลักดันไปได้ เป็นหนังสือที่น่าจะเหมาะกับคนในวัยที่เพิ่งเริ่มต้นทำงาน เป็นการใส่ความรู้และทัศนคติที่ดีให้กับชีวิต
เพราะในหนังสือเล่มนี้ ไม่ใช่หนังสือฮาวทู ที่จะบอกให้คนอ่านทำวิธีใดจึงจะสามารถขึ้นไปอยู่บนจุดสูงสุดเหนือคนอื่น แต่จะเป็นหนังสือที่ทำให้คนอ่านได้รู้จักกับคำว่า “ยับยั้งชั่งใจ” กับโลกปัจจุบันที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว หลายคนตกอยู่ในกระแสของวัฒนธรรมยุคใหม่ ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับโลกเสมือนจริงในโซเชียลมีเดีย ตั้งแต่ตื่นไปจนกระทั่งเข้านอน
หรือหลายคนที่พอเริ่มทำงาน หรือ ทำงานไปสักระยะแล้วรู้สึกว่า ปัญหาจากผู้คน หรือ งานที่แสนหนักช่างรุมเร้าเหลือเกิน บางคนทำงานไปวางแผนวันหยุดไป หรือ บางคนมองว่าไปทำงานช้าหน่อย แล้วค่อยชดเชยเอาในช่วงเย็นก็ได้ วิธีคิดในลักษณะนี้ ได้บ่งบอกถึงลักษณะนิสัย และ ทัศนคติ ในการทำงานเป็นอย่างยิ่ง
ในขณะที่ วิธีคิดแบบ “อิคิไก” นั้นไม่ได้บอกว่า คนที่จะประสบความสำเร็จต้องทำงานหนักหามรุ่งหามค่ำไม่ได้หลับไม่ได้นอน แต่ วิธีคิดแบบ “อิคิไก” ในการทำงานนั้น จะทำให้คนอ่านมีมุมมองใหม่ ดังเช่นเรื่อง “เหตุผลของคนตื่นเช้า” ในหนังสือเล่มนี้ ที่เล่าเรื่องพ่อค้าขายปลาทูน่าที่ตลาดสึคิจิ ที่ต้องตื่นตั้งแต่ตีสองเพื่อเริ่มงานในทุกวัน เขามีความตั้งใจว่าแผงขายปลาของตนเองนั้นต้องมีปลาทูน่า ที่สดใหม่ และ เป็นที่พึงพอใจของลูกค้าเสมอ และแรงกระตุ้นที่ทำให้เขาตื่นเช้าคือความคิดทีว่า “เช้านี้จะได้เจอปลาสุดพิเศษ เพื่อจะนำมาวางที่แผงหรือเปล่า”
วิธีคิดแบบพ่อค้าปลา คือการสร้างความสุขเล็กให้กับตัวเอง แต่ส่งผลที่ดีอย่างต่อเนื่อง เมื่อพ่อค้าปลาเลือกปลาที่สดใหม่ มาจำหน่ายทำให้ลูกค้าที่ซื้อไป นำไปปรุงอาหารได้เอร็ดอร่อย คนที่ได้กินก็มีความสุขมีแรงที่จะฮึดสู้กับการดำเนินชีวิตต่อไป นี่อย่างไร ผลตอบแทนของการเริ่มต้นเล็กๆ แต่ได้ความสุขกันอย่างต่อเนื่อง
ลองหามาอ่านกันดูนะคะ สำหรับ “อิคิไก” คุณจะได้มองโลกในอีกมุม และเป็นมุมที่มีความสุขในตัวคุณเอง เพราะอิคิไก ไม่ได้อยู่ไกลตัวคุณเลย เหมือนกับการจิบกาแฟรสชาติดีๆสักแก้วในยามเช้า ก็กลายเป็นความสุขในชีวิตได้แล้วเช่นกัน





























