Home Inspiration ชีวิตติดลูกหนัง 40 ปีแค้นรอวันชำระ!

40 ปีแค้นรอวันชำระ!

ผมตั้งใจจะเขียนแมตช์คลาสสิกในฟุตบอลโลกให้ได้หลาย ๆ ตอนสักหน่อย โชคไม่ดีร่างกายประท้วงให้หยุดยาวเลยทำได้ไม่กี่คู่ นัดหนึ่งที่ได้ย้อนความทรงจำไปนั่นก็คือ อังกฤษกับอาร์เจนตินา ในเวิลด์คัพ 1986 ไม่น่าเชื่อว่า 40 ปีพอดีพอดิบ คู่นี้จะโคจรมาพบกันอีกครั้งในรอบตัดเชือกปี 2026 โอกาสที่ทีมสิงห์โตคำรามจะได้ล้างตาแบบข้าม 4 ทศวรรษจึงเกิดขึ้นแล้ว

อังกฤษชุดนี้ลอยลำเข้าสู่รอบรองชนะเลิศแบบค่อนข้างเซอร์ไพรส์พอสมควร ส่วนหนึ่งเพราะบราซิลพลาดท่าตกรอบไปก่อน อีกส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่ากุนซือของพวกเขาคือ โธมัส ทูเคิล นั้น ไม่ใช่เฮดโค้ชที่ป็อบปูลาร์อะไรมากนัก ค่อนข้างเป็นคนเก็บตัว ทำให้ข่าวของทีมผู้ดีชุดนี้ไม่ได้ออกมาให้คนจับจ้องและคาดหวัง กลับกลายเป็นผลดีที่นักเตะไม่กดดันจนเกินไป

ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ทีมทรีไลออนส์ไม่ได้พยายามโชว์ความเหนือชั้นอะไร พยายามเล่นให้เรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

แม้จะเล่นบุกดูสนุกกว่าทีมของ แกเร็ธ เซาธ์เกตต์ แต่กุนซือชาวเยอรมันเองก็ให้สัมภาษณ์มาแล้วว่าเล่นสวยไปก็เท่านั้น เขาให้ความสำคัญต่อชัยชนะมากกว่

จุดเด่นของทีมสิงห์โตคำรามชุดนี้ นอกเหนือจากการมี แฮร์รี่ เคน แล้ว ยังมีตัวเข้าทำจากแถวสองที่ยอดเยี่ยมอย่าง จู๊ด เบลลิงแฮม ทำให้แนวรับคู่ต่อสู้ต้องพะวักพะวน ทำให้เคนมีทางเลือกในการเล่นเกมรุกมากยิ่งขึ้น จนทั้งสองคนแบ่งกันทำไปคนละ 6 ประตูแล้วในทัวร์นาเมนต์นี้

นอกจากนั้นแล้ว ทูเคิล เองก็โนสนโนแคร์ไม่ได้ยึดติดกับผู้เล่นคนใดเป็นพิเศษ เขาสลับสับเปลี่ยน โนนี่ มาดูเอเก้, บูกาโย่ ซาก้า, แอนโธนี่ กอร์ดอน, มาร์คัส แรชฟอร์ด, มอร์แกน โรเจอร์ส, เอเบริชี่ เอเซ่, เดแคลน ไรซ์, จอห์น สโตนส์, แดน เบิร์น, เจค สเปนซ์, รีส เจมส์ ให้ลงมาโชว์ผลงานตามแต่สถานการณ์ของเกมแต่ละนัดได้อย่างเหมาะสม ทำให้อังกฤษผ่านเข้ารอบตัดเชือกมาได้แบบไม่บอบช้ำอะไรมากนัก ผิดกับทางอาร์เจนตินาที่ดูเหน็ดเหนื่อยและมีอาการอ่อนล้า เพราะพึ่งพาตัวหลักมากกว่า

บอกได้เลยครับว่า ทูเคิล นั้นไม่ธรรมดา เล่นงานคู่ต่อสู้ด้วยการใช้ความแข็งแกร่ง รวดเร็ว และดึงจุดเด่นของลูกทีมออกมาให้เป็นประโยชน์

การเจอกันในรอบรองชนะเลิศหนนี้คือแมตช์หยุดโลก แฟน ๆ อังกฤษทั่วเกาะคงอยากให้ทีมล้างแค้นสำเร็จ หลังจากที่เก็บความเจ็บปวดจากลูก “แฮนด์ออฟก็อด” ของ ดิเอโก้ มาราโดน่า เมื่อ 40 ปีก่อน แค้นรอวันชำระ!

หวังว่าจะไม่เกิดอุบัติเหตุอะไรขึ้นมาอีก และถ้า โธมัส ทูเคิล ทำได้ เขาจะกลายเป็นผู้ปลดปล่อย พาอังกฤษเข้าชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกเป็นหนที่สองในประวัติศาสตร์ชาติ นับตั้งแต่ปี 1966 หนเดียวเท่านั้นที่ “สิงห์โตคำราม” ได้เป็นแชมป์โลก

ร่วมกันเป็นสักขีพยาน ในคืนวันที่ 16 กรกฎาคม นี้ครับ.