Home Inspiration ชะนีติดซีรีส์ Fifties Professionals รวมพลตัวพ่อวัยเก๋า บู๊ยังไหว แต่กระดูกจะลั่นหน่อย ๆ

Fifties Professionals รวมพลตัวพ่อวัยเก๋า บู๊ยังไหว แต่กระดูกจะลั่นหน่อย ๆ

เพราะเพลิดเพลินกับการตามดู Harry Potter เวอร์ชันภาพยนตร์ เพื่อเตรียมตัวต้อนรับเวอร์ชันใหม่ในรูปแบบซีรีส์ ทำให้เลื่อนผ่านไปเจอซีรีส์เกาหลีเรื่องใหม่เข้า เป็นซีรีส์ที่ไม่เห็นการโปรโมตใด ๆ ผ่านตาในโซเชียลมีเดียเลย คือมันก็คงมีคนลงโปรโมตนั่นแหละแต่ไม่เห็น ก็เลยลองเอาไปเสิร์ชหาเนื้อเรื่องย่ออ่านดูก่อน ส่วนตัวคิดว่าเนื้อเรื่องมันน่าสนใจดี แต่แอบกังวลนิดหน่อยที่บรรดานักแสดงนั้นไม่ได้ดึงให้เราอยากดูเท่าไร ว่ากันตามตรงก็คือไม่มีอะไรที่ดึงดูดใจในแง่ของความสุนทรีย์จากเหล่าผู้ชายในเรื่องเลย กลับกันทำให้รู้สึกเคารพในความอาวุโสเสียมากกว่า

ภาพจาก FB: MBC 드라마

แต่พอได้ลองเปิดดูจริง ๆ แค่อีพีแรกอีพีเดียว บอกเลยว่าโคตรโดนเส้น และรู้แล้วว่าซีรีส์จะน่าดูไม่ใช่แค่พระเอกพระรองหล่ออย่างเดียว แต่เนื้อเรื่องและคาปรกเตอร์ของตัวละคร ที่ต่อให้จะไม่ถูกใจ มันก็ยังจูงใจให้ดูได้ ในทางตรงกันข้ามก็มีหลายเรื่องเหมือนกันที่พระเอกหล่อ โดนพระรองตก แต่เรื่องโดยรวมมันทำให้ไปต่อไม่ไหวก็ต้องเท นี่จึงเป็นบทพิสูจน์หนึ่งว่าเราจะตัดสินหนังสือจากหน้าปกไม่ได้

Fifties Professionals หรือชื่อภาษาไทยจากแอปสตรีมมิ่ง HBO Max ว่า มือโปรห้าสิบพลัส เป็นซีรีส์ที่เต็มไปด้วยนักแสดงรุ่นพ่อ 555 หนุ่มสาวในเรื่องมีน้อยมาก แต่สนุกดี และค่อนข้างประทับใจที่เกาหลีเขาก้าวข้ามเรื่องนี้ได้ ละครไม่ได้ขายแค่ความหล่อสวยของคนหนุ่มสาว แต่นักแสดงวัย 50+ ก็ยังคงโลดแล่นในบทนำ ไม่ใช่จำเป็นว่าจะต้องรับบทเป็นแค่พ่อหรือแม่ของพระเอกนางเอก ความสามารถของพวกเขายังคงเป็นนักแสดงนำได้ตามวัยและบทที่ได้รับเป็นอย่างดีโดยไม่มีข้อกังขา และถึงชาวเน็ตเกาหลีจะปสด. แต่ก็ยังไม่เคยเห็นออกมาโวยวายให้เป็นเรื่องราวใหญ่โตเหมือนกัน ว่าเอาคนวัย 50+ มาเล่นบทนำโดยแทบไม่มีคนหนุ่มสาวในเรื่อง

ภาพจาก FB: MBC 드라마

Fifties Professionals เล่าเรื่องราวของชายวัยลุง 3 คน ที่ดูภายนอกก็ลุงวัยกลางคนธรรมดา ๆ ที่ไม่มีใครสนใจเป็นพิเศษ กลมกลืนไปกับมวลชน ใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์เลี้ยงลูกเลี้ยงหลานเงียบ ๆ บนเกาะห่างไกล แต่จริง ๆ แล้วในอดีต พวกเขาห่างไกลจากความธรรมดาไปมากโข ทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นตัวพ่อตัวแด๊ดในตำนาน ตัวท็อปตัวตึงในสายงานของตัวเอง ทั้งเจ้าหน้าที่พิเศษหน่วยข่าวกรอง สายลับ และนักเลง ที่โลดแล่นอยู่บนเส้นทางอาชญากรรมที่เต็มไปด้วยอันตราย โดยเบื้องหลังที่ทำให้พวกเขาต้องไปใช้ชีวิตสุดแสนธรรมดา ก็เป็นเพราะความผิดพลาดในการทำภารกิจสำคัญเมื่อ 10 ปีก่อน

สำหรับ 3 คนที่ว่า คือ “จองโฮมยอง” อดีตคือสุดยอดเจ้าหน้าที่ของสำนักข่าวกรองแห่งชาติ ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเงา ปัจจุบันเป็นคุณพ่อลูก 1 ที่กำลังโดนภาวะวัยทองเล่นงาน และทำงานเป็นทุกอย่างในบ้านเมีย ที่เปิดร้านขายอาหารจีน ต่อมาคือ “บงเจซุน” อดีตสุดยอดสายลับจากเกาหลีเหนือฉายาสุนัขไฟ ปลอมตัวเก่ง ต่อสู้เก่ง แต่เพราะประสบอุบัติเหตุในระหว่างปฏิบัติภารกิจ ทำให้เขาสูญเสียความทรงจำ ปัจจุบัน เขาตามหาอดีตที่หายไปผ่านการเข้ารับการบำบัดด้วยการสะกดจิต เป็นพนักงาน general เบ๊ อยู่โรงงานผลิตเหล็ก โดนเจ้านายรังแกประจำ สุดท้าย “คังบอมรยง” อดีตลูกน้องคนเก่งของแก๊งอันธพาล ผู้สยบทุกอาวุธในมือคู่ต่อสู้ด้วยมือเปล่า ปัจจุบันกำลังหาทางเพิ่มยอดขายให้ร้านสะดวกซื้อที่เขาเป็นเจ้าของ ทะเลาะกับลูกค้า ตีกับเด็กพาร์ตไทม์ และมีความสุขกับการแอบรักตำรวจสาวในพื้นที่

ภาพจาก FB: MBC 드라마

แต่แล้วน้ำนิ่งก็ถูกกวนให้ขุ่นในอีก 10 ปีต่อมา เหตุการณ์ในวันนั้นย้อนกลับมาเล่นงานพวกเขาที่เคยคิดจะวางมือจากเรื่องนั้นและยอมรับความล้มเหลว พวกเขาต้องงัดเอาความเทพเก่าเก็บของตัวเองออกมาเคาะสนิม ลับให้คม เพื่อออกปฏิบัติการอีกครั้ง แม้ว่าร่างกายจะโรยราไปบ้างตามวัยและชีวิตโลดโผนตลอดครึ่งชีวิต ทว่าความสามารถที่มีอยู่เดิมก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลง พี่อยากเท่แต่สังขารมันไม่ให้ 555 เราเลยไม่ได้เห็นความบู๊และบุ๋นที่มาในรูปของพลังพระเอก แต่มันคือประสบการณ์ ความเก๋าเกม ไหวพริบ และสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่สั่งสมมาตั้งแต่หนุ่มยันแก่ แบบรุ่นใหญ่ที่บู๊ให้เด็กมันดู!

จะปล่อยให้หนูสกปรกตัวเดียวกินยุ้งฉางของประเทศจนหมด แล้วนั่งดูเฉย ๆ เหรอ

ว้ายยย! นี่ซีรีส์เกาหลีเด้อสู ห้ามตีความลึกซึ้งเด็ดขาดนะจ๊ะ ซับไทยเขาแปลมายังไงดิฉันก็แค่ก็ดึงเอามาใช้ ไม่มีเจตนาอื่น ที่สำคัญ คำนามก็คือคำนาม ไม่ใช่วิสามานยนาม! นี่เป็นเรื่องน่ากลัวมากนะ เลยรีบออกโรงชี้แจงก่อน คือมันก็อาจจะดูร้อนตัวเกินเหตุแหละ แต่ต้องป้องกันไว้ก่อน ปลอดภัยไว้ก่อน! เกิดมีคนเข้าใจผิดตีความซี้ซั้วขึ้นมาแล้วมันจะไอ้นั่นเอาได้ ดีไม่ดีเดือดร้อนกันทั้งออฟฟิศ ดิฉันไม่มีปัญญาจะรับผิดชอบ 555

ภาพจาก FB: MBC 드라마

ที่ต้องยกข้อความนี้มาก็เพราะว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวในซีรีส์เรื่องนี้ ข้อความที่ว่านี่ เกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีก่อน ในปี 2016 เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคง 2 คนกำลังพูดคุยกันเพื่อวางแผนจัดการ “หนูสกปรก” ที่อยู่ในสำนักข่าวกรองแห่งชาติ หนูตัวนี้ก็คือเจ้าหน้าที่ระดับตัวเอ้อีกคนที่ใช้อำนาจหน้าที่ในการเป็นคนของรัฐแสวงหาผลประโยชน์ให้ตัวเอง ผ่านการกัดกินทรัพยากรและผลประโยชน์ส่วนรวมของประเทศ เป็นมือปราบสายลับที่ทำการค้าขายยาเสพติดกับทางเกาหลีเหนือ ทั้งสองสูญเสียลูกน้องไปกับภารกิจนี้ถึง 3 คน พวกเขาจึงต้องเร่งมือเอาผิดเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนนี้ให้ได้ โดยหลักฐานการทำผิดของเจ้าหน้าที่รัฐคนนี้ อยู่ใน USB ที่เจ้าหน้าที่ต่อต้านข่าวกรองของเกาหลีเหนือผู้แปรพักตร์คนหนึ่งขโมยออกมาก่อนหนี ซึ่งหลังจากนี้ USB นี่จะเป็น “ของ” สำคัญที่เปลี่ยนชีวิตทุกคน

ภาพจาก FB: MBC 드라마

และนี่ก็เป็นชนวนเหตุที่ทำให้ชาย 3 คนต้องเข้ามาพัวพันกันนานถึง 10 ปี พวกเขาทั้ง 3 ถูกส่งตัวให้เข้าร่วมในภารกิจลับนี้ด้วยเป้าหมายหลักเดียวกันคือเพื่อชิง “ของ” ที่ว่านั่นกลับมา แต่เป้าหมายรองและต้นสังกัดของพวกเขานั้นแตกต่างกัน โดยพวกเขาทั้ง 3 นั้นถือได้ว่าเป็นตัวท็อปของสายงานของตน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่พิเศษหน่วยข่าวกรองตัวท็อป สายลับตัวท็อปจากเกาหลีเหนือ และนักเลงตัวท็อปจากแก๊งมาเฟียใหญ่ อย่างไรก็ตาม หลังจากภารกิจผิดพลาดในคืนนั้น และเรื่องราวที่เป็นผลกระทบจากเหตุภารกิจล้มเหลว พวกเขาจำต้องย้ายไปอยู่ที่เกาะยองซอนที่ห่างไกล และภารกิจนั้นก็ถูกพับเก็บไว้มานานถึง 10 ปี

ภาพจาก FB: MBC 드라마

มันเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ผู้ซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินไม่อาจปล่อยเบลอไปได้ ในเมื่อพวกเขารู้แล้วว่าใครคือหนูสกปรกที่กำลังบ่อนทำลายประเทศชาติ กัดกินผลประโยชน์ส่วนรวมของทุกคน พวกเขาก็ต้องลงมือแก้ผิดให้เป็นถูก และที่สำคัญ การที่ตัวการใหญ่ของเรื่องนี้คือเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งของหน่วยข่าวกรอง เป็นคนของรัฐ นั่นหมายความว่าถ้าเขายังคงหลุดรอดจากความผิดของตัวเอง เขาจะกลายเป็นตัวอันตรายของประเทศนี้ที่ยากจะเอาให้ลง ซึ่งมันก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าหลังจากภารกิจชิง “ของ” ล้มเหลว ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ชีวิตของคนเลวมีแต่ดีขึ้น ๆ และยังคงพยายามกอบโกยผลประโยชน์ของประเทศชาติเข้ากระเป๋าตัวเองอย่างต่อเนื่องเรื่อยมา

พระผู้เป็นเจ้าตรัสไว้ ประตูจะเปิดให้ผู้ที่เคาะ จงเคาะไปจนกว่ามันจะเปิด

จะบอกว่าฉากนี้อย่างรั่ว ย้อนแย้งแบบสุด ๆ ผลพวงจากการที่ภารกิจล้มเหลว หัวหน้าแก๊งมาเฟียโดนหักหลัง เขาถูกจับเข้าคุก โดยให้ลูกน้องคนสำคัญหนีไป ถึงอย่างนั้น ลูกน้องผู้จงรักภักดีก็ยังคงไปเยี่ยมเยียนลูกพี่ในคุกอยู่บ่อย ๆ ซึ่งลูกพี่ก็ดูจะขัดใจไม่น้อยที่ลูกน้องมาเยี่ยมทีไรก็อ้วนขึ้นทุกที แถมหน้าตาก็สดใสอยู่ตลอด ทำเอาลูกน้องรู้สึกผิดที่ใช้ชีวิตแฮปปี้อยู่นอกคุก 555 เขาถามลูกน้องคนสำคัญว่าได้ข่าว “ของ” ที่ว่านั่นหรือยัง เมื่อลูกน้องรายงานว่ายัง เขาก็หยิบคัมภีร์ไบเบิลขึ้นมาแล้วพูดว่า “พระผู้เป็นเจ้าตรัสไว้ ประตูจะเปิดให้ผู้ที่เคาะ จงเคาะไปจนกว่ามันจะเปิด” จากนั้นดนตรีก็เริ่มบรรเลง ลูกน้องที่นั่งฟังอยู่ถึงกับทำหน้าแบบคนพยายามจะเลื่อมใส และพูด “อาเมน”

ภาพจาก FB: MBC 드라마

เนี่ย! มันเป็นมุกตลกเบา ๆ ที่ใส่มาแบบไม่ยัดเยียด แต่ก็ชวนหัวตรงที่นี่มัน “ผู้ศรัทธาในคราบคนบาป” ชัด ๆ 555 อะไรคือการที่หัวหน้าแก๊งมาเฟียผู้คร่ำหวอดอยู่ในโลกอาชญากรรมอ่านไบเบิลตอนติดคุก แถมยังเอามาสอน (แกมสั่งงาน) ลูกน้องอย่างจริงจังอีกว่าให้เคาะประตูต่อไป อย่าเพิ่งยอมแพ้! ลูกน้องก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากอาเมนแล้วยิ้มแหยง ๆ เอาจริง ๆ ฉากนี้มันก็คือการที่ลูกพี่ที่อยู่ในคุกสั่งงานลูกน้องนั่นแหละ ที่ตัวเขาต้องติดคุกก็เพราะลูกน้องทำภารกิจในวันนั้นไม่สำเร็จ และไอ้เจ้าหน้าที่รัฐตัวเอ้คนนั้นก็พยายามหาคนรับผิดชอบในเรื่องนี้ และเพื่อสร้างผลงานของตัวเองด้วย การที่เขาสั่งให้ลูกน้องอดทนเคาะประตูต่อไปจนกว่ามันจะเปิด ก็เพื่อจะได้ลากตัวคนผิดตัวจริงมารับผิดชอบเรื่องนี้ ติดคุกไปด้วยกัน ไม่ใช่ลอยตัวอยู่เหนือกฎหมายและยังทำตัวเป็นสวะของแผ่นดินต่อไปแบบนี้

ที่จริง มันก็ไม่ใช่แค่นักเลงตัวท็อปจากแก๊งมาเฟียคนนี้ที่จะยอมแพ้ไม่ได้ เพราะอีก 2 คนที่เหลือเขาก็ไม่ยอมแพ้เหมือนกัน เพียงแต่คนหนึ่งอยู่ในสภาพความจำเสื่อม จำไม่ได้ว่าตัวเองเคยเป็นใคร ซึ่งถ้าความจำกลับมาเมื่อไร สายลับตัวท็อปจากเกาหลีเหนือคนนี้ก็ไม่ใช่พวกที่จะยอมแพ้ง่าย ๆ เพียงเพราะเคาะประตูแล้วประตูไม่เปิดแน่ ๆ ดีไม่ดีเขาคงถีบประตูเปิดเปิง ส่วนอีกคนหนึ่ง แม้ว่าจะแต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว ต้องทำหน้าที่สุดน่าเบื่ออยู่ในร้านอาหารจีนของครอบครัวเมีย ทำตามคำสั่งเมียไม่ให้ขาดตกบกพร่อง และไปรับไปส่งลูกชายวัยประมาณ 8-9 ขวบที่โรงเรียน แต่เขาก็ยังพยายามจะหวนคืนกลับไปทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ ก่อนที่ร่างกายของเขาจะถูกภาวะวัยทองเล่นงานหนักกว่านี้ แล้วตัวเขาเองจะทำอะไรไม่ได้อีกเลยนอกจากเป็นชายวัยชรา

ภาพจาก FB: MBC 드라마

ส่วนนักเลงตัวท็อป รายนี้น่าจะเป็นคนที่พร้อมรามือจากเรื่องนี้ง่ายที่สุด เขาดูไม่อยากจะเคาะประตูตามคำสั่งลูกพี่อีกแล้ว นั่นเป็นเพราะเขากำลังมีความรัก! เขาแอบรักตำรวจหญิงคนหนึ่งที่มักจะแวะมาซื้อข้าวกล่องที่ร้านสะดวกซื้อที่เขาเป็นเจ้าของอยู่ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เขากลายเป็นคนอ่อนโยนขึ้น แถมยังจริงจังกับการเปิดร้านสะดวกซื้อมากกว่าการตามหา “ของ” ที่ว่าอีกต่างหาก เขามักจะดุลูกน้องหนุ่มที่ตามติดเขามาทำภารกิจหา “ของ” เป็นเวลา 10 ปี และทำหน้าที่เป็นพนักงานพาร์ตไทม์ในร้าน ว่าให้หาวิธีเพิ่มยอดขาย เขาแทบจะไม่สนใจแล้วว่าอีก 2 คนที่เคยดวลกันเมื่อ 10 ปีก่อนจะเป็นตายร้ายดียังไง คนหนึ่งที่เขารู้ว่าแต่งงานไปแล้ว และไม่มีความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้เลย ส่วนอีกคน เขาคิดว่าตายไปแล้ว

บอกตามตรงนะ ตอนแรกที่ตัดสินใจเปิดซีรีส์เรื่องนี้ขึ้นมาดู ไม่คิดเลยว่ามันจะสนุก กล้าพูดได้เต็มปากว่าเกินคาด เข้าใจใช่ไหมว่าปกติแล้วนี่เป็นคนเลือกดูซีรีส์เพราะผู้ชาย พระเอกพระรองหล่อ ๆ เนี่ยของโปรด แต่ซีรีส์เรื่องนี้ 80% คือวัยพ่อ วัยลุงอะ ในแง่ของความดึงดูดใจให้เปิดดูด้วยภาพลักษณ์ภายนอกคือไม่มี แต่ไม่ได้จะบอกว่ามีแต่คนแก่ ๆ หรือไม่หล่อนะอย่าเข้าใจผิด เราเคารพในความแก่แต่เก๋า และความอาวุโสของพวกเขามากกว่า ถึงอย่างนั้น ตัวซีรีส์มันกลับน่าดูเพราะเนื้อเรื่อง บท คาแรกเตอร์ และมุกตลกธรรมชาติของตัวละครมากกว่า มุกตลกสังขารในเรื่องไม่ใช่การล้อเลียนหรือบูลลี่ แต่มันคือข้อเท็จจริงทางกายภาพที่ว่าเมื่อร่างกายคนเราแก่ตัวลงมันก็ไม่ฟิตเหมือนเดิม รวมถึงการใช้ชีวิตอยู่แบบคนธรรมดามานานเกินไป มีดที่ไม่ได้ลับคม มันก็ทื่อลงเป็นธรรมดา

ภาพจาก FB: MBC 드라마

และนอกเหนือจากความเป็นซีรีส์แนวแอ็กชัน-คอเมดี ซีรีส์เรื่องนี้ยังสะท้อนให้เห็นมุมมืดอีกมุมของกลุ่มคนที่เคยมีชีวิตที่รุ่งโรจน์ตามเส้นทางของตัวเอง พวกเขาเป็นตัวท็อปที่อยู่จุดสูงสุดยากจะหาใครเทียบมาก่อน และพวกเขาถูกส่งเข้ามาทำภารกิจสำคัญที่สุดท้ายไม่มีใครทำสำเร็จ ความล้มเหลวในวันนั้นคือบาดแผลและร่องรอยชีวิตที่น่าเจ็บปวดของคนที่เป็นตัวท็อปนะ คนที่ไม่เคยพลาดแต่ดันมาผิดพลาดในงานสำคัญ นี่เป็นรอยด่างรอยใหญ่ในชีวิต แต่เมื่อเวลาผ่านไป พวกเขากลายเป็นเพียงพ่อของเด็กตัวเล็ก ๆ ที่ต้องเข้าครัวทำจาจังมยอน ขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งอาหาร เป็นเพียง GB หรือ general เบ๊ ที่ต้องทำงานสารพัดสั่ง และทนทุกข์จากการโดนเจ้านายกลั่นแกล้งในที่ทำงานด้วยความที่อายุเยอะแถมจำอดีตตัวเองไม่ได้ หรือเป็นคนที่เกลียดอดีตที่เลวร้ายของตัวเองเพราะแอบรักตำรวจ

การที่พวกเขาได้กลับมาเจอกันในรอบ 10 ปี มันจึงไม่ใช่แค่การสะสางแค้น แต่คือการตามหาคุณค่าในชีวิตของตัวเองที่ทำหายไปด้วย ดังนั้น ถึงซีรีส์จะไม่ได้ดึงดูดใจให้ดูในเชิงภาพลักษณ์ แต่ในเชิงเนื้อหา มันน่าดูและเชิญชวนให้ดูไม่น้อยเลย เรตติ้งในเกาหลีก็ไม่แย่ เมื่อลองมองในมุมที่ว่ามันไม่ใช่ซีรีส์แนวที่จะแมสได้ ไม่ได้มีพระเอกนางเอกหล่อสวยตัวแม่เหล็กมาดึงดูด หรือพล็อตเรื่องขวัญใจมหาชน ซีรีส์เรื่องนี้กลับทำได้ดีในแนวทางของมัน เป็นซีรีส์ที่ชอบได้ทั้งที่ไม่มีความฉาบฉวยมาดึงดูด พูดแบบนี้ดีกว่า👨‍🦳