Home Inspiration My Dear มีเดีย ไม่ขัดขืน ไม่ได้หมายความว่า “ยินยอม”

ไม่ขัดขืน ไม่ได้หมายความว่า “ยินยอม”

ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวหนึ่งที่สังคมให้ความสนใจและทำให้ผู้เขียนนึกถึงภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่ต้องย้อนกลับไปในปี 1988 ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวมีชื่อว่า The Accused นำแสดงโดย จูดี้ ฟอสเตอร์ และแคลลี่ เมกกิลลิส เรื่องราวของสาวเสิร์ฟวัย 24 ปี ที่ชื่อว่า ซาร่าห์ โทเบียส เธอถูกข่มขืนในบาร์โดยผู้ชายสามคน โดยมีผู้คนในบาร์คอยส่งเสียงเชียร์ แค่เริ่มต้นพล็อตก็รู้สึกถึงความดำมืดของสังคมแล้วใช่ไหมคะ

แต่พล็อตที่กลายเป็นปมของภาพยนตร์เรื่องนี้ยิ่งเข้มข้นกว่า เพราะ ซาร่าห์ โทเบียส ที่ถูกกระทำนั้น ได้รับการกล่าวหาในชั้นศาลว่า “เธอให้ท่าและยั่วยวน” จนทำให้ชายทั้งสามคนที่ลงมือข่มขืนถูกจำคุกเพียงแค่ 9 เดือน อันเป็นเหตุให้เหยื่ออย่าง ซาร่าห์ ถูกข่มขืนซ้ำสองจากเหล่ากองเชียร์ในคืนอันโหดร้ายนั้นคอยเข้ามาพูดจาล่วงละเมิด จนทำให้สาวเสิร์ฟผู้ตกเป็นเหยื่อของสังคม “ชายเป็นใหญ่” ต้องลุกขึ้นมาสู้อีกครั้ง ตอนจบเป็นอย่างไรนั้น คุณผู้อ่านลองไปหามาชมกันค่ะ แต่ผลงานของจูดี้ ฟอสเตอร์ ที่แสดงเป็นซาร่าห์ โทเบียส นั้น คว้ารางวัลออสการ์ นักแสดงนำหญิงในปีนั้นไปครองเลยทีเดียว

ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างในปี 1988 เป็นยุคที่สิทธิสตรียังไม่ได้เบ่งบานเท่ากับยุคนี้ และผู้หญิงที่เป็นเหยื่อ มักถูกสังคมข่มขืนซ้ำด้วยการกล่าวหาว่าพวกเธอยั่วยวน ไม่ระมัดระวังตัวเอง หรือแม้กระทั่งเหล่าทรชนที่กล่าวอ้างว่า “คิดว่าเหยื่อยินยอม เพราะไม่ขัดขืน” ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้สะท้อนให้เห็นปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน จนกระทั่งโลกเดินทางมาถึงปี 2026 ในยุคที่สิทธิสตรีเบ่งบาน มีเฟมินิสต์เต็มเมือง แต่ท้ายที่สุดสังคมที่ยกให้ “ชายเป็นใหญ่” วิธีคิดต่อเหยื่อยังคงไม่เปลี่ยนแปลง

ความเข้าใจเรื่องสิทธิในร่างกายของมนุษย์ไม่ว่าหญิงหรือชายยังคงถูกมองข้าม สิ่งที่เรียกว่า “ความยินยอม” ซึ่งตามหลักกฎหมายสากลจะมีคำศัพท์เฉพาะว่า Consent ที่หมายความว่า “ยินยอม” เป็นความยินยอมในฐานะเจ้าของร่างกาย ต่างจากคำว่าอนุญาต (Allow) เพราะต่อให้อ้างว่าอีกฝ่ายให้ความใกล้ชิดจนทำให้เข้าใจผิด แต่ถ้าเจ้าของร่างกายไม่ยินยอมให้ล่วงละเมิด อีกฝ่ายไม่สามารถทำได้ แม้จะไม่ได้แสดงอาการขัดขืนก็ตาม

ในภาพยนตร์ The Accused ซึ่งเกิดขึ้นโดยมีฉากหลังเป็นปี 1988 เป็นช่วงเวลาที่โลกใบนี้ยังไม่มีโซเชียลมีเดีย ไม่มีอินเทอร์เน็ต หากเสียงเชียร์ของลูกค้าในบาร์ เมื่อ ซาร่าห์ โทเบียส ถูกข่มขืน และกล่าวล่วงละเมิดเธอในที่จอดรถหลังเหตุการณ์ผ่านไป ไม่ต่างอะไรกับการแสดงความคิดเห็นในในโซเชียลมีเดีย ที่เราได้เห็นกับเหตุการณ์ในปัจจุบัน น่าเศร้าที่วันเวลาเดินทางผ่านมา 38 ปี ผู้หญิงที่เป็นเหยื่อยังคงถูกสังคมข่มขืนทางจิตใจซ้ำเหมือนเดิม ด้วยแนวคิดแบบเดิมเพิ่มเติมคือเป็นการกระทำผ่านสิ่งที่เรียกว่าโซเชียลมีเดีย และที่น่าตกใจคือ ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่เลือกจะทำร้ายเหยื่อด้วยคำพูดและความคิดเห็น ทั้งที่ควรจะยืนเคียงข้างกัน

มาดอนน่า นักร้องหญิงผู้เป็นตำนาน และถูกแปะป้ายว่าขายเรือนร่างผ่านเสียงดนตรี หากเธอกลับเป็นผู้หญิงที่ลุกขึ้นมาปลุกพลังผู้หญิงผ่านบทเพลงและบทสัมภาษณ์ ครั้งหนึ่ง มาดอนน่ากล่าวไว้ในการให้สัมภาษณ์กับนิตยสารบิลบอร์ด ปี 2015 ว่า

“ผู้หญิงอย่างพวกเราต้องดำรงชีวิตอยู่ในโลกที่ผู้คนมักพยายามทำให้เราต้องแข่งขันหรือหันมาเป็นฝ่ายตรงข้ามกันเอง หากในความเป็นจริงแล้ว ผู้หญิงต้องสนับสนุนและยืนเคียงข้างกัน”

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ