Home Inspiration ชะนีติดซีรีส์ Joseon Attorney: a Morality หมอความสุดกะล่อนแห่งโชซอน

Joseon Attorney: a Morality หมอความสุดกะล่อนแห่งโชซอน

ภาพจาก MBC

เมื่อไม่นานมานี้ เคยมีเพื่อนคนหนึ่งที่เคยช่วยเหลือกันมาในสมัยเรียนมหาวิทยาลัย และทุกวันนี้ก็ยังทำงานอยู่ในแวดวงเดียวกัน (แต่คนละที่) เคยพูดกับคนที่ไม่ค่อยชอบดูซีรีส์แนวย้อนยุคอย่างเราว่า “ซีรีส์แนวย้อนยุคอะนะ ถ้าเปิดใจลองดูยาว ๆ สักเรื่อง มันจะเป็นอีกหนึ่งวงการที่เข้าแล้วออกไม่ได้” ที่คำพูดนี้ของนางยังจำฝังใจอยู่เรื่อย ก็เพราะตั้งใจจะลองพิสูจน์ว่ามันเข้าแล้วออกไม่ได้จริงหรือเปล่า โดยส่วนตัวแล้ว เคยเป็นคนที่ไม่อินกับซีรีส์หรือละครย้อนยุคเลย (แม้แต่ละครไทยเรื่องดังเรื่องหนึ่งก็ไม่ได้รู้สึกอินขนาดนั้น) ก็เลยแอบจะอคติอยู่หน่อย ๆ กับละครแนวย้อนยุค

แต่พอลองดูแบบเปิดใจแบบที่เพื่อนคนนั้นบอก ผลปรากฏว่ามันช่วยให้เราอินกับการนำเสนอเรื่องในแบบย้อนยุคได้จริง ๆ แต่อินมากอินน้อย อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับโครงเรื่อง เนื้อเรื่อง และบทด้วย บางเรื่องดูได้สนุก ดูได้ยันจบ แต่ก็ไม่ได้อินจริงจัง แต่บางเรื่องอินมากถึงขั้นต้องเปิดดูตอนเก่า ๆ วนไปจนกว่าตอนใหม่จะออนแอร์ก็มี ตอนนี้ก็เลยเชื่อคำพูดของเพื่อนคนนั้นสนิทใจแล้วว่าวงการซีรีส์ย้อนยุคเข้าแล้วออกไม่ได้ของจริง ส่วนหนึ่งที่สำคัญก็คือ เป็นเพราะเราคงไม่ได้มีโอกาสได้เห็นนักแสดงที่เราเป็นติ่งอยู่สวมชุดโบราณในชีวิตจริงบ่อย ๆ โดยเฉพาะชุดฮันบก ส่วนตัวมองว่าน่ารักดี

นั่นทำให้ช่วงหลัง ๆ มามีซีรีส์แนวย้อนยุคในคอลัมน์นี้ค่อนข้างบ่อย และที่ฝั่งเกาหลีออกมาชนกัน 3 เรื่อง 3 ช่องในเวลานี้ ช่วงนี้ก็เลยวนเวียนอยู่แต่ในโชซอนนี่แหละ สำหรับเรื่องล่าสุดที่เพิ่งออนแอร์ไปได้ 3 ตอน Joseon Attorney: a Morality เป็นเรื่องที่เปิดใจดูเพราะชอบพระเอก อูโดฮวาน อยู่ก่อนแล้ว ส่วนนางเอกอย่าง โบนา ที่โดดเด่นมาจากเรื่อง Twenty Five Twenty One ก็ได้ขึ้นมาเป็นนางเอกเต็มตัวเรื่องแรกด้วย น้องน่ารักดี อยากเห็นน้องเล่นบทนางเอก

ภาพจาก MBC

Joseon Attorney: a Morality เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับหมอความหนุ่มคนหนึ่งในสมัยโชซอนของเกาหลี เขาคือหมอความจอมเจ้าเล่ห์เพทุบาย ฉลาดแกมโกง เป็นคนที่สามารถเล่นกับใจคนได้ และยังล้อเล่นกับชีวิตคนได้ด้วย ซึ่งมันทำให้เขาไม่ต่างจาก “เพชฌฆาต” เท่าไรนัก เขาใช้คาแรกเตอร์แบบนี้เป็นหมอความช่วยเหลือชาวบ้านที่ไม่มีการศึกษาโดยคาดหวังผลตอบแทน แต่จริง ๆ แล้วเขาก็มีจุดประสงค์ในการสืบเรื่องราวในอดีต และแก้แค้นคนที่ทำให้พ่อแม่เขาต้องตายด้วยเช่นกัน จากนั้นเขาก็เข้ามาพัวพันกับองค์หญิงที่แฝงตัวเป็นชาวบ้านธรรมดาเพื่อช่วยเหลือราษฎรที่เดือดร้อน เธอต้องการให้เขาเป็นคนของเธอเพื่อสานต่อสิ่งที่พ่อของเธอเริ่มไว้ ด้วยความรู้เรื่องข้อกฎหมายที่เขามี

กฎหมายยุติธรรมกับทุกคน แม้ผู้สูงศักดิ์ แม้ชาวบ้าน หรือทาสก็ดี

จริง ๆ แล้ว คงจะมีซีรีส์แนวย้อนยุคไม่กี่เรื่องหรอกที่จะมีพล็อตโดดเด่นในด้านกฎหมาย ที่เห็นบ่อย ๆ มักจะเป็นการแพทย์ หรือไม่ก็การเมืองการปกครองสมัยนั้น แบบว่าเกมชิงบัลลังก์ที่ต้องแลกมาด้วยเลือดเนื้อ ฟาดกันดุเดือดเลือดสาด แต่ซีรีส์ย้อนยุคแนวกฎหมายหรือที่เน้นไปที่อาชีพของคนในวงการกฎหมายจะไม่ค่อยมีโอกาสได้เห็น คือมันไม่แปลกนะซีรีส์แนวกฎหมายในยุคปัจจุบันน่ะ แต่พอเป็นแนวย้อนยุคมันจะดูฉีกออกไป อย่างซีรีส์เรื่อง Joseon Attorney: a Morality เปิดเรื่องมาคือดี ด้วยคำพูดที่ว่า “กฎหมายยุติธรรมกับทุกคน แม้ว่าผู้สูงศักดิ์ แม้ชาวบ้าน หรือทาสก็ดี” ก็เพื่อย้ำว่าไม่มีใครหน้าไหนที่จะอยู่เหนือกฎหมายบ้านเมืองได้ (เอ๊ะ! หรือว่ามีนะ)

ภาพจาก MBC

ต้องเข้าใจว่าสมัยนั้น ชาวบ้านธรรมดาไม่มีโอกาสได้เรียนหนังสือ ยิ่งคนที่เป็นทาสยิ่งแล้วใหญ่เลย การที่ผู้คนไม่รู้หนังสือกลายเป็นช่องโหว่ที่ทำให้พวกเขาถูกเอารัดเอาเปรียบไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เพราะการไม่รู้หนังสือเท่ากับไม่รู้กฎหมาย คืออาจจะรู้แค่ว่าให้ปฏิบัติตามกฎหมาย อย่าละเมิดกฎหมายมิเช่นนั้นจะถูกลงโทษ แต่ไม่รู้ว่าตัวเองก็มีสิทธิใช้กฎหมายปกป้องตัวเองและคนที่ตัวเองรัก ไม่รู้ว่าตัวเองมีสิทธิได้รับความยุติธรรมจากกฎหมายพวกนั้นด้วย ถึงอย่างนั้นมันก็มีเรื่องที่น่าเศร้ากว่า ตรงที่ไม่ค่อยจะมีใครหยิบยื่นความช่วยเหลือมาให้คนที่ต้องการความช่วยเหลือ เพราะชาวบ้านหาเช้ากินค่ำธรรมดา ๆ จะมีสักกี่คนที่มีเงินจ้างหมอความ (ทนาย) เก่ง ๆ ให้ขึ้นสู้คดีให้

อย่างกรณีที่เกิดขึ้นในซีรีส์เรื่องนี้ หมอความบางคนก็ไม่รับงานว่าความให้คนที่ธรรมด๊าธรรมดา เพียงเพราะรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามที่ตัวเองต้องยกข้อกฎหมายต่าง ๆ มาต่อสู้ด้วยเป็นใคร ไม่ว่าผู้จ้างจะอยู่ในสถานะโจทก์หรือจำเลยก็ไม่รับงาน มันมีความได้ไม่คุ้มเสียหากรับงานนั้น หรือรู้ดีว่าไม่ว่าจะงัดอะไรมาสู้ ก็คงสู้เล่ห์เหลี่ยมหรืออำนาจของอีกฝ่ายไม่ได้ หรืออีกฝ่ายอาจจะมีเงินมากพอที่จะซื้อตัวผู้พิพากษาได้ด้วยซ้ำ คือหมอความก็เป็นเพียงอาชีพหนึ่ง ทำงานเพื่อแลกเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ไม่ได้ทำการกุศล ไม่คุ้มที่จะยอมเสี่ยงอะไรขนาดนั้นให้กับคนที่จ้างตัวเองทำงานด้วยเศษเงิน

ภาพจาก MBC

ดังนั้น ชาวบ้านธรรมดา ๆ ในยุคนั้นจะไปสู้คดีความกับชนชั้นสูงได้ยังไง มันแทบไม่มีทางที่จะเป็นไปได้เลย แค่คิดที่จะสู้ด้วยกฎหมายก็ดูจะเป็นเรื่องที่เกินตัวแล้ว หลายคนไม่รู้เลยว่าตัวเองมีสิทธิทำได้เมื่อได้รับความไม่ยุติธรรม แต่จะชนะคดีความไหมนั่นก็อีกเรื่อง ทำให้หลายคนเลือกที่จะก้มหน้าก้มตารับสภาพความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับตัวเองอย่างไม่มีทางสู้ ไม่มีความหวัง ให้มันกัดกินหัวใจไปจนกว่าตัวจะตาย “ดวงวิญญาณเร่ร่อนที่ตายอย่างไม่เป็นธรรมจะล่องลอยอยู่ที่อีกโลกเพื่อรังแกผู้คน แลก่อเกิดเป็นภัยธรรมชาติ”

พระเอกเรื่องนี้เป็นหมอความ (ทนายความ) สุดเจ้าเล่ห์บนแผ่นดินโชซอน เขาเริ่มต้นหากินในเมืองนี้ด้วยการใช้เล่ห์เหลี่ยมหลอกใช้ความรู้สึกของเหยื่อให้ติดกับ แล้วก็หักหลังเชือดนิ่ม ๆ ได้อย่างหน้าตาเฉยและไร้ความรู้สึกผิด เขาทำได้ทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง ไม่ว่าวิธีการเหล่านั้นมันจะเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจในสายตาคนอื่นขนาดไหน แต่ความจริงแล้ว ตัวเขาเองก็มีจุดประสงค์บางอย่างที่เข้ามาในเมืองนี้ จุดประสงค์ที่เป็นผลลัพธ์มาจากการที่เขาก็เคยตกเป็นเหยื่อความอยุติธรรมเมื่อนานมาแล้ว

ภาพจาก MBC

แม้ว่าสิ่งที่พระเอกทำอยู่มันจะเจ้าเล่ห์สุด ๆ ฉลาดแกมโกง น่าหยิกน่าหยุมหัวไม่น้อยจากการวางแผนจัดฉากสารพัดจนกระทั่งลูกความรายแรกยอมจ้างเขาเป็นหมอความให้ แต่สุดท้ายแล้วเขาเองก็ใช้ความรู้ทางกฎหมายช่วยเหลือผู้คนธรรมดา ๆ ให้ได้รับความเป็นธรรมได้จริง ๆ ซึ่งถ้าเขาไม่เจ้าเล่ห์ขนาดนี้ เขาและลูกความก็อาจจะแพ้คดีได้เช่นกัน เพราะคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นผู้พิพากษาก็ฉ้อฉล รับส่วยใต้โต๊ะก่อนขึ้นตัดสินคดี จุดนี้มันแสดงให้เห็นว่ากฎหมายจะยุติธรรมกับทุกคนได้จริง ๆ มันก็ต้องมาจากทางผู้รักษากฎหมายด้วยว่าซื่อสัตย์ต่อหน้าที่และวิชาชีพตัวเองแค่ไหน รวมถึงอำนาจที่ตัวเองมี ท้ายที่สุดแล้วมันเอาผิดคนที่อยู่เหนือตัวเองได้หรือเปล่า ถ้าคนคนนั้นทำผิดกฎหมายบ้านเมือง

กฎหมายจะยุติธรรมต่อทุกคนจริง ๆ มันก็ต้องถูกบังคับใช้กับทุกคนที่อยู่ภายใต้กฎหมายนั้น ไม่เว้นแม้แต่คนที่จรดปากการับกฎหมายนั้น ความยุติธรรมจะเกิดก็ต้องเมื่อกฎหมายไม่เลือกปฏิบัติกับใคร ถ้าคนธรรมดาทำผิด ถูกจับถูกลงโทษ คนที่อยู่สูงกว่าธรรมดาทำผิดก็ต้องถูกจับถูกลงโทษด้วยกฎหมายฉบับเดียวกัน แต่ในความเป็นจริงของโลกใบนี้ มันเหมือนกับว่าคนที่อยู่สูงกว่าธรรมดาทำผิดไม่เป็น ไม่สิ! ทำผิดแค่ไหนก็ไม่มีใครรู้ใครเห็น ถึงเห็นก็ต้องแกล้งทำเป็นไม่เห็นแล้วลืม ๆ มันไป เมื่อไม่มีใครรู้ใครเห็นก็แปลว่าไม่มีผิด หมายความว่าสุดท้ายแล้วกฎหมายจะละเว้นคนกลุ่มหนึ่งไว้ให้อยู่เหนือกฎหมาย แล้วมันจะยุติธรรมต่อมนุษย์ทุกคนที่หนีเกิดแก่เจ็บตายไม่พ้นเหมือน ๆ กันได้ยังไง

เพราะไม่มีใครเขาทำ เลยต้องมีคนทำ

ภาพจาก MBC

ถ้าจะให้รีวิวซีรีส์เรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา คือมันสนุกก็จริง แต่มีจุดที่ชวนขัดใจสุด ๆ อยู่ 2 อย่าง อย่างแรกก็คือความเทา ๆ ของพระเอกที่เล่นแรงและล้ำเส้นเกินไปหน่อยนี่แหละ เข้าใจได้ว่าการจะเอาชนะคนที่มีอำนาจมากกว่าตัวเองมันจำเป็นต้องมีเล่ห์เหลี่ยมกลโกงกันหน่อยถึงจะจนมุมได้ แต่วิธีการที่เขาทำมันออกจะเลวร้ายไปนิดกับการจัดฉากบีบให้คนจนตรอกจนต้องมาพึ่งตัวเอง เขาคือคนที่สามารถเล่นกับใจคนได้ และยังล้อเล่นกับชีวิตคนได้ด้วย มันทำให้เขาไม่ต่างจาก “เพชฌฆาต” ในร่างหมอความเลยสักนิด เขาทำได้ทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง แต่พระเอกก็คือพระเอกแหละ เขาจะลงเอยด้วยการเป็นผู้ใช้กฎหมายอย่างถูกต้อง และเป็นที่พึ่งของผู้คนอย่างแท้จริง (เรื่องย่อบอก)

ส่วนอีกจุดที่ชวนขัดใจก็คือชาติกำเนิดของนางเอก และตัวนางเอกก็พูดไว้เองว่า “เพราไม่มีใครเขาทำ (อะไรแบบนี้) เลยต้องมีคนทำ” ไม่น่าสปอยล์หรอกเนอะ เพราะเรื่องย่อที่ช่องลงไว้เองก็บอกหมดแล้ว ว่าจริง ๆ นางเอกเป็นหญิงชนชั้นสูง สูงแค่ไหน สูงขนาดที่เป็นองค์หญิงอะค่ะ เป็นพระธิดาของกษัตริย์องค์ก่อน และมีศักดิ์เป็นน้องสาว (ลูกพี่ลูกน้อง) ของกษัตริย์องค์ปัจจุบันด้วย ประเด็นคือนางเอกมีอิสรภาพสูงมาก คือแบบว่านึกถึงภาพที่นางวิ่งเข้าวิ่งออกวังได้ตามใจชอบเลยแหละ แต่ในเมื่อนางเป็นหญิงสูงศักดิ์ขนาดนั้น นางออกมาทำอะไรนอกวัง!

ภาพจาก MBC

คำตอบก็คือ นางออกมาตั้งร้านค้าและปล่อยเงินกู้จากทรัพย์สินของตัวเองเพื่อช่วยเหลือชาวบ้านยากจนที่มาขอความช่วยเหลือ โดยมีสาวรับใช้คนสนิทที่ออกหน้าเป็นนายหญิงเจ้าของร้านทำงานเบื้องหน้าแทน ส่วนตัวองค์หญิงก็ปลอมตัวเป็นหญิงสาวชาวบ้านธรรมดา ๆ แฝงตัวใช้ชีวิตแบบสาวใช้อยู่ในร้านค้าของตัวเอง และปกปิดสถานะที่แท้จริง เพราะเธอมีมีความห่วงใยแผ่นดินและประชาชนของเธอด้วยใจจริง ถึงอย่างนั้น ตัวเธอก็รู้ดีว่าสิ่งที่เธอทำอยู่มันช่วยเหลือคนอื่น ๆ ได้เพียงชั่วคราวและไม่ยั่งยืน สิ่งที่จะทำให้ชีวิตของประชาชนทุกคนมั่นคงได้จริง ๆ ต้องเริ่มต้นมาจากกฎหมายที่แข็งแกร่ง กฎหมายนี่แหละที่จะปกป้องราษฎรของเธอได้

สำหรับนี่นะ ไม่ได้บอกว่าบทนางเอกดูเป็นคนดีจนเกินจริง มันแค่น่าขัดใจตรงพล็อตที่คนรวยปลอมตัวเป็นชาวบ้านธรรมดานี่แหละ คือมันเป็นพล็อตที่ถูกผลิตซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนน่าเบื่อเกินไปหน่อย และจะว่ากันตามจริง มันดูละค้อนละครมากไปจนน่าขัดใจ แบบที่สาวใช้พูดเลยว่าองค์หญิงที่ไหนจะมาเปิดร้าน เรื่องที่ห่วงใยแผ่นดินและประชาชนก็เข้าใจได้ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องที่คนปกติที่เป็นถึงเลือดเนื้อเชื้อไขกษัตริย์จะคิดทำอยู่ดี ก็นะ หวังว่าเนื้อเรื่องจะค่อย ๆ ไขที่มาที่ไปที่สมเหตุสมผลจนกระจ่าง ว่าทำไมนางถึงเต็มใจถอดฮันบกองค์หญิงมาสวมชุดสาวใช้อย่างร่าเริงได้ขนาดนี้ ทั้งที่วิธีช่วยเหลือผู้คนมีวิธีอื่นอีกตั้งมากมาย แถมยังวิ่งเข้าออกวังได้ตามใจชอบขนาดนั้นอีก

ภาพจาก MBC

แต่ถ้าจะให้ตีความจากคำพูดของนางที่บอกว่าที่นางทำแบบนี้ก็เพราะรู้ล่ะมั้งว่าไม่มีใครเขาทำกัน (อยากฉีก 555) ก็เลยต้องมีใครสักคนเริ่มต้นทำ และถ้าชาวบ้านรู้ว่าองค์หญิงของพวกเขามาเปิดร้านค้าแบบนี้ ใครจะกล้ามาขอให้ช่วยง่าย ๆ (นี่ว่ามีนะ 555) ซึ่งก็พอจะเข้าใจได้ มันต้องมีใครสักคนที่กล้าที่จะเสียสละสิ่งที่ตัวเองมีมากกว่าคนอื่นเพื่อเริ่มต้นทำสิ่งดี ๆ ให้กับผู้อื่น นักบุญที่ใช้ทุนตัวเอง ในเมื่อไม่มีใครเขาทำ นางก็จะทำเอง นางถือว่าตัวเองมีมากกว่าคนอื่นเพราะเกิดในราชวงศ์ ทรัพย์สินมหาศาลที่มีอยู่ก็แทบจะไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไร เพราะชีวิตอยู่สุขสบายทุกอย่างอยู่แล้ว ก็เลยทำโรงทานช่วยเหลือผู้คนซะเลย แจกได้ไม่อั้น ต้องการความช่วยเหลือเมื่อไรก็แวะมา

แต่ด้วยความที่เป็นซีรีส์ย้อนยุคอะเนอะ ย่อมไม่ทิ้งลายเซ็นเดิมอยู่แล้ว ใด ๆ ก็คือมันจะต้องมีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวไม่มากก็น้อยอยู่แล้ว แล้วยิ่งนางเอกเอาสถานะองค์หญิงมาช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยากแบบนี้ มันก็คงมีอะไรที่มากกว่าความเสียสละขององค์หญิงที่ทำเพื่อราษฎร เพราะนางเองก็เป็นคนที่เชื่อว่ากฎหมายจะทำให้ชีวิตผู้คนดีขึ้น พ่อของนางที่เป็นกษัตริย์องค์ก่อนได้ร่างบัญญัติกฏหมายไว้ แต่ยังทำไม่สำเร็จก็ด่วนจากไป (กลิ่นทะแม่ง ๆ) ส่วนกษัตริย์ที่รับช่วงต่อองค์ปัจจุบันก็เป็นชายหนุ่มที่เหมือนกษัตริย์หุ่นเชิด ไม่มีบารมีแม้แต่จะเรียกขุนนางเข้ามาเข้าเฝ้าด้วยซ้ำ ไม่มีอำนาจอะไรเลย แต่อำนาจที่ปกครองราชสำนักและแผ่นดินโชซอนที่แท้จริง คือมหาเสนาบดีผู้หนึ่งต่างหาก

รู้หรือไม่ ทำไมเลือดคนจึงมีกลิ่นเหมือนเหล็ก นั่นกลิ่นเงินทั้งนั้น เพราะคนเรารักเงินกันมาก จนกลิ่นเงินมันซึมเข้าไปในสายเลือด

และนี่ก็คืออีกหนึ่งความกวนโอ๊ยของพระเอกที่ชอบเอาเรื่องจริงมาพูดเล่น 555 ทำเอาซะอยากเห็นหน้าคนเขียนบทเลยว่าคิดบทอะไรแบบนี้ได้ยังไง อย่างล้ำ มันสื่อถึงความปกติธรรมดาของมนุษย์ปุถุชนได้อย่างดีว่าคนเรารักเงินกันมากแค่ไหน ถึงขนาดถูกเปรียบเปรยว่ากลิ่นเงินซึมเข้าไปในสายเลือดได้ แล้วทำให้เลือดมีกลิ่นเงิน

ภาพจาก MBC

และที่สำคัญเลยก็คือ มันเป็นคำพูดที่ทำให้คาแรกเตอร์พระเอกดูมีความน่าสนใจขึ้นมาก นอกจากซีนนี้จะทำให้พระเอกดูกวนประสาทจนถึงขีดสุดแล้ว ยังทำให้เขาดูเป็นคนหน้าเงินที่ทำได้ทุกอย่างก็เพื่อเงินมาก ๆ ด้วย ที่ตัวเขาเดินทางกลับมาที่เมืองนี้ก็เพราะเขาเชื่อว่าที่นี่คือแหล่งเงิน ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ดูมีเรื่องราวที่เก็บงำไว้ในใจทั้งนั้น คนเหล่านี้ต้องการที่ปรึกษาผ่านข้อกฎหมายต่าง ๆ แต่ฉากหน้าที่กะล่อน ปลิ้นปล้อน แกมโกง กลับมีความจริงใจบางอย่างซ่อนอยู่ ซึ่งนางเอกสัมผัสได้ และอยากได้เขามาเป็นคนของตัวเองเพื่อจัดการเรื่องร่างกฎหมายที่ค้างอยู่ของพ่อผู้ล่วงลับ

การขึ้นว่าความของพระเอก ทำให้นางเอกได้เห็นกับตาเป็นครั้งแรกว่ากฎหมายมันสามารถช่วยชีวิตคนไว้ได้จริง ๆ ไม่ได้ช่วยแค่เพียงหนึ่ง แต่ช่วยได้ทั้งครอบครัว พระเอกที่ทำตัวบ้าระห่ำเพราะเงิน สรรหาทำแต่วิธีที่ผิดเพี้ยนไปมาก แต่ผลลัพธ์สุดท้ายของเขากลับสามารถช่วยเหลือประชาชนได้จริง เขาใช้กฎหมายปกป้องผู้คนจากความอยุติธรรมได้จริง นางเอกจึงตัดสินใจจะทำทุกอย่างเพื่อให้พระเอกมาเป็นคนของตัวเองให้ได้ แม้ว่าจะต้องใช้ข้ออ้างน่าอายอย่างการสารภาพรักกับเขา เพื่อให้ตัวเองได้เข้าไปเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของพระเอกในสำนักหมอความ

ภาพจาก MBC

มันเป็นเรื่องจริงนะที่ทุกสิ่งอย่างจำเป็นต้องใช้เงินในการก่อร่างสร้างมันขึ้นมา และสำหรับคนที่ไม่มีก็คือไม่มีจริง ๆ ไม่มีแม้แต่เศษเงิน เงินจึงกลายเป็นสิ่งที่มีนิยามแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นคนนิยามความหมายของมัน สำหรับบางคนมันอาจเป็นสิ่งที่ฟุ่มเฟือยได้ บางคนเป็นสิ่งที่ต้องโลภหามาเติมเต็มให้ได้เรื่อย ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด สำหรับบางคนมันอาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้มีชีวิตไปได้อีกวัน และบางคนมันอาจจะเป็นชีวิตทั้งชีวิตเลยก็ได้ เงิน เป็นธาตุโลหะ มีกลิ่นแบบโลหะเช่นเดียวกับเหล็ก ถ้าจะเปรียบให้กลิ่นเหล็กในเลือดเป็นกลิ่นเงิน มันก็คงจะไม่ผิดเท่าไรนัก เพราะเงินสำคัญจริง

การเปรียบเทียบให้เลือด ที่มีธาตุเหล็กและธาตุทองแดงเป็นองค์ประกอบ แล้วมีกลิ่นเหมือนเหล็ก กลิ่นเดียวกับเงิน มันคือการเปรียบเทียบที่ทำให้รู้สึกได้ว่ามันเป็นคีย์เวิร์ดบางอย่างที่คนเขียนบทใช้สื่อสารกับคนดู ความหน้าเงินของพระเอกไม่ได้เกิดขึ้นมาลอย ๆ มันมีบาดแผล มันมีความฝังใจ และมันมีวัตถุประสงค์บางอย่างซึ่งตัวเขากำลังเดินเกมอยู่ อย่างที่บอกว่าแม้วิธีการมันจะผิดเพี้ยนและบ้าเลือดล้ำเส้น แต่ผลลัพธ์มันกลับช่วยชีวิตได้จริง ๆ ที่สำคัญ มันก็มีความจริงเบื้องหลังอีกส่วนของการเล่นล้ำเส้นแรง ๆ นั่นด้วย ตอนนี้คนดูก็เลยรู้สึกไม่ต่างจากนางเอก ที่สงสัยว่าคนอย่างพระเอกจะไปสิ้นสุดได้ถึงตรงไหน

ภาพจาก MBC

ขึ้นชื่อว่าเป็นซีรีส์เกาหลี มันก็เป็นละคร เป็นเรื่องแต่นั่นแหละ แต่ซีรีส์ที่แต่งเรื่องให้คนอินตามได้ด้วยพล็อตที่มันเข้ากับชีวิตจริงในชีวิตประจำวันของผู้คน แถมยังเล่าได้อย่างสวยงามในฉากแบบย้อนยุคอีก (โดยที่ไม่ได้มีตัวละครจากยุคปัจจุบันย้อนเข้าไปเปลี่ยนแปลงอดีต) ถือเป็นความสามารถของเกาหลีเขาแหละ เขาทำให้โครงเรื่องมันแข็งแรงและน่าสนใจได้ดีทีเดียว อย่างซีรีส์เรื่องนี้ แค่ประเด็นด้านกฎหมายก็เอามาผูกนั่นโยงนี้เข้ากันได้ พระเอกนางเอกหล่อสวยมันก็แค่ส่วนเสริมนะ นี่คือข้อเท็จจริง เพราะนี่ก็เป็นอีกคนที่ไม่สามารถทนดูซีรีส์พล็อตหัวจะปวดได้ ต่อให้นักแสดงที่ตัวเองชอบจะเล่นและแบกไว้ทั้งเรื่องก็ตาม เรื่องมันต้องสนุก มันถึงจะคุ้มกับการสละเวลานอน ⚖