เหตุผลที่แท้จริง! ทำไม “มาฆบูชา” เป็นวันกตัญญูแห่งชาติ

เดือนกุมภาพันธ์ นอกจากจะมีวันสำคัญทั้งตรุษจีน และวาเลนไทน์ ก็ยังเป็นเดือนที่มีวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาอย่างวันมาฆบูชาด้วย โดยเป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ ซึ่งเป็นหลักธรรมคำสอนที่เป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา โดยมีพระสงฆ์ 1,250 รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้นัดหมายฯ ณ วัดเวฬุวัน กรุงราชคฤห์ แคว้นมคธ และถือเป็นวัดแห่งแรกในพุทธศาสนา

นอกจากวันดังกล่าวเป็นวันหยุดทางราชการแล้ว วันมาฆบูชายังถูกกำหนดให้เป็น “วันกตัญญูแห่งชาติ” มาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2549 หรือเมื่อ 15 ปีที่แล้วด้วย แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่าทั้งสองวันมีความสัมพันธ์กันอย่างไร ทำไมถึงต้องเป็นวันกตัญญูแห่งชาติ

รณรงค์ให้เป็น “วันแห่งความรักบริสุทธิ์”

เหตุผลสำคัญที่รัฐบาลประกาศให้เป็นวันกตัญญูแห่งชาติ เป็นเพราะว่าต้องการรณรงค์ให้วันมาฆบูชาเป็น “วันแห่งความรักอันบริสุทธิ์ของชาวพุทธ” แทนการให้ความสำคัญกับวันวาเลนไทน์ ซึ่งในบางปีวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ก็ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 ด้วย แต่วัยรุ่นไทยมักจะเห็นความสำคัญของวันแห่งความรักมากกว่า และหญิงสาวมักจะยอมมอบกายให้กับชายที่ตนเองรัก จนสื่อถึงกับเรียกวันดังกล่าวว่า “วันเสียตัวแห่งชาติ” เลยทีเดียว

โดยการกำหนดให้เป็นวันกตัญญูแห่งชาติ ก็เพื่อส่งเสริมค่านิยมให้คนไทยยึดถือความกตัญญูต่อบิดามารดา เป็นคนดี อยู่ในศีลธรรมอันดีงาม ไม่ประพฤติตนเสื่อมเสีย หรือออกนอกลู่นอกทาง เพื่อทำให้บุพการีภาคภูมิใจ

ในทางธรรม “กตัญญู” เป็นเครื่องหมายของคนดี

ในทางธรรม ความกตัญญูกตเวทีถือเป็นเครื่องหมายของคนดีด้วย  (นิมิตฺตํ สาธุรูปานํ กตญฺญูกตเวทิตา.) ซึ่งคนดีจะต้องมีเครื่องหมาย 2 ประการ คือ กตัญญู แปลว่า รู้คุณ และกตเวที แปลว่า ตอบแทนคุณ โดยเฉพาะพระคุณบิดามารดาซึ่งเป็นผู้ให้กำเนิดชีวิต

โดยการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อบิดามารดา สามารถทำได้หลายอย่าง อาทิ เชื่อฟังคำสั่งสอน ไม่ประพฤติตนให้เสื่อมเสียต่อวงศ์ตระกูล ไม่ทำให้บิดามารดาต้องลำบากใจ เสียใจ ระลึกถึงพระคุณบิดามารดาเพื่อเป็นการสร้างกุศลให้เกิดขึ้นภายในครอบครัว และหาโอกาสตอบแทนด้วยการเลี้ยงดูยามเมื่อสามารถหาเลี้ยงตัวเองได้แล้ว

มาฆบูชาคือ “วันจาตุรงคสันนิบาต” 

นอกจากนี้ วันมาฆบูชายังมีคำเรียกอีกคำหนึ่งว่าเป็น “วันจาตุรงคสันนิบาต” ซึ่งหมายถึงวันที่มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นพร้อมกัน 4 ประการ

  1. เป็นวันมาฆปูรณมีบูชา คือวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำกลางเดือนมาฆะ จึงเรียกว่า “มาฆบูชา” 
  2. พระสงฆ์ 1,250 รูปที่พระพุทธองค์ได้ส่งไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาตามแว่นแคว้นต่าง ๆ กลับมาเฝ้าพระพุทธเจ้าอย่างพร้อมเพรียงกันโดยมิได้นัดหมาย
  3. พระสงฆ์ทั้งหมดล้วนเป็น “เอหิภิกขุอุปสัมปทา” คือผู้ที่ได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้าทั้งสิ้น
  4. พระสงฆ์ทั้งหมดล้วนเป็นพระอรหันต์ คือผู้ได้อภิญญา 6 ข้อ