เรื่องการล่วงละเมิดทางเพศ เป็นปัญหากับสังคมไทยมาตลอดหลายปี และยังไม่มีทีท่าว่าจะแก้ปัญหาอะไรได้นอกจากการให้ความรู้กับสังคมควบคู่ไปกับการรณรงค์ หนึ่งในประเด็นที่มักมีการนำเสนออยู่บ่อย ๆ คือ เรื่องของ Normalize incest หากแปลให้ความหมายเบาลง คือ “การทำให้ความรักร่วมสายเลือด เช่น พี่น้อง (รักในเชิงชู้สาว) เป็นเรื่องปกติ” แน่นอนว่าสังคมไทยเป็นสังคมพุทธไม่ยอมรับเรื่องนี้ อย่างน้อยที่สุด นี่เป็น 1 ในศีล 5 ที่ชาวพุทธควรจะถือปฏิบัติเป็นพื้นฐานให้ได้ด้วยซ้ำ
ศีลข้อ 3 ว่าด้วยเรื่องของ “กาเมสุมิจฉาจารา” หรือการละเว้นจากการประพฤติผิดในกามทั้งหลาย กิริยารักใคร่กันในทางประเวณี หรือก็คือการเสพเมถุนกับคนต้องห้ามนั่นเอง ซึ่งก็จัดเอาพี่น้องสายเลือดเดียวกันเป็นบุคคลต้องห้ามนั้นด้วย แม้แต่ในทางกฎหมาย ก็มีห้ามมิให้คนสายเลือดเดียวกันทั้งสายตรง (พ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย หลาน เหลน) และสายเลือดเดียวกันสายขนาน (พี่น้องแท้ ๆ) แต่งงานกันเช่นกัน
และหากพูดถึงแต่เรื่องศีลธรรมหลายคนอาจมองว่างมงาย อย่างนั้นลองไปพูดในมุมมองทางวิทยาศาสตร์ดูบ้าง การที่บุคคลร่วมสายเลือดจะมีความสัมพันธ์กันในเชิงชู้สาวก็ไม่เป็นที่ยอมรับอยู่ดี เพราะการปฏิสนธิระหว่างพี่น้องที่มีพันธุกรรมใกล้เคียงกันมาก ๆ อาจจะส่งผลถึงทายาทรุ่นต่อไปในตระกูล อาจพบโรคแฝง โรคหายาก ความพิการ รวมถึงความผิดปกติทางสติปัญญาที่จะเกิดขึ้นได้ และเมื่อทายาทรุ่นต่อ ๆ มามีลักษณะพันธุกรรมใกล้เคียงกัน จนในที่สุดก็ขาดความหลากหลายทางพันธุกรรม
พี่น้องรักกันในเชิงชู้สาว สังคมไม่ยอมรับ
จากกรณีที่เพิ่งมีเรื่องดราม่าล่าสุดที่เป็นประเด็นร้อนและแรงอยู่พอสมควรในโลกโซเชียลมีเดีย มีนักแสดงสาวคนหนึ่งอัดคลิปวิดีโอในหัวข้อ “ลองเป็นแฟนกับน้องชาย (แท้ ๆ) ของตัวเอง 1 วัน” ผ่านแพลตฟอร์ม YouTube ช่องของตนเอง หลังจากนั้นไม่นาน ทัวร์ก็ลงหนักมากทันที ต่อมานักแสดงสาวก็ได้มาตอบคอมเมนต์ต่าง ๆ ว่าคลิปนี้ทำเพื่อความสนุกสนานอย่าซีเรียส ยิ่งทำให้ชาวเน็ตไม่พอใจหนักกว่าเดิม จนในที่สุดนักแสดงสาวต้องลบคลิปนั้นทิ้งไป
การที่นักแสดงสาวออกมาโต้ตอบว่าคอนเทนต์ที่ว่าทำเพื่อความสนุกสนาน เพื่อความบันเทิง แต่ด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลข้างต้น ทำให้สังคมไม่รู้สึกสนุกด้วย หากมองผิวเผินมันก็เป็นเรื่องเล่น ๆ ขำ ๆ จริง ๆ ในเมื่อเขาแค่แสดงเฉย ๆ ไม่ได้มีอะไรกันจริง ๆ แต่ที่สังคมออกมาต่อต้านเพราะนักแสดงเป็นบุคคลที่อยู่ในที่สว่าง ทุกการกระทำที่ไม่เหมาะสมอาจถูกเลียนแบบจากคนในสังคมที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ฉะนั้น อะไรที่เสี่ยงต่อการเกิดดราม่า เลี่ยงได้ก็ควรต้องเลี่ยงให้มากที่สุด
การที่คนสายเลือดเดียวกันมีความรักต่อกันในเชิงชู้สาวเป็นเรื่องที่ผิดทั้งกฎหมาย ผิดศีลธรรม และถ้าเป็นไปได้ก็ไม่ควรเกิดขึ้นตามหลักวิทยาศาสตร์ ดังนั้นไม่ว่าจะมองในมุมศีลธรรมจริยธรรม หรือมองตามแบบความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เรื่องนี้ก็ไม่เหมาะสมอยู่ดี เมื่อมีคอนเทต์ลักษณะนี้จากคนที่เป็นที่รู้จักของสังคม ก็ยิ่งเหมือนกับเป็น “การสนับสนุนทางอ้อม” ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติแต่อย่างใด
แน่นอนว่าเคยมีกรณีแบบนี้ที่เป็นความบังเอิญอยู่บ้าง เช่น การพี่น้องที่พลัดพรากจากกันไปคนละที่ ใช้คนละนามสกุล พอมีโอกาสมาเจอก็มีความรู้สึกผูกพันกันอย่างบอกไม่ถูก ทำให้ทั้งสองเชื่อว่านี่เป็นเนื้อคู่ของกันและกัน แต่ความจริงที่น่าตกใจ นั่นกลับเป็นพี่น้องร่วมสายเลือด ดังนั้น การที่พบกันแล้วจะรู้สึกผูกพันกันจึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร กว่าจะรู้ตัวก็คือ รักและมีความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยา แต่งงาน มีลูกกันไปแล้ว จะไปเปลี่ยนแปลงอะไรก็ยาก
นี่ยังรวมถึงปัญหาการล่วงละเมิดทางเพศจากบุคคลในครอบครัวที่เรามักจะได้ยินข่าวกันอยู่บ่อย ๆ และนี่ก็เป็นปัญหาที่สังคมไทยยังแก้ไม่ได้ ส่วนหนึ่งมาจากศีลธรรมในจิตใจและจิตสำนึกของบุคคลที่ไม่รู้จักการยับยั้งชั่งใจ ต่อให้รณรงค์แก้ปัญหาให้ตายก็คงไม่เกิดประโยชน์ แต่การให้ความรู้และรณรงค์ก็ยังดีกว่าการไม่ทำอะไรเลย ฉะนั้น เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่สังคมอ่อนไหวอย่างมาก เพราะเขาพยายามจะแก้ปัญหาอยู่ตลอด จึงไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาเล่นเป็นเรื่องสนุก
เหตุใดจึงเป็น “การสนับสนุนทางอ้อม”
การทำคอนเทนต์ที่มีเนื้อหาลักษณะนี้ ไม่ต่างอะไรกับพล็อตนิยายใต้ดินบางเรื่อง (บนดินก็มี) ที่พยายามใช้จุดขายด้านความสัมพันธ์ลึกซึ้งระหว่างพี่น้องมาเป็นตัวดึงคนอ่าน ความคิดความเชื่อที่แฝงมาในลักษณะนี้ จะถูกซึมซับเข้าสู่จิตใจคนอ่านโดยไม่รู้ตัว อาจจะไม่ใช่การปลูกฝังโดยตรง แต่ก็เป็นการสร้างค่านิยมให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดามากขึ้นทุกที ทั้งที่ความจริงแล้วมันผิดปกติทั้งเรื่องของศีลธรรมในจิตใจ กฎหมาย และธรรมชาติของมนุษย์ในทางวิทยาศาสตร์
แม้ตัวนักแสดงเจ้าของคอนเทนต์จะชี้แจงว่าเป็นการแสดงแบบขำ ๆ เพื่อความบันเทิง แต่คนในสังคมกลับไม่ขำด้วย เพราะการมีความสัมพันธ์กับพี่น้องเป็นเรื่องต้องห้าม ผิดศีลธรรม ไม่ควรที่จะทำคอนเทนต์ลักษณะนี้ออกมาเผยแพร่ไม่ว่าจะกรณีใดก็ตาม เพราะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้เกิดปัญหาล่วงละเมิดทางเพศจากคนในครอบครัวไม่จบไม่สิ้น มีคนหลายคนตกเป็นเหยื่อ incest หรือถูกล่วงละเมิดทางเพศที่เกิดจากคนในครอบครัวเดียวกัน เป็นฝันร้ายที่คนคนหนึ่งต้องแบกรับไปตลอดชีวิต
นั่นหมายความว่า คอนเทนต์ที่เธอทำจะถูกนำไปตีความโดยคนบางกลุ่มว่า “นี่ไง ดาราคนนี้ยังทำได้” หรือ “การเป็นแฟนกับพี่น้องตัวเองก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไรนี่นา ก็แค่ผู้ชายผู้หญิงคู่หนึ่ง (ชาย-ชาย, หญิง-หญิง)” และอาจถูกเลียนแบบจนมีเรื่องใหญ่ตามมา
กระแสแรงเพราะเป็นคนดัง
เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่โต เพราะตัวของนักแสดงเอง หลายคนมองว่าเธออยู่ในที่สว่าง ทุกการกระทำถูกจับจ้องและจะออกสู่สายตาของสาธารณชน ที่สำคัญ การวางตัวของนักแสดงในช่วงที่ผ่านมาก็ยิ่งทำให้เธอถูกโจมตีรุนแรงหนักกว่าเดิม
ก่อนหน้านี้เธอมีภาพลักษณ์เป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็กและเยาวชนในเรื่องของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตและการเรียน จนมีบางสื่อยกให้เธอเป็นไอดอลที่แม้จะทำงานในวงการไม่ค่อยมีเวลา แต่เธอไม่เคยทิ้งการเรียนจนสอบติดคณะแพทย์ และใช้เวลาว่างส่วนใหญให้เกิดประโยชน์ต่อสังคม ที่สำคัญ หลายคนมองว่าเธอควรจะคิดหรือคิดให้เยอะกว่านี้ เธอเป็นเด็กรุ่นใหม่ที่อาจไม่เข้าใจศีลธรรม แต่เธอเรียนหมอ เธอน่าจะเข้าใจดีว่าเรื่องแบบนี้มันมีผลต่อเรื่องพันธุกรรมได้
ทำให้หลายคนรู้สึกผิดหวังกับการกระทำในครั้งนี้ ด้วยความเป็นตัวอย่างที่ดีของเธอ โดยเฉพาะการชี้แจงว่า “ทำขำ ๆ อย่าซีเรียส” เธอถูกมองว่าภาพลักษณ์ก่อนหน้านี้อาจเป็นเรื่องหลอกลวง เพราะกรณีนี้ทำให้เห็นว่าเธอไม่มีตรรกะและมีวุฒิภาวะที่ไม่มากพอว่าอะไรเหมาะสมอะไรไม่เหมาะสม ทั้งคนในสังคมก็มองว่าเรื่องของศีลธรรมในสังคมทุกวันนี้ก็แย่มากพอแล้ว การที่คนดังทำอะไรไม่จรรโลงสังคม แถมยังชักนำหรือยุยงให้เกิดค่านิยมที่ผิดปกติ อาจทำให้คนบางกลุ่มเห็นดีเห็นงามแล้วก่อเหตุลักษณะนี้จนมีเหยื่อมากขึ้นได้
ภายหลังคลิปวิดีโอนั้นจะถูกลบ จากนั้นตัวเธอก็ออกมาขอโทษผ่าน IG Story ส่วนตัว แต่การขอโทษครั้งนี้ก็ไม่เป็นที่พอใจของชาวเน็ตเท่าไรนัก เพราะนอกจากไร้ความชัดเจน ไม่มีการชี้แจงผ่านช่องทางที่เป็นทางการ เหมือนขอโทษเรื่องเล็ก ๆ ส่ง ๆ ตัดความรำคาญ ดูไม่จริงใจ ดูไม่สำนึกผิดว่ามันไม่ดีอย่างไร จะส่งผลต่อสังคมอย่างไร และถ้อยคำการขอโทษก็ดูปัดกลาย ๆ ว่าเธอทำคอนเทนต์มาไม่ถูกใจคนมากกว่า
นี่เป็นบทเรียนราคาแพงที่เธอต้องจ่าย เพราะภาพลักษณ์ก่อนหน้านี้อาจพังไม่เป็นท่าและกู้ความน่าเชื่อถือกลับมาได้ยาก เพียงเรื่องเล็ก ๆ ที่ “ไม่สร้างสรรค์” ที่เธออาจจะไม่ได้คิด หรือคิดแล้วแต่ไม่ได้ไตร่ตรองหรือกลั่นกรองให้ดีก่อน ถึงอย่างไรก็ตาม จากบทเรียนครั้งนี้ก็สอนทั้งตัวนักแสดงคนดัง รวมถึงคนธรรมดาด้วย ว่าจะทำอะไรเผยแพร่สู่สาธารณะ ควรต้องคิดให้ดี ๆ คิดให้มาก ๆ โดยเฉพาะเรื่องละเอียดอ่อนที่อาจมีผลต่อการชักนำสังคม
หลายคนอาจมองว่าหน้าที่ของดารา นักแสดง นักร้อง หรือคนดังไม่ใช่การเป็นตัวอย่างหรือต้นแบบที่ดีให้ใคร ให้แค่เพียงความบันเทิง แต่การอยู่ท่ามกลางแสงไฟสายตานับพันนับหมื่นจับจ้อง ความคาดหวังว่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับเด็ก เยาวชน และสังคมก็ย่อมตามมา ถ้าคุณผิดพลาด ราคาที่คุณต้องเสียคือถูกวิพากษ์วิจารณ์ และถูกมองในด้านลบไปอีกนาน แต่ถ้าหากสำนึกผิดจริง ๆ สังคมก็ควรให้โอกาสด้วยเช่นกัน หากไม่รู้ก็ค่อย ๆ ให้ความรู้กันไป เพราะก็คงไม่มีใครที่ไม่เคยผิดพลาดและคนเราก็ไม่ได้รู้ไปหมดเสียทุกอย่าง





























