
ในปัจจุบันแฟชั่นโชว์ได้รับความนิยมมากกว่าแต่ก่อน มีถ่ายทอดให้คนดูเป็นล้านๆ คนดู แต่จุดเริ่มต้นของแฟชั่นโชว์นั้นเรียบง่ายมากๆ
ย้อนไปเมื่อปี ค.ศ.1860 ผู้บุกเบิกให้เกิดแฟชั่นโชว์ที่อังกฤษ Charles Frederick Worth คือผู้เริ่มต้นใช้นายแบบนางแบบในการแสดงชุดแทนการใส่หุ่น ซึ่งเขาได้นำชุดของเขามาจัดแสดงที่เมืองปารีส
เมื่อเวลาผ่านไปโชว์นี้ ซึ่งสมัยนั้นเรียกว่า “แฟชั่น พาเหรด” ก็เริ่มเป็นที่นิยมในลอนดอนและนิวยอร์ก แต่ตอนนั้นยังเป็นเพียงงานเล็กๆ ที่เชิญขวนเฉพาะผู้ที่สนใจซื้อเท่านั้น และห้ามไม่ให้ช่างภาพเข้าชมเพราะกลัวว่าจะถูกลอกเลียนแบบเสื้อผ้า
หลังจากสงครามโลกครั้งที่สองการจัดแสดงแฟชั่นโชว์ก็เริ่มขยายกว้างขึ้นและเป็นสาธารณะมากขึ้น
ในปี 1947 Christian Dior คือหนึ่งไอคอนใหม่ๆ ในยุคนั้น ได้จัดให้มีการแสดงแฟชั่นโชว์ขึ้นเป็นครั้งแรกในเมืองปารีส และแฟชั่นกระโปรงทรง Billowing ของ Dior ถือเป็น New Look ที่ฉีกกฎเกณฑ์การแต่งกายของหญิงสาวอันเคร่งครัดในยุคสงคราม
ในปี 1960 เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงการเดินแบบจากเดิมที่นางแบบนายแบบต้องทำหน้านิ่ง เดินแข็งๆ กลายเป็นสามารถแสดงอารมณ์ได้ตามจังหวะดนตรี และรูปแบบแฟชั่นโชว์ที่ดูทันสมัยขึ้น มีการตกแต่งเวทีให้ดูอลังการอย่างในปัจจุบันนั้นมีมาตั้งแต่ยุค 80s และ 90s
ในปี 1998 รูปแบบแฟชั่นโชว์ก็ยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีกเมื่อ Yves Saint Laurent จัดแสดงแฟชั่นโชว์ที่สนามการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบชิงชนะเลิศระหว่างฝรั่งเศสและบราซิล ตั๋วในรอบนั้นขายหมดเกลี้ยง งานนี้ใช้นางแบบถึง 300 คน ทีมงานเบื้องหลัง 900 คน และใช้สตาฟรอบสนามอีก 4,000 คน ซึ่งการเดินแบบในครั้งนั้นยังถ่ายทอดให้ผู้คนเป็นพันล้านคนได้ดูผ่านทางทีวี
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา แฟชั่นโชว์ในยุคใหม่ๆ จะมีการแสดงระหว่างโชว์ แฟชั่นโชว์จึงมิใช่เพียงเรื่องการพาณิชย์เท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงศิลปะอีกด้วย






























