
แรมโบ้ได้เดินทางมาถึงภาคที่ 5 กันแล้ว คนที่รับบทแรมโบ้ก็คือ ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน ซึ่งปัจจุบันก็อายุปาเข้าไปถึง 73 ปี แต่ร่างกายยังฟิตปั๋งอยู่เลย เราเห็นเขาเล่นหนังมาตั้งแต่ ร็อคกี้ แรมโบ้ และอีกหลาย ๆ เรื่อง แต่แรมโบ้ถือได้ว่าทำให้เขากลายเป็นดารานักบู๊เต็มตัวอย่างแท้จริงเลยก็ว่าได้
ในแรมโบ้ 5 นี้จะมีบางอย่างที่ต่างออกไปนั่นก็คือ ไม่มีการเอาชีวิตรอด ไม่มีลุยป่าพรางตัว ลอบฆ่าในป่าเหมือนภาคก่อนๆซึ่งภาคนี้ดูยังไงก็รู้สึกได้ว่าไม่ต้องใช้ชื่อ แรมโบ้ ก็ได้เพราะหนังนี้เหมือนเอาชื่อแรมโบ้กับสถานที่ตอนจบของภาค 4 มาใส่ไว้ในเรื่องแค่นั้นเอง แต่ในหนังก็เล่าให้เราอินไปกับมันแล้วสนุกได้จริง ๆ

ในช่วงแรกจะเล่าถึงความเป็นอยู่ของแรมโบ้ในปัจจุบันที่อยู่อย่างสงบทำจิตอาสาไปวัน ๆ มีครอบครัวมีหลานสาวที่น่ารักและแสร้งทำว่าตัวเองนั้นเปรียบเสมือนพ่อคนหนึ่งที่คอยปกป้องหลานสาวคนนี้ แต่ชีวิตเขานั้นที่เคยมีแต่สงครามมาตลอดชั่วชีวิต ไม่มีทางที่เขาจะอยู่อย่างสงบได้ เขานอนในบ้านแบบสบายไม่ได้ก็เลยขุดหลุมเป็นอุโมงค์ทางยาวเพื่อไว้ใช้อาศัยและทำอาวุธไปเรื่อย ๆ เพื่อให้ลืมเรื่องราวในอดีต แต่เหตุการณ์กับไม่สงบก็เมื่อหลานสาวถูกแก๊งหนึ่งจับไปขาย (ซึ่งในตัวอย่างมีบอกฉะนั้นไม่ถือว่าเป็นการสปอยล์) และแรมโบ้ต้องไปตามหลานสาวกลับมา
![]()
หากใครได้ดูก็คงบอกว่าหนังนั้นในชั่วโมงแรกมันคือ Taken ชัด ๆ แค่นักแสดงเปลี่ยนเท่านั้นเอง แต่พอหลังจากนั้นก็คือหนังแรมโบ้เลือดสาดดี ๆ นี่เอง เนื่องด้วยหนังต้องการปูความแค้นของตัวละครที่มีให้แก่กันหนังเลยเน้นไปช่วงดราม่าในตอนต้นค่อนข้างเยอะ ทำให้บทจำเจและดูอ่อนลงไปมาก แต่แรมโบ้ก็แนวนี้มาแต่แรกแล้วที่จะมีตัวละครปัญญาอ่อนชอบเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงแล้วแรมโบ้ไปช่วยอยู่เสมอ แต่ในหนังภาคนี้ให้บทบาทตัวประกอบเยอะไปหน่อยถ้าเขาทุ่มฉากบู๊ให้ได้สักชั่วโมงและดราม่าสัก 30 นาทีหนังคงสนุกกว่านี้ เพราะดูแล้วยังไงก็ทำฉากบู๊ได้เกิน 1 ชั่วโมงอย่างแน่นอน

ในช่วง 30 นาทีให้หลังของหนังต้องบอกได้เลยว่าใครดูก็คงสะใจ มันสะใจอย่างบอกไม่ถูกเลือดสาดของจริงสมกับเป็นแรมโบ้ บทบาทของตัวละครก็ถึงพริกถึงขิงไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหมใด ๆ เลย บทจะให้ตายก็ตายอย่างโหด บทจะไว้ชีวิตก็ต้องมีพิการกันไปบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่หนังแรมโบ้นั้นขาดไปก็คือ มิติของตัวร้าย ซึ่งเจ้าพ่อที่พอมีเรื่องก็จับพลัดจับผลูเป็นเหมือนทหารมาก่อนซะอย่างนั้น หรือบางครั้งรู้ทั้งรู้ว่ามีกับดักก็ดั้นด้นเข้าไปหาและบางอย่างที่แปลกก็คืออาการป่วยต่าง ๆ ที่ใส่มาก็ไม่ได้มีผลอะไรกับหนังเลยไม่รู้จะใส่มาเพื่ออะไร แต่โดยรวมนั้นก็ถือได้ว่าหนังอยู่ในความสนุกระเบิดกระจุยกระจายและค่อนข้างสะใจอยู่พอสมควร

ถ้าถามว่าจะมีภาคต่อหรือเปล่า ก็คงบอกอะไรไม่ได้มากเพราะในกรณีภาคที่ 4 ก็ดูจบสวยหรูแล้วแต่ก็ยังมีภาค 5 ออกมาอีกซึ่งภาค 5 จบไปก็ทำให้คิดว่าจะมีภาคต่ออีกหรือไม่ถ้ามีก็คงต้องดูสังขารของ ซิลเวสเตอร์ สตอลโลน ว่าวัยขนาดนี้จะรับบทบู๊แหลกไหวอีกหรือเปล่า
คะแนนความน่าดู 7/10






























