Home Inspiration My Dear มีเดีย ความสนุกที่เกิดจากชัยชนะ

ความสนุกที่เกิดจากชัยชนะ

สองสามวันมานี้ ถ้าใครเป็นสมาชิกเคเบิ้ลเจ้าใหญ่ (เจ้านั้นละค่ะ) แล้วได้เปิดผ่านไปยังช่อง 556 ที่แต่เดิมเป็น History Channel แต่ระหว่างวันที่ 28 พค.-10 มิย. ช่องนี้มีเนื้อหาเฉพาะกิจ เป็น History of Football นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับฟุตบอลโลกที่กำลังจะมาถึง มีตั้งแต่ภาพการแข่งขันในยุคเก่าที่ได้มาจากฟีฟ่า บทสัมภาษณ์นักฟุตบอลในอดีต ไปจนถึงบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจ ที่เขียนมายาวขนาดนี้ ไม่ได้ค่าโฆษณาอะไรกับเขานะคะ แต่ของเขาดี เลยอยากชวนคุณผู้อ่านดูกัน

แต่ที่สะดุดใจไม่น้อย หลังจากนอนดูมาได้หนึ่งวันคือบทสัมภาษณ์ของ พอล ไบรท์เนอร์ ตำนานของวงการฟุตบอลเยอรมัน เจ้าของผมทรงแอฟโฟรในอดีตและพาทีมชาติเยอรมนีคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกในปี 1974 ไบรท์เนอร์ กล่าวในสารคดีว่า

“เด็กเยอรมันโดยส่วนใหญ่นั้น พ่อแม่จะให้เลือกเล่นกีฬาตามความสนใจของเด็ก จากนั้นเด็กทุกคนจะตั้งใจฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ พวกเขาไม่ได้สนุกกับกีฬาที่พวกเขาเลือก แต่ความสนุกของพวกเขาจะเริ่มมีขึ้นเมื่อพวกเขาได้ลงทำการแข่งขันแล้วชนะ ยิ่งชนะไปเรื่อยๆ ความสนุกก็จะเพิ่มขึ้นตาม”

เป็นวิธีคิดที่ทำให้จากที่นอนดู ต้องลุกขึ้นมานั่งดูกันเลยละค่ะ เหนืออื่นใดบทสัมภาษณ์ พอล ไบรท์เนอร์ นั้นดันมาก่อนที่ทีมชาติไทยจะลงเตะนัดอุ่นเครื่องกับจีนเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก่อนที่ผลการแข่งขันทีมชาติไทยจะแพ้จีนไป 0-2 ประตู พร้อมกับดราม่าหลังการแข่งขัน ที่ผู้เขียนไม่ขอพูดถึงแล้วกัน แต่ขอย้อนกลับไปที่บทสัมภาษณ์ของไบรท์เนอร์

“เด็กเยอรมันจะสนุกต่อกีฬาที่เขาเล่นก็ต่อเมื่อพวกเขาลงแข่งแล้วชนะ และ ชนะต่อไปเรื่อยๆ” นี่คือวิธีคิดแบบนักกีฬาที่มีความมุ่งมั่นและเป้าหมายนะคะ ต่างจากบ้านเราเวลาทีมชาติแพ้ ก็จะบอกว่าไม่เป็นไร ปลอบใจตบหลังตบไหล่กันไป วิธีคิดแบบนี้ไม่มีสอนในญี่ปุ่น เกาหลี หรือ เยอรมัน เพราะถ้าเอาเข้าจริงแล้วนักกีฬาอาชีพนั้น ชัยชนะ คือเป้าหมายสูงสุด ที่สองไม่มีความหมาย

บ้านเรานั้นเมื่อพูดถึงคำว่า “กีฬา” หลายคนมักไม่ค่อยนึกถึงเป้าหมายการแข่งขันระดับนานาชาติเท่าไรนัก มักจะเอาแค่พอเล่นเป็น เล่นได้ บางคนมีแววหน่อย ทางบ้านมีทุนทรัพย์ก็จะดึงเอาศักยภาพ สุงสุดของตนเองออกมาใช้ เหมือนที่มีนักกีฬาไทยหลายคนประสบความสำเร็จในระดับโลก

เวลามีการแข่งขันใดๆ ก็จะเหมือนกับมีอีเว้นท์ สนุกกันไปกับกระแสนั้นสักพัก แล้วก็กลับมาสนใจเรื่องของตนเองต่อ เหมือนกับที่กำลังจะมีฟุตบอลโลกในเวลานี้ เห็นโฆษณาที่มีเนื้อหาประมาณว่าเชียร์ฟุตบอลแบบไทย พร้อมกับภาพของชายหนุ่มคนหนึ่งที่กำลังเชียร์ฟุตบอลและสามารถเปลี่ยนเสื้อทีมเชียร์ได้ตลอดเวลา อยากจะบอกว่าเป็นโฆษณาที่ดูแล้วเจ็บนะคะ เพราะมันใช่และมันแซะเข้าไปถึงกระดูกกันเลยทีเดียว

เอาเป็นว่าขอดักคอ เหล่าวาทกรรมที่มาทุกครั้งเมื่อมีฟุตบอลโลกว่า “เมืองไทยจะขอเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลก” หรือ “โรดแมพ 10 ปีบอลไทยไปบอลโลก” ว่าขอเถอะเลิกเถอะ อยู่กับความจริงกันดีกว่า เพราะถ้าวิธีคิดในการเริ่มต้นเล่นกีฬา ยังไม่ได้อย่างที่ พอล ไบรท์เนอร์ พูดเราก็เอาดีกันแค่ในภูมิภาคอาเซียน ภูมิใจกับแชมป์ซีเกมส์ต่อไปดีกว่าค่ะ  ด้วยความเคารพ

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ