Home Interview Exclusive Talk : Pump Speed Pump Speed : “ป๊ายปาย โอริโอ้” เมื่อนักร้อง-นักแสดง พ่วงบทบาท “นักแข่งรถ”!

Pump Speed : “ป๊ายปาย โอริโอ้” เมื่อนักร้อง-นักแสดง พ่วงบทบาท “นักแข่งรถ”!

ช่วง Pump Speed จากรายการ World Of Speed ที่จะพาคุณผู้ชมทุกท่านไปพูดคุยแบบ Exclusive กับแขกรับเชิญผู้ซึ่งเกี่ยวข้องกับวงการมอเตอร์สปอร์ต ที่ไม่จำเป็นต้องเป็นนักแข่งเสมอไป ประเดิมเทปแรกด้วยการเชิญ “ป๊ายปาย โอริโอ้” หรือ “ป๊ายปาย-ฉัตรนภา เขียวขำ” มาถึงสนาม World Of Speed เขาผู้นี้อาจจะสร้างชื่อมาจากการเป็นนักร้องและนักแสดง แต่ในปัจจุบัน มีอีกหนึ่งบทบาทที่น่าสนใจอย่างการเป็น “นักแข่ง” ที่เจ้าตัวโลดแล่นอยู่ในวงการมานานกว่า 2 ปี และกำลังจะก้าวต่อไปในปีต่อ ๆ ไป!

2 ปีในวงการแข่งรถ จาก “นักแข่งหน้าใหม่” สู่ “นักแข่งเต็มตัว” ที่ยังคงพัฒนาต่ออย่างไม่หยุดยั้ง!

นับว่าเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์พอสมควร เมื่อ Toyota Gazoo Racing Team Thailand เปิดตัว “ป๊ายปาย โอริโอ้” ในฐานะดารานักแข่งคนใหม่ของ Toyota Star Team โดยลงแข่งในรุ่น YARIS One Make Race เพราะที่ผ่านมา เราอาจจะคุ้นเคยกับการเห็นป๊ายปายในบทบาทของนักร้องและนักแสดง แต่เมื่อได้รับโอกาสจากทาง Toyota บวกกับความชอบส่วนตัวในการขับรถ ทำให้เขาตัดสินใจเข้าสู่วงการนักแข่ง ซึ่งปัจจุบัน “ป๊ายปาย” ได้ทดลองงานเป็นนักแข่งมานานถึง 2 ปีแล้ว และกำลังก้าวเข้าสู่ปีที่ 3 ในวงการมอเตอร์สปอร์ต

อย่างไรก็ตาม ป๊ายปายได้ค้นพบความจริงสุดแปลกใหม่หลังจากก้าวเข้าสู่วงการนักแข่งรถ ว่าการขับรถเร็ว หรือการอยู่หลังพวงมาลัยในฐานะคนขับรถบนท้องถนนนั้น แตกต่างจากการขับรถอยู่ในสนามแข่งอย่างสิ้นเชิง นำไปสู่การปรับตัวครั้งใหญ่ ที่ต้องเปลี่ยนทักษะจากการขับรถเกียร์ออโต้ในชีวิตประจำวัน มาเรียนรู้การใช้เกียร์ธรรมดาในสนามแข่งแบบนักแข่งที่ประสบการณ์เป็นศูนย์ ทั้งเรื่องจุดเบรก การทอนเกียร์ และการคุมจังหวะรถ การเริ่มต้นบนเส้นทางใหม่ได้ “ครูต้น-มานัต กุละปาลานนท์” นักแข่งมืออาชีพดีกรีแชมป์ประเทศไทยหลายสมัยของ Toyota มาเป็นโค้ชสอนเทคนิคการขับรถแข่ง ตั้งแต่การเข้าเกียร์ไปจนถึงการมองป้ายบอกระยะในสนาม โดยในช่วงเริ่มต้น ถึงขั้นที่ต้องเขียนตำแหน่งเกียร์เลยทีเดียว!

ป๊ายปายลงแข่งในรุ่น YARIS One Make Race ซึ่งเป็นรุ่นผสมที่มีนักแข่งทั้งชายและหญิง (ทว่าส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย) และเป็นรุ่นเดียวที่ยังว่างอยู่ ในครั้งแรกที่ได้นั่งบนรถแข่ง เขาเคยสร้างเรื่องทำรถดับตอนถอยรถเข้าซองเพื่อจอดมาแล้ว ครั้งนั้นทำเอาเจ้าตัวใจแป้วไปเลย เพราะขนาดถอยรถยังทำรถดับ จึงเริ่มไม่มั่นใจว่าจะสามารถทำให้รถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้หรือเปล่า!

การเป็นนักแข่ง ความแปลกใหม่ที่ทั้ง “ป๊ายปาย” และ “ลูกปาย” ไม่เคยเจอ

ในวันที่ Toyota Gazoo Racing Team Thailand เปิดตัว “ป๊ายปาย โอริโอ้” ในฐานะนักแข่งคนใหม่ คือความแปลกใหม่ที่ทั้งตัว “ป๊ายปาย” และ “ลูกปาย” (ชื่อแฟนคลับ) ไม่เคยเจอ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแฟนคลับก็ไม่คาดคิดว่าป๊ายปายจะมาเป็นนักแข่งรถจริง ๆ โดยในวันที่ลงสนามจริงครั้งแรก ณ สนามบางแสน เหล่าแฟนคลับก็ตามมาส่งกำลังใจอย่างเนืองแน่น แม้ว่าจะยังกล้า ๆ กลัว ๆ อยู่บ้างก็ตาม ด้วยความกังวลเรื่องความปลอดภัย

นั่นทำให้ป๊ายปายต้องคอยย้ำให้แฟนคลับมั่นใจในระบบความรักษาความปลอดภัยของรถแข่ง ที่มีโครงเหล็กห่อหุ้ม และอุปกรณ์ป้องกันอย่างดี นั่นทำให้ครั้งหนึ่ง ณ สนามแข่งที่เชียงใหม่ เคยเกิดอุบัติเหตุเล็ก ๆ ขึ้นบริเวณโค้งหักศอก รถแข่งของป๊ายปายถูกเสยท้ายจากรถแข่งที่ตามมา ทำให้รถหมุน ถึงจะตกใจอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้รับบาดเจ็บใด ๆ และอีกครั้ง ป๊ายปายเคยได้นั่งข้าง “ครูต้น” ในวันที่ฝนตกและลงซ้อมเองไม่ได้ เหตุการณ์ในวันนั้นทำเอาเขาคิดหนักว่าตัวเองอาจจะไม่รอด เมื่อครูต้นพาดริฟต์กลางสายฝน!

จะเห็นว่าแม้ว่าการแข่งรถจะมีความเสี่ยง แต่ป๊ายปายไม่เคยกลัวอันตรายเมื่อนั่งอยู่หลังพวงมาลัย สิ่งเดียวที่กลัวคือ จุดเบรก เมื่อก่อนอาจจะโฟกัสอยู่ที่ท้ายรถคันข้างหน้า แต่เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น รวมถึงความรู้ที่ได้จากครูต้น จึงรู้ว่าให้โฟกัสให้ถูกจุด คือแค่จุดเบรกเท่านั้น

นอกจากนี้ เหล่าแฟนคลับก็ให้การสนับสนุนดีมาก การแข่งขันในครั้งแรก ๆ ที่ป๊ายปายยังไม่มีแววที่จะได้ขึ้นโพเดียมรับรางวัล ก็ถึงขนาดทำ “โพเดียมจำลอง” และมอบแชมเปญเฉลิมฉลองให้กับป๊ายปายในวันที่ยังไม่ได้รางวัลใด ๆ เพื่อเป็นกำลังใจ

สนามจริงแรกที่เจอ “โห! เราจะไปต่อหรือพอแค่นี้ดี” และการสร้างตำนาน “ทำสนามช้าง บุรีรัมย์ฯ” เกือบแตก!

ในช่วงแรก ๆ ของการเริ่มต้นเป็นนักแข่ง ป๊ายปายเคยท้อใจมาก จนเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่า “หรือเราจะไม่เหมาะกับการแข่งรถ” ด้วยความที่รู้สึกว่าตัวเองไม่เก่ง ความไม่รู้ งานเยอะจนไม่มีเวลาซ้อมกับรถจริง ทำได้แค่ซ้อมกับเครื่องซิมูเลเตอร์ แต่เพราะรักความท้าทาย จึงตั้งเป้าหมายว่าแม้จะไม่ได้ขึ้นโพเดียม ไม่ได้รับรางวัลใด ๆ ก็จะขอทำให้เต็มที่ที่สุด ไม่ต้องแข่งกับใครในสนาม แข่งแค่กับตัวเองก็พอแล้ว

นั่นทำให้บนสนามบางแสน สตรีท เซอร์กิต ซึ่งเป็นการลงสนามแข่งจริงครั้งแรก ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นและกดดันมากจนเกือบถอดใจ ขนาดที่คิดในใจว่า “จะไปต่อหรือพอแค่นี้” แต่ก็ตัดสินใจลุยสู้และผ่านมาได้

กระทั่งในวันที่ 22 ธันวาคม 2024 ในการแข่งขัน Idemitsu Super Endurance ที่แข่งขันกัน 25 ชั่วโมง นับเป็นการลงแข่งขันแบบ Endurance ครั้งแรกในชีวิตของป๊ายปาย สแตนด์เชียร์ข้างสนามที่ปกติมักจะโล่ง (ถ้าไม่ใช่การแข่ง MotoGP) ป๊ายปายผู้นี้ก็ได้สร้างตำนานทำสแตนด์เชียร์เต็ม! แฟนคลับตามมานอนเฝ้าอยู่บนสแตนด์ พร้อมทั้งส่งเสียงเชียร์ดังกระหึ่มไปทั่วสนาม

นั่นทำให้ป๊ายปาย กลายเป็นนักแข่งที่มีแฟนคลับตามเชียร์มากที่สุด สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกขอบคุณเสมอ ว่าในทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นศิลปิน เป็นนักแสดง หรือนักแข่งรถ แฟนคลับที่เปรียบดั่งครอบครัวก็ยังคอยสนับสนุน เป็นความอุ่นใจในทุกครั้งที่ไม่ว่าจะไปที่ไหน ก็ยังมีบ้านหลังนี้ตามไปอยู่เสมอ

จาก Day 1 กับการมองตัวเองบนแทร็กความเร็วตลอด 2 ปีที่ผ่านมา 

นับจากวันแรกที่ลงสนามมาจนถึงปัจจุบัน สิ่งหนึ่งที่เปลี่ยนไปอย่างมากในการเป็นนักแข่งของป๊ายปาย คือ “ความใจกล้า กล้าที่จะแซง” โดยที่วางเป้าหมายไว้ว่าอยากที่จะพัฒนาตัวเองไปเรื่อย ๆ อาจจะยังไม่ต้องไปถึงขั้นสูงอย่างใครเขา แต่ขอทำตรงนี้ให้มันดีขึ้นกว่าเดิม เท่านี้ก็พอแล้ว โดยจากวันแรกที่ลงแข่งและอยู่ในอันดับท้าย ๆ ของสนาม มาจนถึงวันนี้ ป๊ายปายให้คะแนนตัวเอง 7 เต็ม 10 ส่วนอีก 3 คะแนนที่หายไป คือทักษะความเก่งที่ต้องฝึกฝนและพัฒนาต่อไป

ดังนั้น 2 ปีบนสนามแข่ง จึงเปลี่ยนชีวิตของ “ป๊ายปาย โอริโอ้” ไปอย่างมาก จากการที่เป็นศิลปินอยู่บนเวที มีคนรู้จักแค่กลุ่มแฟนคลับที่ติดตามมาตลอด ทว่าในคราบของนักแข่ง กลายเป็นที่รู้จักในฐานะ “นักแข่ง” และถูกทักทายจากคนที่ไม่เคยรู้จักเขาในฐานะศิลปิน ซึ่งเป็นความภาคภูมิใจของเจ้าตัว ว่าในอีกมุมหนึ่ง คนที่ไม่เคยรู้จัก “ป๊ายปาย” ในฐานะนักร้อง ก็ได้มารู้จักในฐานะนักแข่ง

ในท้ายสุด ไม่ว่า “ป๊ายปาย โอริโอ้” จะอยู่ในบทบาทใด เขาก็ยังมีเหล่าแฟนคลับคอยตามให้กำลังใจและส่งเสียงเชียร์อยู่เสมอ!