Home Work & Living Living คุณสมบัติที่ถูกกฎหมายของ “ครูสอนภาษาชาวต่างชาติ”

คุณสมบัติที่ถูกกฎหมายของ “ครูสอนภาษาชาวต่างชาติ”

ทุกวันนี้ “ทักษะทางด้านภาษา” โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ (และภาษาที่สามอื่น ๆ) นับเป็นทักษะที่จำเป็นและสำคัญมากต่อการดำเนินชีวิตทั่วไปและการทำงาน ดังที่เราจะเห็นว่าบริษัทต่าง ๆ มักระบุเป็นคุณสมบัติข้อหนึ่งของผู้สมัครงานที่จะรับเข้ามาทำงานในเกือบทุกสายงาน หรือถ้าไม่ได้กำหนดเป็นคุณสมบัติหลัก ก็จะระบุว่าหากได้ภาษาด้วยก็จะได้รับการพิจารณาเป็นพิเศษ นั่นทำให้ผู้สมัครงานที่มีทักษะทางภาษาหลายภาษาได้เปรียบคู่แข่งคนอื่นที่ต้องการงานในตำแหน่งเดียวกัน นอกจากนี้ คนที่สามารถใช้ได้หลายภาษายังได้เปรียบคนอื่น ๆ ในการใช้ชีวิตทั่วไปด้วยเช่นกัน

ด้วยความที่ภาษาเป็นทักษะที่ต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ การได้เรียนหรือสนทนากับครูต่างชาติที่เป็นเจ้าของภาษานั้น ๆ โดยตรง จึงเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการฝึกฝนภาษาสำหรับผู้เรียน นั่นทำให้ผู้ปกครองหลายคนสนับสนุนบุตรหลานของตนเองให้ได้รับประสบการณ์การเรียนภาษาที่ดีที่สุด โดยเฉพาะในโรงเรียน ผู้ปกครองจำนวนมากยินดีส่งบุตรหลานเข้าเรียนโรงเรียนเอกชนหรือโรงเรียนนานาชาติ เพื่อหวังให้บุตรหลานได้เรียนภาษาต่าง ๆ จนใช้ได้ในระดับที่สื่อสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การมีครูต่างชาติเข้ามาทำการสอนจึงเรื่องที่โรงเรียนหลาย ๆ แห่งให้ความสำคัญ ในขณะเดียวกัน ผู้ปกครองบางท่านยังจ้างครูต่างชาติมาสอนพิเศษที่บ้านด้วย

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ชาวต่างชาติทุกคนที่พูดภาษานั้น ๆ ได้ จะสามารถเป็นครูสอนภาษาได้ ไม่ว่าจะด้วยเรื่องของความเชี่ยวชาญในการใช้ภาษา (แบบที่คนไทยจำนวนไม่น้อยก็ยังใช้ภาษาไทยผิด ๆ ถูก ๆ) มีคุณวุฒิมากพอที่จะสอนใครหรือเปล่า คุณสมบัติด้านวุฒิการศึกษา หลักและวิธีในการสอนหนังสือเพื่อให้เด็กสามารถนำความรู้ไปใช้ได้จริง จิตวิทยาวิชาชีพครู ประวัติอาชญากรรมต่าง ๆ รวมถึงเรื่องที่สามารถทำงานในประเทศไทยได้อย่างถูกกฎหมายหรือไม่ เพราะคนต่างชาติจะไม่สามารถประกอบอาชีพในประเทศไทยได้ หากถือวีซ่าท่องเที่ยวและไม่มีใบอนุญาตทำงาน อย่างไรก็ดี กลับมีชาวต่างชาติหัวใสลักลอบสวมรอยเป็นครูสอนภาษาเพื่อหารายได้เสริมอยู่มากมาย

ย้อนกลับไปที่ประเด็นที่ว่าไม่ใช่ชาวต่างชาติที่พูดภาษานั้น ๆ ได้จะเป็นครูสอนภาษาได้ทุกคน แต่คนไทยจำนวนไม่น้อยเข้าใจผิดหรืออาจจะไม่ได้คัดกรองเข้มงวดเท่าที่ควร โดยเฉพาะครูต่างชาติที่รับจ้างสอนภาษาตามบ้าน แค่เห็นว่าเป็นชาวต่างชาติ พูดภาษานั้น ๆ ได้ ก็ไว้ใจจ้างเป็นครูสอนภาษาให้บุตรหลานแล้ว ด้วยเหตุนี้ ทำให้มีชาวต่างชาติจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีคุณสมบัติในการเป็นครู แอบอ้างสวมรอยสมัครเป็นครูสอนภาษาตามบ้านโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน แถมยังถือแค่วีซ่านักท่องเที่ยวเท่านั้น เพียงเพื่อต้องการหารายได้เสริมในระหว่างอยู่ไทย หรือไม่ก็แค่หาค่าตั๋วเครื่องบินคืน ส่วนตามโรงเรียนที่มักมีการขอเอกสาร ก็มีเหมือนกันที่บางคนใช้วิธีปลอมแปลงวุฒิการศึกษาไปสมัคร

สิ่งที่ตามมาก็คือ บุตรหลานของเราก็ไม่ได้เก่งภาษาขึ้นเลย เพราะชาวต่างชาติที่สวมรอยเป็นครูไม่ใช่ชาวต่างชาติที่มีคุณภาพ ไม่ได้เป็นคนที่มีคุณสมบัติ บางคนไม่ได้เรียนจบครูมาโดยตรงจึงไม่รู้วิธีในการสอนเด็ก บางคนไม่ได้เรียนมหาวิทยาลัย หรือบางคนอาจจะไม่ใช่เจ้าของภาษาเลยด้วยซ้ำไป แค่ถือว่าพูดได้อ่านออกก็ทำเนียนเป็นสอนได้ แต่พอถามนั่นนี่ก็ไม่รู้ หรือบุตรหลานของเราอาจได้เรียนรู้อะไรที่ผิด ๆ ที่ไม่สามารถนำไปใช้ในอนาคต แค่สอนตามบทเรียนไปเรื่อย ๆ ไม่รู้หลักการสอน ไม่มีความเป็นครู สุดท้ายผลเสียก็ตกอยู่กับตัวเด็กที่เสียเวลาเรียนแต่สิ่งผิด ๆ ถูก ๆ จนเหมือนไม่ได้ความรู้อะไรเลย แล้วเราจะฝากฝังบุตรหลานของตัวเองกับคนที่ไร้คุณภาพเช่นนี้หรือ?

ชาวต่างชาติที่จะเป็นครูสอนภาษาในเมืองไทย ต้องมีใบอนุญาตทำงานถูกต้อง

ซึ่งหากจะพูดถึงเรื่องของคุณสมบัติ สิ่งหนึ่งที่นับว่าเป็นเรื่องสำคัญก็คือ จะต้องมีใบอนุญาตทำงาน หรือ Work Permit ก่อน ถึงจะประกอบอาชีพในไทยได้อย่างถูกกฎหมาย ที่สำคัญคือชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทยด้วยวีซ่าของนักท่องเที่ยว จะไม่สามารถทำงานได้ (วีซ่าท่องเที่ยวก็ต้องท่องเที่ยวเท่านั้น) นี่เป็นเรื่องผิดกฎหมาย ถ้าถูกตรวจสอบ ทั้งผู้จ้างและผู้รับจ้างจะต้องได้รับโทษทางกฎหมาย

สำหรับ ใบอนุญาตทำงาน หรือ Work Permit คือ ใบอนุญาตทำงานในประเทศไทยสำหรับชาวต่างชาติ ซึ่งจะต้องยื่นประทับตราวีซ่าประเภท Non-Immigrant B หรือวีซ่าประเภทธุรกิจ ก่อนขอใบอนุญาตทำงานในประเทศไทย โดยคนต่างด้าวที่จะขอรับใบอนุญาตทำงานในตำแหน่งครูผู้สอนในสถานศึกษา ต้องเป็นผู้ที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง (NON-IMMIGRANT VISA) ไม่ใช่เข้ามาในฐานะนักท่องเที่ยวหรือผู้เดินทางผ่าน (TOURIST/TRANSIT VISA) โดยยื่นคำขอรับใบอนุญาตทำงานพร้อมเอกสารการประกอบวิชาชีพครูและเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง ที่สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัด ที่เป็นที่ตั้งสถานศึกษา

ในส่วนของข้อกฎหมาย ตามพระราชกำหนด การบริหารจัดการการทํางานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ระบุว่าหากเจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบครูชาวต่างชาติทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานในโรงเรียนหรือสถานศึกษา ต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาเป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ ซึ่งมีโทษปรับตั้งแต่ 5,000-50,000 บาท และเมื่อจ่ายค่าปรับเรียบร้อยแล้ว จะถูกผลักดันกลับประเทศ

ส่วนโรงเรียนหรือสถานศึกษาจะถูกดำเนินคดีในข้อหารับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือให้คนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ จะมีโทษปรับตั้งแต่ 10,000-100,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน และถ้ายังพบกระทำผิดซ้ำอีก จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 50,000-200,000 บาท ต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน หรือทั้งจำทั้งปรับ และห้ามจ้างคนต่างด้าวทำงานเป็นเวลา 3 ปีอีกด้วย

อย่างไรก็ดี มีข้อมูลจากนายกสมาคมครูผู้สอนภาษาอังกฤษแห่งประเทศไทยที่ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวแห่งหนึ่ง ระบุว่า ครูต่างชาติส่วนใหญ่ในไทยถือวีซ่าท่องเที่ยวก่อนที่จะมาสมัครงานตามสถาบันต่าง ๆ โดยมีเอกสารวุฒิการศึกษาหรือเอกสารประสบการณ์การสอนที่ผ่านมามาประกอบการสมัคร จากนั้น ทางสถาบันนั้น ๆ จึงจัดสอบคัดเลือก ไม่ว่าจะเป็นสอบข้อเขียนเพื่อวัดความรู้ และสอบสัมภาษณ์เพื่อดูทัศนคติ เมื่อผ่านแล้ว ทางสถาบันถึงจะดำเนินการเรื่องขอ Work Permit ให้ หรือหนังสือรับรองการทำงาน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นสัญญาปีต่อปี

เนื่องจากการขอหนังสือรับรองนั้นมีระบบที่ค่อนข้างยุ่งยาก ทำให้ครูสอนภาษาชาวต่างชาติในประเทศไทยในปัจจุบัน จึงเลือกที่จะใช้วิธีใช้วีซ่านักท่องเที่ยวเข้ามาก่อน และเมื่อครบกำหนด ก็จะเดินทางออกไปประเทศเพื่อนบ้านก่อน แล้วค่อยกลับเข้ามาประเทศไทยเพื่อทำงานอีกครั้ง ส่วนโรงเรียนต่าง ๆ ที่จ้างครูต่างชาติเข้ามาสอน ในปัจจุบัน นอกจากจะเปิดรับสมัครเองแล้ว ยังใช้วิธีหาครูผ่านเอเจนซี่ต่าง ๆ โดยจะกำหนด สัญชาติ เงินเดือนตามความพร้อม และสามารถจ่ายเงินเดือนได้

สำหรับโรงเรียนที่นำเข้าครูต่างชาติอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มักจะมีการติดต่อกันจากต่างประเทศ ฝั่งครูที่จะเดินทางเข้ามาไทย จะเตรียมเอกสารเพื่อขอวีซ่า Non-Immigrant ประเภท “B” (วีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราว อยู่ในไทยได้นาน 90 วัน หากอยู่จนใกล้ครบระยะเวลาที่ได้รับอนุญาตและมีความต้องการจะอยู่ต่อสามารถขยายระยะเวลาวีซ่าเพิ่มขึ้นไปอีก โดยยื่นคำขออยู่ต่อที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง) และโรงเรียนจะดำเนินเรื่องขอใบอนุญาตทำงานให้อย่างถูกต้อง ทำให้ครูต่างชาติประเภทนี้มักจะเป็นบุคลากรที่จบครูมาโดยตรง มีคุณวุฒิและคุณสมบัติที่สมบูรณ์

ถึงจะยุ่งยาก แต่ควรจัดการให้ถูกต้องจะดีที่สุด

ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงาน ได้มอบหมายให้กรมการจัดหางาน ตรวจสอบครูต่างชาติในโรงเรียนและสถานศึกษาทั้งภาครัฐและเอกชน ต้องมีการขอรับใบอนุญาตทำงาน ให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มิเช่นนั้นจะถูกดำเนินคดี ทำให้เราเห็นว่า ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) เป็นใบเบิกทางที่ช่วยให้การจ้างครูต่างชาติได้อย่างถูกกฏหมาย ลดความเสี่ยงที่จะเจอชาวต่างชาติคุณภาพต่ำสวมรอยเป็นครูมาสอนภาษาเพื่อหารายได้พิเศษหรือหาเงินกลับประเทศ สร้างโอกาสการเรียนรู้ภาษาที่มีคุณภาพให้กับเด็ก ๆ ที่สำคัญ ลดโอกาสเสี่ยงเกิดอาชญากรรมด้วย เนื่องจากมีขั้นตอนและรายละเอียดมากมาย ตั้งแต่การตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจนไปถึงการขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู

ดังนั้น แม่ว่าจะยุ่งยาก ขั้นตอนเยอะ และเอกสารแยะ แต่ควรจะทำให้ถูกต้องที่สุด ซึ่ง Tonkit360 ได้รวบรวมขั้นตอนและเอกสารคร่าว ๆ ที่จำเป็นต้องใช้ หากชาวต่างชาติต้องการที่จะเข้ามาสอนภาษาในไทย โดยชาวต่างประเทศที่มีความประสงค์ที่จะทำงานในประเทศไทยในฐานะครู ชาวต่างประเทศคนนั้นต้องขอรับการตรวจลงตราประเภทคนอยู่ชั่วคราว ประเภท “B” ณ สถานเอกอัครราชทูตไทย และสถานกงสุลใหญ่ไทยในต่างประเทศ โดยเอกสารในการขอรับการตรวจลงตรามีดังต่อไปนี้

  1. แบบฟอร์มใบสมัคร (สามารถขอรับได้ที่สถานเอกอัครราชทูตไทย และสถานกงสุลใหญ่ไทยทุกแห่ง)
  2. หนังสือขอความอนุเคราะห์ในการขอรับการตรวจลงตรา
  3. สัญญาจ้างงาน ฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
  4. หนังสือเดินทางที่มีอายุไม่น้อยกว่า 6 เดือน และสำเนาหนังสือเดินทาง (ต้องลงสำเนาถูกต้องทุกหน้า)
  5. รูปถ่ายขนาด 4×6 เซนติเมตร (ขนาด 2 นิ้ว)
  6. วุฒิการศึกษาตัวจริง และสำเนาวุฒิการศึกษา (ต้องลงสำเนาถูกต้องในตัวที่เป็นตัวสำเนา)
  7. ผลคะแนนทดสอบภาษาอังกฤษ TOEIC 600+ / TOEFL 600+ / IELTS 6.0+ ในกรณีที่เป็นชาวต่างชาติสอนภาษาอังกฤษ แต่ไม่ได้ถือสัญชาติ อเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย แคนาดา นิวซีแลนด์ สกอตแลนด์ เวลส์ และไอร์แลนด์
  8. ค่าธรรมเนียมในการขอรับการตรวจลงตรา (2000 บาท)

การขอใบอนุญาตสอนที่คุรุสภา เมื่อครูชาวต่างชาติได้รับ/เปลี่ยนวีซ่าเป็นประเภท Non-Immigrant รหัส B แล้ว โรงเรียนต้องดำเนินการขอใบอนุญาตสอนที่คุรุสภาโดยครูชาวต่างชาติขอใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู/ขอผ่อนผันใบประกอบวิชาชีพที่คุรุสภา (หลังจากยื่นเอกสารที่คุรุสภา รอเอกสารประมาณ 2 สัปดาห์ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการขอใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพฯ) ใช้เอกสารดังต่อไปนี้

  • หนังสือนำส่งจากโรงเรียน
  • แบบคำขออนุญาตให้ชาวต่างประเทศประกอบวิชาชีพครูโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเป็นการ
    ชั่วคราว (คส.10)
  • สำเนาหนังสือเดินทางหน้าแรกที่มีรูปถ่ายและหน้าวีซ่า NON-B โรงเรียนปัจจุบัน และต้องมีระยะเวลาวีซ่า
    เหลืออย่างน้อย 30 วัน
  • สำเนาวุฒิการศึกษา
  • สำเนาใบรายงานผลการศึกษา
  • หนังสือรับรองว่าจะจ้าง หรือสัญญาจ้างปัจจุบันที่มีอายุสัญญาจ้างเหลือไม่น้อยกว่า 3 เดือน
  • รูปถ่าย 1.25 นิ้ว 2 รูป
  • หนังสือรับรองการจ้างชาวต่างประเทศเป็นครู/ผู้สอน
  • แบบหนังสือรับรองการจ้าง
  • ตารางสอนครูชาวต่างชาติ

การขอใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) เมื่อครูชาวต่างชาติได้รับใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูแล้ว ให้โรงเรียนดำเนินการขอใบอนุญาตทำงาน โดยมีเอกสารดังต่อไปนี้

  • หนังสือนำส่งจากเขต และจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
  • แบบตท.1 (คำขอรับใบอนุญาตทำงาน)
  • แบบหนังสือรับรองการจ้าง
  • แบบตท.10 (แบบแจ้งการรับเข้าทำงาน การย้าย และการออกจากงานของคนต่างด้าวตามมาตรา 23)
  • หนังสือรับรองการจ้างชาวต่างประเทศเป็นครู/ผู้สอน
  • สำเนาสัญญาจ้าง
  • สำเนาวุฒิการศึกษา
  • สำเนาหนังสือเดินทาง
  • สำเนาแผนที่โรงเรียน
  • สำเนาตารางสอนครูชาวต่างชาติ
  • สำเนาหนังสืออนุญาตให้ชาวต่างประเทศประกอบวิชาชีพครูโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
  • ใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลรัฐ
  • สำเนาบัตรประชาชนผู้บริหารโรงเรียน ผู้มอบอำนาจให้ครูดำเนินการแทนในฐานะนายจ้าง
  • หลักฐานแสดงการตรวจประวัติอาชญากรรม

และเนื่องจากวีซ่า ประเภทคนอยู่ชั่วคราว รหัส B มีอายุจำกัด 90 วัน (ครูชาวต่างชาติจะต้องไปรายงานตัวที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองทุก 90 วัน สามารถไปก่อนได้ 15 วัน หลัง 7 วัน ถ้าหากพ้นวันจะต้องเสียค่าปรับ) การขอต่ออายุวีซ่า ณ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เมื่อครูชาวต่างชาติได้รับใบอนุญาตทำงานแล้ว ให้โรงเรียนดำเนินการขอความอนุเคราะห์ให้ คนต่างชาติอยู่ต่อในราชอาณาจักร (ขอต่ออายุวีซ่า) มีเอกสารต่อไปนี้

  • แบบตม.7 (คำขออนุญาตอยู่ต่อในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวต่อไป)
  • หนังสือนำส่งจากเขต และจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
  • แบบหนังสือรับรองการจ้าง
  • สำเนาหนังสือเดินทาง
  • สำเนาใบอนุญาตทำงาน (work permit)
  • แบบตท.10 (แบบแจ้งการรับเข้าทำงาน การย้าย และการออกจากงานของคนต่างด้าว ตามมาตรา 23)
  • สำเนาสัญญาจ้าง
  • หนังสือรับรองการจ้างชาวต่างประเทศเป็นครูผู้สอน
  • สำเนาตารางสอนครูชาวต่างชาติ
  • สำเนาแผนที่โรงเรียน
  • สำเนาวุฒิการศึกษา
  • สำเนาหนังสืออนุญาตให้ชาวต่างประเทศประกอบวิชาชีพครูโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ
  • หนังสือแต่งตั้งครูให้ปฏิบัติหน้าที่
  • สำเนาบัตรประชาชนผู้บริหารโรงเรียน ผู้มอบอำนาจให้ครูดำเนินการแทนในฐานะนายจ้าง
  • สำเนาบัตรประชาชนครูผู้รับมอบอำนาจให้ดำเนินการแทนในฐานะนายจ้าง
  • หนังสือรับทราบแนวทางปฏิบัติการห้ามเข้ามาในราชอาณาจักร กรณีคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดเป็นระยะเวลานาน
  • แบบรับทราบหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการขออนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราว (สตม.2)
  • รูปถ่าย 4×6 เซนติเมตร (ขนาด 2 นิ้ว)
  • ค่าธรรมเนียม 1900 บาท
  • หลักฐานการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.91) ในรอบปีที่ผ่านมา