ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับการเลือกตั้งรัฐบาลชุดใหม่ของประเทศไทย ซึ่งตามพระราชกฤษฎีกามีผลบังคับใช้ให้เลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 24 มี.ค. นี้
มีหลายเรื่องที่ทุกคนควรรู้เกี่ยวกับการเลือกตั้งมากมายไปหมด โดยบทความนี้ จะมาแนะนำคำศัพท์ที่ใช้ในการเลือกตั้งให้ทุกคนได้จำขึ้นใจไปพร้อมกัน

นิวโหวตเตอร์
หมายถึงบุคคลที่มีอายุครบ 18 ปี ก่อนหรือทันวันเลือกตั้งพอดี ซึ่งบุคคลที่จะได้รับสิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรกในครั้งนี้ คือคนไทยที่มีอายุตั้งแต่ 18 – 26 ปี ที่มีระยะห่างขนาดนี้ ก็เพราะประเทศไทยเราไม่มีการเลือกตั้งมา 8 ปีแล้วไงล่ะ
โหวตโน
การออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งตามปกติ แต่กาช่อง”ไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด” แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นกฎใหม่ที่ออกมามีอยู่ว่า ผู้สมัครที่จะได้เป็น ส.ส. ต้องได้รับคะแนนเสียงมากกว่าจำนวนโหวตโน ซึ่งถึงแม้จะมีคะแนนโหวตนำมาเป็นอันดับหนึ่ง แต่ดันมีคะแนนเสียงน้อยกว่าคะแนนโหวตโน จะถือว่าหมดสิทธิ์ และต้องเลือกตั้งใหม่ในเขตนั้น ๆ และผู้สมัครลงเลือกตั้งคนเดิมก็หมดสิทธิ์ลงสมัครใหม่ด้วย
โนโหวต
โนโหวต กับ โหวตโน เรียกคล้ายกันแต่ความหมายค่อนข้างต่าง โนโหวตคือการไม่ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้ง หรือภาษาพูดที่ว่า นอนหลับทับสิทธิ์ ซึ่งการไม่ออกไปใช้สิทธิ์นั้น จะส่งผลต่ออนาคตในเรื่องการเป็นข้าราชการการเมือง และผู้บริหารท้องถิ่น เพราะฉะนั้นอย่านอนหลับทับสิทธิ์กันเลย นานทีปีหนมีโอกาสเลือกตั้งทั้งที
ไพรมารีโหวต
คือระบบการเลือกตั้งขั้นต้น ที่ให้สมาชิกพรรคเลือกว่า ใครสมควรได้นั่งเก้าอี้ ส.ส. แต่สำหรับการเลือกตั้งที่จะถึงนี้ คสช. ออกคำสั่งให้ใช้คณะกรรมการสรรหาผู้สมัคร มาคัดเลือกผู้สมัคร ส.ส. แทน
ปลดล็อก
กฎหมายของ คสช. ภายหลังการรัฐประหารในปี 2557 มีกฎว่าห้ามพรรคการเมืองดำเนินกิจกรรมทางการเมือง ก็คือการลงพื้นที่หาเสียงนั่นแหละ ดังนั้นการปลดล็อกก็คืออนุญาตให้พรรคการเมืองเริ่มต้นหาเสียงกันได้เลย
ดูด ส.ส.
การย้ายพรรคของ ส.ส. ที่ดูไม่ปกติ จากการสังเกต คิดว่าอาจมีการใช้แรงจูงใจแบบปัจจัยพิเศษ เช่น เงินทุน หรือตำแหน่ง เป้าหมายคือเพื่อสร้างฐานเสียงให้กับพรรค ซึ่งโดยปกติแล้วการดูด ส.ส. นั้นมีมานานหลายสมัยแล้ว
นายกฯ คนใน
นายกฯ คนใน ความหมายคือ สมาชิกที่อยู่ในพรรคการเมืองนั้น ๆ เสนอชื่อไม่เกินพรรคละ 3 ชื่อให้สภาผู้แทนฯ พิจารณาเห็นชอบ และชื่อที่จะมาพิจารณาได้ต้องได้รับเสียงในสภาไม่ต่ำกว่า 5%
นายกฯ คนนอก
คือบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอมา ในกรณีรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอนั้นไม่สามารถลงมติเลือกได้ โดยรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน กำหนดว่ารายชื่อที่ถูกเลือกเป็นนายกฯ คนนอก จะต้องมีเสียงสนับสนุนตั้งแต่ 376 เสียงขึ้นไป จากจำนวน 700 เสียง
จัดสรรปันส่วนผสม
หมายถึงระบบการเลือกตั้งแบบใหม่จะถูกใช้ในการเลือกตั้งครั้งที่จะถึงนี้เป็นครั้งแรก มาในลุค 3 in 1 นั่นคือกา 1 ได้ถึง 3 กล่าวคือมีบัตรเลือกตั้งเพียงใบเดียวแต่คะแนนเสียงของเรานั้นจะทำให้ได้ ส.ส.แบบแบ่งเขต ได้จำนวนเก้าอี้ในสภาของ ส.ส. ในพรรคนั้น และได้นายกรัฐมนตรี โดยหากพรรคที่เราเลือกนั้นได้ครองเก้าอี้เกิน 25 ที่นั่ง รายชื่อที่พรรคส่ง ก็จะถูกส่งเข้าที่ประชุมเพื่อเลือกเป็นนายก
ไหน ๆ แล้วเราก็เดินทางมาถึงหัวโค้งที่มีการเลือกตั้งกันแล้ว เลยอยากจะบอกว่า เสียงของเราทุกเสียงมีความสำคัญมาก โปรดอย่าได้นอนหลับทับสิทธิ์ เชียร์ใครเลือกใคร ถึงวันก็กาไปเลย
































