ว่ากันว่า…อายุงานของนักฟุตบอลอาชีพจะถึงจุดสูงสุดตอน 27-30 แล้วค่อย ๆ โรยราลงไปตอนประมาณ 32-33 แต่ของแบบนี้บางทีมันก็ไม่แน่ไม่นอนเหมือนกัน บางรายอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ปาเข้าไป 41 ขวบแล้วยังซอยเท้ายิก ๆ ได้ หรือ ลิโอเนล เมสซี่ 30 ปลาย ๆ ก็ยังโลดแล่นอยู่
ล่าสุดในรายของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่กำลังสวนกระแสธรรมชาติ ในวัย 36 ขวบเขาเพิ่งจะโชว์ฟอร์มกระหน่ำคนเดียวสองประตู ให้เชลซี ถล่ม บอร์นมัธ ไปอย่างงดงามถึง 5-1 ในศึกพรีเมียร์ลีกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ในฐานะตัวจริงติดต่อกันเป็นเกมที่สองให้ “สิงห์บลูส์” เฮนโด้ เริ่มพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การเข้ามาอยู่ถิ่นสแตมฟอร์ดบริดจ์ไม่ได้มาเป็นเพียงตัวเสริม แต่เขาพร้อมที่จะเป็นตัวหลักอย่างจริงจังในแผงกลาง เชลซี ฤดูกาลนี้
ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมาตอน ชาบี อลอนโซ่ กุนซือคนใหม่ของ “สิงโตน้ำเงินคราม” ตัดสินใจเซ็น เฮนเดอร์สัน ในวัย 36 ปีเข้าสู่ถิ่นแสตมฟอร์ดบริดจ์ แถมมอบสัญญาระยะเวลา 2 ปีให้ด้วย หลาย ๆ คนจึงงงกันหนัก เผลอคิดด้วยซ้ำไปว่า คุณชายกระดก “แซงเกรีย” หนักเกินไปรึเปล่า!?!
นักเตะที่ผ่านจุดสูงสุดกับ ลิเวอร์พูล ไปแล้ว แถมในช่วง 3 ฤดูกาลหลัง พบแต่ความลุ่ม ๆ ดอน ๆ ในอาชีพค้าแข้ง หลังจากหลงคารม เจอร์ราร์ด ตามไปอยู่กับ อัล อิตติฟาค ด้วยกันแต่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงต้องเก็บข้าวของกลับแผ่นดินยุโรปมาอยู่กับ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม และซีซั่นที่แล้วได้คืนสู่พรีเมียร์ลีกกับเบรนต์ฟอร์ด
ชาบี อลอนโซ่ ยังเห็นคุณค่าอะไรบางอย่างในตัว เฮนโด้ ซึ่งอาจจะเป็นเงาของตัวเองหรือไม่!? หรือจะเป็นความสามารถที่หลากหลาย อิทธิพลต่อทีม ความเป็นผู้นำ
แม้ เฮนโด้ ไม่ได้เป็นกัปตันในทีมชุดนี้ เพราะ ลีวาย โคลวิลล์ ทำหน้าที่อยู่ แต่เขาไม่เคยหยุดสื่อสารและชี้นำเพื่อนร่วมทีม
แน่นอนเฮนเดอร์สัน ไม่สามารถวิ่งได้เป็นบ้าเป็นหลังตลอดเกม เหมือนสมัยหนุ่ม ๆ แต่พอได่เล่นกับนักเตะอายุน้อยกว่าที่มีความฟิตอย่าง มอยเซส ไคเซโด้ หรือ ลาเวีย เขาสามารถใช้ประสบการณ์ในการคุมเกม เลือกจังหวะเล่น ผ่านบอลสวย ๆ เชื่อมเกมให้ต่อเนื่องไปได้
โธมัส ทูเคิล กุนซือทีมชาติอังกฤษ ก็คงเห็นคุณค่าเหล่านี้เช่นกัน จึงได้เรียกตัวจอมเก๋าผู้นี้ติดทีมชาติไปด้วยในฟุตบอลโลก 2026 ด้วยเครื่องหมายคำถามจากหลาย ๆ คน
น่าเสียดายที่เฮนโด้ ต้องเจอกับปัญหาอาการบาดเจ็บ ทำให้ไม่มีบทบาทในสนามกับทีม “สิงโตคำราม” ชุดฟุตบอลโลก
ว่าก็ว่าเถอะ…ตลอดชีวิตการค้าแข้งของ เฮนโด้ นั้น ต้องเจอกับคำสบประมาทมาแล้วมากมาย ตั้งแต่วัยรุ่นเมื่อครั้ง เคนนี่ ดัลกลิช ดึงตัวมาอยู่กับ ลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัวสูงถึง 16 ล้านปอนด์ เมื่อปี 2011 ถูกวิจารณ์ไปต่าง ๆ นานา บ้างก็ว่าไอ้นี่ของปลอมแหง ๆ ไม่มีพรสวรรค์ ท่าวิ่งท่าเดินแบบนี้ไอ้นี่เจ็บง่ายแน่ ๆ เล่นได้ไม่นานหรอก แล้วเป็นไง?
เฮนเดอร์สัน พิสูจน์ตัวเองด้วยการอยู่ในถิ่นแอนฟิลด์ถึง 12 ฤดูกาล ผ่านมือ 3 ผู้จัดการทีมอย่าง คิงเคนนี่, เบรนแดน ร็อดเจอร์ส และ เจอร์เก้น คล็อปป์ กวาดถ้วยรางวัลใหญ่น้อย ไม่ว่าจะเป็นพรีเมียร์ลีก, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, ถ้วยสโมสรโลก, ซูเปอร์คัพ, เอฟ.เอ.คัพ, ลีกคัพ นับเป็นกัปตันทีม หงส์แดง ที่เกริกไกรที่สุดคนหนึ่งก็ว่าได้
ย้อนเวลากลับไปได้ ยังอยากให้ ลิเวอร์พูล เก็บตัวเขาเอาไว้ในทีม คงพอจะช่วยแดนกลางที่มีปัญหามาตลอดในเกมรับได้ไม่น้อย และน่าจะเป็นศูนย์รวมจิตใจที่ดีในเกมเปลี่ยนถ่ายผู้เล่นเจเนอเรชันใหม่ด้วย
เอาเถอะ ในเมื่อเวลามันผ่านไปแล้ว ตอนนี้คงได้แต่เฝ้าชื่นชมผลงานของไอ้แมว 9 ชีวิตผู้นี้ต่อไปในสีเสื้อของสิงโตน้ำเงินคราม เชลซี ซึ่งมองดูจากผลงานล่าสุดแล้ว ตำนานของเขาคงยังไม่จบลงง่าย ๆ อย่างแน่นอน.