Old School Intern ซีรีส์จิตป่วนที่ “พนักงานออฟฟิศ” ต้องดู

เคยโดนต้มเพราะภาพโปสเตอร์ของซีรีส์มั้ย? มันน่าแค้นสุด ๆ เลยนะ เมื่อโปสเตอร์หลอกเราว่านี่เป็นซีรีส์แนวคอมเมดี้ เรื่องย่อก็ดูเบา ๆ ฮา ๆ แต่เปิดเรื่องมาตอนแรกก็…ขำ ไม่ ออก แล้ว!!!

ซีรีส์เรื่องที่ว่าก็คือ “Old School Intern” ไม่ต้องถามเนอะว่าทำไมเลือกเรื่องนี้ แทนแท่น… เพราะ “พัคแฮจิน” อปป้าเป็นพระเอกนั่นเอง อื้อหือ! คนอะไร อายุจะเข้าเลข 4 แล้ว แต่มารับบทเป็น “คายอลชัน” นักศึกษาจบใหม่ ที่กลายมาเป็นเด็กฝึกงานใส ๆ ในบริษัทผลิตรามยอน เนียนชนิดไม่มีข้อกังขาใด ๆ ต้องยอมรับเลยว่าชั่วโมงบินฮีสูงมาก แถมหน้าตาอันหล่อเหลาก็ทำให้ชายหนุ่มอายุเลข 3 ปลาย ๆ กลายเป็นหนุ่มน้อยผู้ถูกรังแกได้เนียนมากเช่นกัน

อีกทั้ง Old School Intern ก็เป็นการกลับมาปรากฏตัวในวงการบันเทิงเกาหลีอีกครั้งหลังจากที่ฮีหันไปโด่งดังอยู่ที่จีนซะนาน ปีนี้ติ่งพัคแฮจินในเกาหลีก็เลยได้เห็นหน้าฮีติด ๆ ตั้งแต่ต้นปี

ต่างวัยใจต่างกัน

เปิดเรื่องมาก็จิกกัดสังคมเกาหลี (และไทย) อยู่ไม่น้อย ด้วยเหตุการณ์บนรถไฟฟ้ากับที่นั่งพิเศษสำหรับเด็ก สตรีมีครรภ์ และคนชรา ปัญหาเดียวกันเด๊ะ ๆ แค่เปลี่ยนภาษาด่ากัน ซีรีส์นำเสนอชัดเจนแบบไม่แอบสอนใด ๆ ทั้งสิ้น ว่าช่องว่างระหว่างวัยมีผลต่อการสื่อสารและการเข้าหากันระหว่างเด็กและผู้ใหญ่ โดยเฉพาะผู้ใหญ่อนุรักษ์นิยม ที่มักไม่ค่อยเปิดใจรับฟังความคิดของ “เด็กเมื่อวานซืน” สักเท่าไหร่ ก็ฉัน “อาบน้ำร้อนมาก่อน” อะใครจะทำไม

รวมถึงผู้ใหญ่ประเภท “กนแด” ที่ในซีรีส์แปลเป็นไทยมาประมาณว่า ผู้ที่คอยบังคับผู้อื่นให้ทำตามความเชื่อของตนเอง โดยไม่สนเรื่องอายุ ส่วนมากจะเป็นผู้ใหญ่รุ่นปู่ย่าตายาย รุ่นพ่อแม่ก็มีไม่น้อย คือถ้าใครมีประสบการณ์จะรู้ดี ว่าการคุยกับผู้ใหญ่ประเภทนี้ประสาทเสียแค่ไหน อธิบายก็ว่าเถียง เงียบก็ว่าประชด หาจุดคุยกันลงตัวยากมาก ต้องทำสงครามเย็นกันไป 2-3 วัน ถึงจะกลับมาคุยกันเหมือนเดิมได้

ออฟฟิศจิตเสีย

เรื่องตลกร้ายของพนักงานออฟฟิศตาดำ ๆ ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของพนักงานบางคนชนิด Copy-Paste เลยทีเดียวโดยเฉพาะพระเอกของเรา ที่โดน “หัวหน้า” กลั่นแกล้งซะจนต้องลาออกจากงาน แถมยังทำให้รู้สึกไร้ค่าขนาดที่ว่าทำให้คนคิดฆ่าตัวตายได้ คือน่าสงสารมาก (บางทีก็แอบสงสารตัวเองด้วย ฮ่าๆๆ) ตรงนี้แหละที่โดนซีรีส์ต้มซะเปื่อย ไหนล่ะเรื่องคอมเมดี้ในออฟฟิศ นี่มันเรื่องดาร์กสำหรับคนทำงานชัด ๆ แต่ในสังคมการทำงานก็มีให้เห็นอยู่ไม่น้อยนั่นแหละ หัวหน้าประเภทที่เหยียบหัวลูกน้องให้ตัวเองเพื่อความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน

แต่พระเอกของเราก็ไม่ธรรมดานะจ๊ะ หลังจากที่ลาออก และพยายามจะมีชีวิตอยู่ให้ได้ ฮีก็ดิ้นรนต่อสู้จนได้ขึ้นมาเป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดและการขายของบริษัทผลิตรามยอนคู่แข่ง แต่ฮีไม่ได้เอาความลับที่เคยรู้สมัยเป็นเด็กฝึกงานไปโจมตีบริษัทเก่าหรอกนะ ฮีแค่พยายามทำให้บริษัทตัวเองขายของได้เท่านั้น

จับพลัดจับผลู ฮีก็กลายมาเป็นหัวหน้าของหัวหน้าเก่าซะงั้น ซึ่งหัวหน้าเก่ากลับมาเจอพระเอกของเราในฐานะ “เด็กฝึกงานอาวุโส” พระเอกเราก็เลยได้เอาคืนที่เคยโดนบ้างนิดหน่อย เท่าที่ดู ฮีก็ยังเห็นว่าหัวหน้าเก่าเป็นผู้ใหญ่กว่าอยู่นะ ไม่ได้หยาบคายอะไรขนาดนั้น แต่ลูกน้องของฮีกลับคิดว่าฮีใช้อำนาจในทางที่ผิด และดูน่ารังเกียจนิดหน่อยที่รังแกคนแก่ แหงล่ะ แกไม่ได้เห็นนี่ว่าพระเอกของฉันโดนอะไรบ้างตอนเป็นเด็กฝึกงาน ชิ!

อีกสิ่งหนึ่งที่พระเอกของเรากำลังจะเจอ ก็คือ “การเมืองในที่ทำงาน” มีคนคอยเลื่อยขาเก้าอี้ฮีอยู่ ถึงจะมีลูกน้องสนับสนุน แต่เรื่องแบบนี้ก็ทำให้จิตตกอยู่ดี เหมือนต้องเล่นสงครามประสาทไปวัน ๆ ท้ายที่สุดก็ยังสัมผัสความคอมเมดี้ไม่ได้จากตรงไหนเลย แต่หลังจากนี้ก็มาให้กำลังฮีให้ผ่านเรื่องราวแบบนี้ไปได้ซะทีเนอะ

ครอบครัวที่ดีจะช่วยเยียวยา

อีกเรื่องจริงที่มนุษย์วัยทำงานหลาย ๆ คนมีประสบการณ์ร่วมกัน วัน ๆ ทะเลาะตบตีกับคนที่ทำงานไม่พอ กลับบ้านมายังต้องมาเจอเรื่องบั่นทอนกำลังใจจากคนที่บ้านอีก คนที่เคยเจอจะรู้ดีเลยว่า บ้านไม่ใช่ทั้ง “Safe Zone” และ “Comfort Zone” แต่โชคดีมากที่พระเอกของเรามี “แม่” ที่คอยเยียวยา ทำให้กลับมาฮึดสู้อีกครั้ง ด้วยข้อความจากแม่ที่ส่งมาตอนกำลังตัดสินใจจะจากโลกนี้ไป “ไม่ว่าใครจะมองแกไม่สำคัญ แต่แกสำคัญสำหรับแม่เสมอ” คำพูดประมาณนี้แหละ จำไม่ได้ทั้งหมด มัวแต่ร้องไห้ซาบซึ้งอยู่ ไม่งั้นฮีคงตายไปตั้งแต่ตอนแรกของเรื่องแล้ว

ซีรีส์เพิ่งออนแอร์ไปได้แค่ 2 ตอน เริ่มตอนแรกเมื่อวันพุธที่ผ่านมา ถ้าใครสนใจจะไปเสพชีวิตนิยายที่อิงจากเรื่องจริง ก็เชิญได้เลย คิดว่าหลังจากนี้คงจะมีความคอมเมดี้ขึ้นมานิดหน่อย ส่วนใครที่กำลังประสาทกินจากการทำงาน ก็ขอให้ต่อสู้กับมันได้ เราเป็นกำลังใจให้ (และเป็นกำลังใจให้เราด้วย แง้!) สู้โว้ยยย @[email protected]