Saturday, April 11, 2020

โลกที่เราเคยคุ้นเคยจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

สภาวะไวรัสระบาดไม่ต่างจากสงครามที่มีโลกคู่ขนาน คือ การจำกัดเสรีภาพของผู้คนเพื่อให้มีชีวิตรอด สงครามนี้จะไม่จบภายในเวลาหนึ่งหรือสองเดือน คงต้องใช้เวลาอีกนาน

ในวิกฤตเราจะได้เห็นธาตุแท้ของคน

ความเห็นแก่ตัวจะมาพร้อมกับสัญชาตญานเอาตัวรอด แต่มันจะเลวร้ายเมื่อคนเราคิดจะเอาตัวรอด โดยไม่คิดว่าถ้ารอดไปได้เพียงคนเดียว แล้วหลังจากนั้นจะอยู่อย่างไร

ถ้าสื่อสารไม่เป็น แม้แต่มิตรก็กลายเป็นศัตรู

หน้าที่ของ Spokesperson คือพูดแทนคนอื่น เพื่อสื่อสารให้สังคมเข้าใจไปในทิศทางเดียวกัน หากเกิดการเข้าใจผิด เขาไม่มารุมด่าคนส่งสาร แต่เขาจะด่าคนที่คุณพูดแทนเขา

บทพิสูจน์ภาวะผู้นำ! เราอยากเห็นกัปตันที่แท้จริง

บทกวี O Captain! My Captain! ของ Walt Whitman คือเรื่องราวของกัปตันผู้เสียสละ ขณะที่สังคมเราไม่มีผู้นำที่พร้อมจะเสียสละอย่างแท้จริง

ในสังคมที่เต็มไปด้วยคนที่เหมือนจะรู้แต่รู้ไม่จริง

ผู้คนไม่ค่อยสำนึกถึงความไม่รู้ของตนเองเพราะพวกเขาขังตัวเองไว้ภายในห้องโถงเสียงสะท้อนของเพื่อนที่ความคิดคล้ายกัน ฟีดข่าวที่ยืนยันความเห็นแบบเดียวกัน

เมื่อความบังเอิญ ไม่มีอยู่จริงกับสติในการดำเนินชีวิต

ความเชื่อมโยงอย่างคาดไม่ถึง แท้จริงแล้วคือสิ่งที่เราไม่ค่อยนึกถึง และบางครั้งก็ให้คุณให้โทษได้เลยทีเดียว

ถ้าคุณเจอ Fumble ในชีวิตจริง

ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เราจะเห็นคนยอมรับในความผิดพลาดของตนเอง จนทำให้เสียโอกาสดีๆ ที่สู้อุตส่าห์สร้างขึ้นมา วิธีการโทษคนอื่นเอาไว้ก่อนมักเป็นทางเลือกแรกๆ เพราะมันง่ายต่อการรักษาความรู้สึกของตนเองไม่ให้ดาวน์

เมื่อคุณสร้าง “ปิศาจ” ด้วยอารมณ์ของคุณเอง

ความสาแก่ใจชั่วขณะอาจทำให้คุณรู้สึกอยู่เหนือคนอื่น แต่ท้ายที่สุดเราไม่สามารถเอาชนะความชั่วด้วยความชั่วได้

อย่าทำให้ “ดราม่า” กลายเป็นเรื่องปกติ 

ทุกวันนี้คนในสังคมใช้โซเชียลกันอย่างแพร่หลาย แตกต่างกันไปเพียงแค่แพลตฟอร์ม ดังนั้นเรื่องฉาวๆ คาวๆ หรือ แม้กระทั่งเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง บางครั้งเราก็ได้ยินได้เห็นได้รับรู้ ทั้งที่เราไม่ได้อยากจะรับรู้

ความสำเร็จแบบ “นายไข่เจียว” มีอยู่จริง

ถ้าคุณเคยฟังเพลงนายไข่เจียวของวงเฉลียง คุณจะรู้ว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องของการเจียวไข่ แต่เป็นการลงมือทำ ไม่ใช่นั่งฝันและคนที่ประสบความสำเร็จเช่นนายไข่เจียว นั้นมีอยู่จริง