‘ส้ม ศศิธร’ นักตบสาวดีกรีนางงามสู่บทบาทการแสดง

อดีตเด็กอ้วนที่มีความสุขกับการกิน ด้วยพรสวรรค์ด้านกีฬาที่มีอยู่ในดีเอ็นเอและถูกปลูกฝังมาอย่างดีจากคุณพ่อ ใช้กีฬาวอลเลย์บอลเป็นใบเบิกทางของการลดน้ำหนักได้สำเร็จ ความมุ่งมั่น มีวินัย หมั่นฝึกซ้อมพัฒนาฝีมืออย่างสม่ำเสมอ ทำให้เธอก้าวเข้าสู่วงการวอลเลย์บอลอาชีพ และได้รับคัดเลือกเป็นนักกีฬาวอลเลย์บอลรุ่นเยาวชน-ยุวชนทีมชาติไทยนับเป็นความสำเร็จแรกที่เธอภาคภูมิใจ “ส้ม ศศิธร พิมพา” เส้นทางความสำเร็จของเธอไม่ได้จบแค่นี้ ยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจอีกมากมาย มีอะไรบ้างนั้นดูได้จากบทสัมภาษณ์คนต้นคิดค่ะ

ตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้าง

ตอนนี้ส้มเป็นโค้ชวอลเลย์บอลอยู่ที่โรงเรียนกีฬากรุงเทพฯ เปิดรับสอนวอลเลย์บอลของตัวเอง และมีแพลนทำธุรกิจเยอะเลยค่ะ พูดไปพลางยิ้มและหัวเราะแบบมีความสุข “ส้ม ศศิธร พิมพา” นอกจากความสามารถด้านกีฬาแล้ว เธอยังเป็นนักคิดโปรเจกต์ตัวแม่อีกด้วย เพราะส่วนตัวอยากมีแบรนด์เป็นของตัวเอง เช่น เสื้อผ้าออกกำลังกาย อุปกรณ์ออกกำลังกาย หรืออาหารเสริมอะไรแบบนี้ ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเป้าหมายที่วางไว้

ทำไมต้องวอลเลย์บอล ตอนนั้นคิดว่าจะมาถึงจุดนี้ไหม

ส้มเริ่มเล่นกีฬาวอลเลย์บอลเพราะความอ้วน มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ตอนอายุ 7 ขวบ คุณพ่อเป็นห่วงเรื่องสุขภาพ แล้วเราก็เป็นเด็กที่กินเก่งมาก อ้วนจนพ่อตีให้หยุดกิน จังหวะมันพอดีมากเลยค่ะในตอนนั้น โค้ชคนแรกของส้มย้ายโรงเรียนมาบรรจุแล้วอยากทำทีมวอลเลย์บอล มีการคัดเลือกนักกีฬาโดยคัดเลือกจากการเรียนวิชาพลศึกษา ส้มเลยได้เข้าร่วมเป็นนักกีฬาในตอนนั้น แต่ตอนนั้นไม่ได้คาดหวังเป็นนักกีฬานะคะ คุณพ่อสนับสนุนให้เล่นเพียงแค่ไม่อยากให้ลูกอ้วน

นี่เลยเป็นจุดเริ่มต้นในการเข้ามาเล่นวอลเลย์บอล พอระยะเวลาผ่านไป 1 ปีกลับมาคิดทบทวนว่าต้องเริ่มจริงจัง เริ่มถามหาสิ่งที่ได้รับจากการซ้อมเพราะมันเหนื่อยมาก คุณพ่อได้มีการนำคลิปการแข่งขันของพี่ ๆ วอลเลย์บอลทีมชาติ พอเราดูเยอะมันเกิดแรงบันดาลใจ เราอยากไปอยู่ตรงนั้น เราอยากเป็นเหมือนพี่ ๆ ไฟในตัวมันก็ลุกขึ้นค่ะ และบอกกับตัวเองว่าเราต้องทำได้ หลังจากนั้นก็เริ่มจริงจังและไปซ้อมทุกวัน เปลี่ยนทัศนคติ ความคิด และการใช้ชีวิตใหม่ทั้งหมด เพื่อทุ่มเทกับสิ่งที่เราตั้งเป้าหมายไว้

ย้อนกลับไปที่สนามแข่งครั้งแรกเป็นอย่างไร

จากการทุ่มเทฝึกซ้อมอยู่ 2 ปี ส้มได้เข้าสู่สนามแข่งขันวอลเลย์บอลครั้งแรกตอนอายุ 9 ขวบ จำได้ว่าตอนนั้นตื่นเต้นมาก ตื่นเต้นจนอาเจียน อาการมันเริ่มหนักขึ้นจนกระทั่งตอนซ้อมต้องวิ่งไปและอมมะนาวไปด้วยเพื่อไม่ให้อาเจียน พูดถึงสนามแข่งครั้งแรกจำได้เลยว่าเราแข่งกับรุ่นพี่ผลที่ออกมาก็ไม่ดีเท่าไรค่ะ เราก็แพ้กลับมา แต่ก็มีหลายแมตช์การแข่งที่เราประทับใจมาก ๆ นะคะ เป็นช่วงประถมศึกษา และมัธยมที่ส้มรู้สึกว่าความรู้สึกมันแตกต่างกันค่ะ

ตอนประถม ศึกษามีแมตช์การแข่งขันที่เราได้รับรางวัลนักกีฬายอดเยี่ยมค่ะ เป็นสิ่งที่เราภูมิใจมากในตอนนั้นส้มไม่ได้เป็นหัวหน้าทีมแต่เป็นนักกีฬา 6 ตัวจริงที่ลงสนามร่วมกันกับพี่ ๆ อีก 5 คน เป็นแมตช์ที่โค้ชไม่ได้สั่งให้ส้มตีไปทางไหนเลย ส้มสามารถเล่นและตัดสินใจได้เองจนโค้ชให้การยอมรับและให้รางวัลเรา พอเราขึ้นมัธยมส้มว่าทุกแมตช์มันคือการจดจำที่ดี แม้กระทั่งแมตช์ที่เราแพ้แต่เป็นแมตช์ที่ทำให้เราประทับใจก็มีค่ะ

พอได้เป็นนักกีฬายุวชน-เยาวชนทีมชาติมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

สิ่งที่เปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดเลยคือเริ่มมีคนรู้จักเรามากขึ้น เริ่มมีฐานแฟนคลับ ชีวิตและอนาคตเริ่มมีแนวทางที่ชัดเจนมากขึ้น รวมไปถึงเรื่องของการซ้อมก็เปลี่ยนไปด้วยทั้งเหนื่อยและหนักพอสมควร ต้องแข่งกับตัวเองกับเพื่อนร่วมทีมก่อนที่เราจะไปแข่งกับทีมอื่น ๆ ได้ตอนนั้นมีความกดดันมาก

สนามแข่งขันที่ประทับใจที่สุด

เป็นแมตช์การแข่งขันในปี 2012 ที่จังหวัดนครปฐมค่ะ เป็นการแข่งในบ้านแล้วเราได้กำลังใจเยอะมาก ๆ มันเป็นภาพความทรงจำที่เรารู้สึกจำไม่ลืมเลย และในตอนนั้นได้ฉายาว่าซาร่า 2 เพราะส้มเล่นตำแหน่งเดียวกับพี่นุสราค่ะ แล้วใส่เบอร์ 13 เหมือนกันด้วย ความรู้สึกในตอนนั้นคิดเลยค่ะว่าเราเหมาะกับฉายานี้จริง ๆ เหรอ หลาย ๆ คนอาจจะชื่นชมเราว่าเราเก่งมาก ๆ แต่สำหรับตัวส้มเองมองว่าเราไม่ได้เก่งขนาดนั้น เราต้องพัฒนา เราต้องฝึกอีกเยอะเลยค่ะ

ครั้งหนึ่งเราเคยพลิกโฉมไปอยู่บนเวทีประกวดมิสยูนิเวิร์สฯ

เรื่องนี้ต้องบอกก่อนว่าส้มเป็นแฟนนางงามมาตั้งแต่สมัยอยู่ประถมฯ เลยค่ะ แล้วส้มก็วาดภาพไว้เหมือนตอนเราจะเป็นนักกีฬาวอลเลย์บอลเลยค่ะ ว่าเราอยากไปยืนตรงนั้น ไปอยู่บนเวทีนั้นแต่ภาพตัวเองในตอนประถม มันไม่สามารถเป็นไปได้เลยค่ะ

แล้ววันหนึ่งโอกาสมันก็มาหาเรา พี่น้ำฝน ซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย ซึ่งพี่ฝนเป็นผู้ประกวดเวทีนี้มาหลายครั้งแล้ว ในตอนนั้นพี่เขาบอกเราว่าปีนี้อายุเกิน แต่ไฟในตัวยังมีอยู่เลยอยากให้ส้มไปประกวดแทน แล้วในช่วงนั้นเราเรียนจบและทำงานหนักมาก ไม่ได้ดูแลตัวเองเลยน้ำหนักก็ขึ้นเยอะ และบวกกับเราเป็นนักกีฬากล้ามเนื้อมัดใหญ่บริเวณต้นขาก็มากกว่าผู้หญิงปกติมาก พี่เขาให้เหตุผลกับเราว่าเขามั่นใจในตัวเรานะ เราเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มีศักยภาพสามารถไปยืนตรงนั้นได้ ก็เลยตัดสินใจลองทำดูค่ะ

ในตอนนั้นจำได้เลยว่าเราลดน้ำหนัก 10 กิโลกรัม ภายในระยะเวลา 1 เดือน แต่สิ่งที่ยากที่สุดคือการใส่รองเท้าส้นสูง เราไม่เคยทรงตัวบนรองเท้าส้นสูงเลย มันเหมือนการเดินเขย่งเท้าตลอดเวลา เราจะเดินอย่างไรให้มันสวย ส้มรู้สึกว่ามันท้าทายและยากมากค่ะ แต่ก็สู้เพราะเราไม่รู้ว่าโอกาสแบบนี้จะมีมาอีกเมื่อไร ในตอนที่เรามีโอกาสเราก็สู้เต็มที่ ใส่ความสู้ของนักกีฬาเข้าไป จนได้มีโอกาสขึ้นไปยืนอยู่บนเวทีจริง ๆ แล้วเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้ออกมาจากเซฟโซนตัวเอง

เพราะก่อนหน้านี้ ส้มมองตัวเองว่าเราไม่สามารถทำอย่างอื่นได้เลยนอกจากการเล่นวอลเลย์บอล ส้มจะมั่นใจมาก ๆ เวลาที่ตัวเองได้ยืนอยู่ในสนามแข่งจะรู้สึกว่าเรามีคุณค่า ทุกคนให้คุณค่าเรา ทุกคนให้เกียรติเรา แต่พอเราเดินออกจากสนามก็จะคิดอีกแบบหนึ่ง พอเราได้ทำสิ่งนี้ความคิดเปลี่ยนทำให้เรารู้ว่าเราก็เป็นคนหนึ่งที่มีคุณค่า ต่อให้วันนี้เราไม่ได้เป็นนักกีฬาที่ยืนอยู่ในสนาม เราก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่มีคุณค่าค่ะ

อดีตนักกีฬาวอลเลย์บอลเยาวชน-ยุวชนทีมชาติไทย ก้าวสู่การเป็นโค้ชเป็นอย่างไร

หลังจากที่เราเสร็จภารกิจการประกวด ส้มได้ไปเป็นครูค่ะ เราได้เอาประสบการณ์การใช้ชีวิตของเราแทรกเข้าไปในบทเรียน ว่าเราได้เจออะไรมาบ้างถ้าทำแบบนี้ ผลที่ออกมาจะเป็นอย่างไร เป็นกรณีตัวอย่างให้เด็ก ๆ ได้ฟัง ซึ่งส้มมองว่าเด็กที่เรียนชอบการที่เราเล่าเรื่องต่าง ๆ ที่เราได้ไปเจอมาแล้วแทรกกับการเรียนการสอนเข้าไป นักเรียนจะให้ความสนใจมากกว่า มากกว่าให้ท่องตามตำราเรียน และพอเราได้มาเป็นโค้ชส้มบอกเลยว่าเป็นการใช้จิตวิทยาสูงมาก ใช้แรงกายแรงใจสูงมาก ใช้พลังสูงกว่าการเป็นนักกีฬามากเลยค่ะ

ซึ่งส้มใช้ทั้งสองศาสตร์จากการเป็นนางงามและนักกีฬารวมกัน สิ่งไหนที่คิดว่าเป็นข้อดีของตัวเรา แล้วเราเห็นว่าสามารถใช้ในสนามและชีวิตได้เราจะถ่ายทอดสิ่งนั้นออกไป

ความชอบกับความฝันมองเรื่องนี้อย่างไร

ส้มมองเรื่องความชอบและความฝันเป็นเรื่องเดียวกันค่ะ ถ้าถามว่านักกีฬากับนางงามมันจะไปด้วยกันได้อย่างไร นี่ไงนักกีฬากับนางงามมันคือตัวเราไง เราได้ทำให้เห็นแล้วว่ามันสามารถไปด้วยกันได้ อยู่ที่เราจะทำมันออกมาแบบไหน หรืออีกมุมหนึ่งหลายคนอาจมองว่าความฝันเป็นสิ่งที่เกินความเป็นจริง ส้มกลับไม่เคยคิดแบบนั้นเลย แต่กลับคิดว่าไม่ว่าวันนี้เราจะฝันว่าเป็นอะไรก็ตามหรืออดีตที่เคยฝันว่าอยากจะทำอะไร ปัจจุบันนี้ส้มสามารถทำได้ทุกอย่างในสิ่งที่ตัวเองได้ใฝ่ฝันไว้ค่ะ

ส้มอยากบอกว่าไม่ว่าเราฝันอยากจะเป็นอะไรก็แค่ลงมือทำ เพราะทุกอย่างมันมีเวลาของมันอยู่แล้ว ผลที่เกิดขึ้นจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ แต่อย่างน้อยเราได้ลงมือทำและเชื่อว่าสักวันหนึ่งความสำเร็จต้องเกิดขึ้นแน่นอน ความสำเร็จของส้มติดธงไว้ด้วยการใช้เวลา 10 ปีในการเล่นวอลเลย์บอลและส้มก็ทำได้ และทุกคนก็สามารถทำฝันนั้นได้เช่นเดียวกัน

เห็นมีผลงานการแสดงด้วยเป็นอย่างไร

เรื่องนี้เป็นผลพลอยได้จากการประกวดนางงามเลยค่ะ มีผู้กำกับติดต่อเข้ามา เป็นซีรีส์ยาวเป็นการทำงานร่วมกับประเทศจีนแสดงร่วมกับไอดอลประเทศจีนเรื่อง A Summer Odyssey เป็นซีรีส์สัญชาติจีนที่ดัดแปลงมาจากการ์ตูนยอดนิยมเรื่อง Flower Shadow กำหนดฉายเร็ว ๆ นี้ค่ะ

ในเรื่องมีเนื้อเรื่องมีตัวละครที่เป็นนักกีฬาวอลเลย์บอล เนื้อเรื่องเกี่ยวกับเด็กผู้หญิงนักกีฬาที่มีรูปร่างใหญ่กว่าผู้หญิงทั่วไป มีความรักแต่ไม่มีความมั่นใจในตัวเอง แต่เขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ความรักตัวเองสมหวัง พี่เขาก็ให้ส้มหานักแสดงให้และส่งโปรไฟล์ของตัวเองเข้าไปด้วย ในตอนนั้นเราบอกพี่เขาว่าส้มขอเป็นตัวเลือกสุดท้ายเพราะอยากให้โอกาสน้อง ๆ ค่ะ แต่สุดท้ายโอกาสก็ตกมาอยู่ที่เรา และเป็นเรื่องแรกที่ได้เล่นเป็นตัวละครหลัก ซีนอารมณ์ในเรื่องครบมากทั้งยิ้ม ดีใจ ร้องไห้ เสียใจครบหมด ส้มโชคดีที่การประกวดนางงามเขามีการสอนการแสดงด้วย มีการสอนแสดงสีหน้า สอนในเรื่องของอารามณ์ ทำให้เรามีพื้นฐานในเรื่องนี้ เราก็ได้เห็นเบื้องหลังการทำงาน และเป็นงานที่สนุก

เก่งรอบด้านแบบนี้มีเทคนิคการทำงานอย่างไร

ต้องบอกว่าการที่เราทำงานเยอะแบบนี้ เหตุผลเดียวคือครอบครัวค่ะ พื้นฐานครอบครัวไม่ได้ร่ำรวย ทุกอย่างเริ่มขึ้นจากชีวิตติดลบ เราเห็นความลำบากของคุณพ่อคุณแม่ เราสัมผัสได้ทุกอย่างเลยค่ะว่ากว่าจะมาเป็นเราในทุกวันนี้ต้องผ่านความยากลำบากมามากแค่ไหน

สิ่งที่ทำให้ส้มเปลี่ยนเลยคือ เราอยากเห็นครอบครัวสบาย เป้าหมายสูงสุดในตอนนี้คือต้องสร้างบ้านให้พ่อแม่ให้ได้ งานทุกงานที่ส้มทำเป็นสิ่งที่ชอบและรักทั้งหมดเลย เลยทำให้เราทำงานตรงนี้ได้นาน ทำให้เราเรียนรู้และพร้อมที่จะพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา แต่ถ้าเราทำอะไรแล้วรู้สึกไม่มีความสุขจะรีบดึงตัวเองออกมาทันที เพราะถ้าเราฝืนทำต่อไปจะยิ่งบั่นทอนจิตใจ กำลังกายกำลังใจของเราไปเรื่อย ๆ ท้ายที่สุดมันจะตันและมองไม่เห็นหนทางที่จะไปทำอย่างอื่นต่อค่ะ ส้มโชคดีที่ได้รับโอกาสมากมายเลยเราก็เปลี่ยนโอกาส เปลี่ยนสิ่งที่ตัวเองรัก แล้วทำให้เกิดรายได้ขึ้นมาค่ะ

สุดท้ายให้ฝากผลงาน ช่องทางการติดตาม

เร็ว ๆ นี้จะมีช่อง YouTube เกี่ยวกับเทคนิควิธีการเกี่ยวกับกีฬาวอลเลย์บอล เพจ KruP.SOM-รับสอนพิเศษวอลเลย์บอล และเร็ว ๆ จะมีรายการเกี่ยวกับวอลเลย์บอลเหมือนกันค่ะ ร่วมกับผลิตภัณฑ์หนึ่งเป็นแบรนด์เสื้อผ้ากีฬา อยู่ในขั้นตอนการวางแผนค่ะ เราอยากนำเสนอมุมมอง แนวทางใหม่ ๆ เกี่ยวกับกีฬาวอลเลย์บอล และฝากติดตามกันที่ Facebook: Sasitorn Pimpa, Instagram: pimsom1994, TikTok: KruP.som ด้วยนะคะ