อุตสาหกรรม K-Pop และการเสพย์ดาราเหนือดนตรี

เมื่อวันวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ศิลปิน K-Pop ปาร์ค โชอา (Park Cho-a) หัวหน้าวงเกิร์ลกรุป AOA ได้ลาออกจากวงอย่างเป็นทางการผ่านโพสต์ IG โดยให้เหตุผลว่าเธอเป็นโรคซึมเศร้าและนอนไม่หลับ ผมเองก็รู้สึกเสียดายนิดหน่อยเพราะว่าชอบผลงานของ AOA อยู่เหมือนกัน

อย่างไรก็ดี คนเราก็ไม่ควรถูกฝืนสังขารถ้าไม่สบายขนาดนั้น แต่ในระหว่างที่ผมอ่านบทความอยู่ก็เห็นอีกพาดหัวข่าวอีกบทความหนึ่งเกี่ยวกับแฟนวง AOA คนหนึ่งที่ขับรถทับกล่องและแผ่น CD ของ AOA สองอัลบัมหลังจากที่ได้ข่าวเรื่องการลาออกของโชอา ผมว่าปฏิกิริยานี้แสดงให้เห็นถึงมิติที่น่าสนใจของวัฒนธรรมการเสพย์ดนตรี โดยเฉพาะในวงการ K-Pop

เมื่อเทียบกับเพลงชนิดอื่นๆ แล้ว ผมว่า K-Pop เป็นอุตสาหกรรมบันเทิงที่เน้นเรื่องบุคลิกภาพของศิลปินเป็นอันดับต้นๆ ของโลกเลยทีเดียว เพราะวงแต่ละวงก็มักจะพยายามแยกแยะสมาชิกแต่ละคนต่าง กันด้วยคอนเซปง่ายๆ อย่างเช่น วง Girls’ Generation ก็จะมี คิม แทยอน เป็นตัวละคร “อาจุมม่า” ซันนี่ก็จะเป็นคนที่แบ้วๆ และโซฮยอนก็เป็นน้องเล็กของวง ซึ่งเอาเข้าจริงๆ แล้วทั้งหมดนี่ก็เป็นคำนิยามสำหรับคนทั้งคนที่สั้นมากและแบนมาก แต่มันถูกออกแบบมาให้เข้าใจง่าย และเป็นจุดขายเพื่อยึดใจผู้ชม(ชาย)ที่สเปคไม่เหมือนกัน

ผลที่ตามมาก็คือ การเสพย์ดนตรี K-Pop ไม่ว่าจะเป็นของวง Girls’ Generation หรือ AOA หรือ EXO ไม่ได้จบที่การฟังเพลง แฟนเพลงก็ต้องได้ดู MV หรือการแสดงสด ถ้าชอบมากก็อาจจะไปดูรายการ วาไรตี้ต่างๆ ที่สมาชิกคนโปรดไปออก เพราะว่า K-Pop เป็นอุตสาหกรรมที่มีเป้าหมายให้ผู้บริโภคหลังรักในตัวศิลปิน แน่นอนว่าศิลปินทุกคนต้องการให้คนหลงรัก แต่ K-Pop ทำมันอย่างมีประสิทธิภาพมาก

ชีวิตเบื้องหลังของศิลปิน K-Pop เป็นสินค้าที่รอคอยการวางขาย เศษเสี้ยวของบุกคลิกและความเป็นมนุษย์ของแต่ละคนจะถูกตัดแบ่งและแพคใส่กล่องเพื่อเอามานำเสนอให้แฟนๆ ได้เลือกซื้อหรือรับชม หลายๆ ปีที่ผ่านมาผมอดคิดไม่ได้ว่าทุกๆ รอยยิ้มและเสียงหัวเราะของศิลปินที่อยู่ในสื่อต่างๆ เป็นท่าทางที่ถูกคิดออกแบบมาเพื่อผู้บริโภค

ซึ่งการแบกรอยยิ้มผ่านความเศร้า (อย่างที่โชอาเองได้เขียนไว้) ก็คงเป็นการรักษาภาพลักษณ์ที่ดาราทุกคนก็คงต้องเผชิญ แต่ความเป็นระบบของมันในวงการ K-Pop ทำให้ผมรู้สึกว่างๆ เวลาฟังเพลงอย่าง “Like A Cat” ของ AOA เพราะมันทำให้ผมรู้สึกว่าผมเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มเป้าหมายของผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้

นี่คือเหตุที่ผมรู้สึกว่าการขับรถทับ CD ของแฟนคนนั้นน่าสนใจมาก เพราะว่าในทางหนึ่ง เขาอาจจะรู้สึกถูกหักหลัง วง AOA ในใจของเขานั้นขาดโชอาไม่ได้ ดังนั้น ถึงแม้ว่าทั้งสองอัลบัมที่ถูกรถทับไปจะมีเสียงร้องของโชอาในทุกเพลง แต่ความจริงนั้นไม่สำคัญกับเขาเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะว่าวง AOA ที่เขาจะได้พบในชีวิตปัจจุบันนั้นได้เปลี่ยนไปแล้ว แผ่น CD สองแผ่นนั้นไม่ได้เป็นตัวแทนของความจริงในปัจจุบันอีกต่อไป มันเป็นคำโกหกที่จะหลอกหลอนเขา

หรือไม่แน่ มันก็อาจจะเป็นแค่การปั่นกระแสโซเชียลของค่าย FNC Entertainment เฉยๆ