Google Trend เกือบครึ่งปี คนไทยค้นหาอะไรมากที่สุด

ทุกวันนี้เวลาที่เราสงสัยอะไร นึกอะไรไม่ออก หรืออยากจะค้นหาอะไร เป็นเรื่องง่ายดายมากที่จะค้นหาคำตอบเดี๋ยวนั้น นั่นเป็นเพราะเราต่างก็มีสมาร์ทโฟนถือติดมือกัน มีอินเทอร์เน็ตใช้เกือบทุกคน และปกติแล้วคนไทยก็นิยมใช้ Google เป็นเครื่องมือสืบค้นข้อมูล ข้อมูลจาก Statcounter.com ซึ่งเก็บสถิติตั้งแต่เดือนเม.ย. 2020 ถึงเม.ย. 2021 พบว่าคนไทยใช้ Google เป็น search engines หรือเครื่องมือค้นหาข้อมูลมากถึง 99.33 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว!

ณ เวลานี้ เราผ่านปี 2021 มาแล้ว 5 เดือน อีกเพียงเดือนเดียวก็จะครบครึ่งปี มีคำค้นหายอดนิยมอะไรที่คนไทยสนใจเป็นพิเศษในช่วง 5 เดือนนี้ Google รวบรวมข้อมูลคำค้นหาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. ถึงวันที่ 31 พ.ค. 2021 (วันนี้) พบว่า Google Trend ของไทยที่ถูกค้นหามากที่สุด 5 อันดับ ยังคงเป็นคำค้นที่เกี่ยวกับโรคระบาด COVID-19 แต่ที่น่าสนใจกว่าก็คือ ทั้ง 5 อันดับ เป็นคำค้นหาที่เกี่ยวกับมาตรการในการเยียวยาช่วยเหลือโควิด-19 “เราชนะ”

5 อันดับคำค้นหาช่วงระหว่างวันที่ 1 ม.ค. – 31 พ.ค. 2021 คือ

  • อันดับ 1 เราชนะ
  • อันดับ 2 www เราชนะ
  • อันดับ 3 เราชนะ com
  • อันดับ 4 ลงทะเบียนเราชนะ
  • อันดับ 5 เช็คเราชนะ

ซึ่งหากกดเข้าไปค้นหาใน Google Trend จะพบสิ่งที่น่าสนใจอีกเช่นกัน เนื่องจาก 7 อันดับแรกของคำยอดนิยม ที่ถูกค้นหาตลอด 5 เดือนที่ผ่านมา ก็ยังเป็นมาตรการช่วยเหลือเพียงมาตรการเดียวเท่านั้น คือ มาตรการ “เราชนะ” และยังพบในอันดับต่อ ๆ มาสลับกันกับคำค้นหาอื่น

คนไทยใหความสนใจกับเรื่องเงินเยียวยาและปากท้อง

“เราชนะ” เป็นมาตรการช่วยเหลือเยียวยาให้ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบอนุมัติโครงการ “เราชนะ” เพื่อช่วยเหลือประชาชน ตั้งแต่วันที่ 19 ม.ค. 2021 และเปิดระบบให้ลงทะเบียนในวันที่ 29 ม.ค. โดยผู้ที่มีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยา คือ แรงงานนอกระบบ เช่น ผู้ประกอบอาชีพอิสระ เกษตรกร ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และต้องไม่เป็นผู้ที่มีรายได้สูง เงินฝากในบัญชีต้องไม่มากกว่าที่กำหนด

เมื่อเป็นเรื่องปากท้อง คนจึงให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ ยิ่งในสถานการณ์เช่นนี้ คนต่างต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับการลงทะเบียนรับสิทธิ์ความช่วยเหลือเยียวยาต่าง ๆ เนื่องจากไม่สามารถทำมาหากินกันได้ปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เราชนะ” เป็นโครงการใหญ่ที่ให้ความช่วยเหลือเยียวยาประชาชนหลายสิบล้านคน จึงไม่แปลกที่คนจะสนใจหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อความเข้าใจที่ชัดเจน ความถูกต้อง ด้วยอาจมองว่าขั้นตอนในการรับความช่วยเหลือผ่านออนไลน์นั้นค่อนข้างซับซ้อน อีกทั้งยังเป็นเรื่องใหม่ในสังคมที่ประชากรส่วนใหญ่ต้องหันมาใช้เทคโนโลยีในการเข้าถึงความช่วยเหลือ

เทรนด์คำค้นหาทั้ง 5 อันดับ เป็นการค้นหาเพื่อข้อมูลในเรื่องเดียวกัน แต่ใช้คำค้นหาที่แตกต่างกันเพื่อลงให้ถึงรายละเอียดเฉพาะที่ตนอยากรู้ เช่น ลงทะเบียน การเช็กสิทธิ์ การเข้าเว็บไซต์ อย่างไรก็ดี จะเห็นว่า การที่คนต้องใช้คำที่หลากหลายในการค้นหา อาจเป็นเพราะไม่สามารถหาคำตอบที่ต้องการได้ในการเสิร์ชคำว่า “เราชนะ” เพียงคำเดียว

ปัญหาการสื่อสารจากภาครัฐทำให้คนต้องพึ่ง Google

เพราะคนต้องการดำเนินการได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว จึงจำเป็นต้องค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม การช่วยเหลือครั้งที่ผ่าน ๆ มา มีเสียงตอบรับแบบล้นหลามทุกครั้ง ทำให้ต้องค้นหาวิธีดำเนินการให้เข้าใจให้มากที่สุด ที่สำคัญ การลงทะเบียนในรอบที่ผ่านมาเป็นไปในลักษณะ “แย่งกันลง” ดังนั้น เพื่อให้เข้าใจ สามารถลงทะเบียนได้รวดเดียวจบ และเร็วที่สุด ก็ต้องศึกษาข้อมูลให้ชัดเจนก่อน จะได้ลงทะเบียนทันคนอื่น

ต้องกลับมามองปัญหาว่าทำไมคนยังต้องพึ่ง Google มากถึงเพียงนี้ อาจเป็นเพราะข้อมูลการประชาสัมพันธ์ของภาครัฐที่ออกตามสื่อหลักไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร หรือประชาชนยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลโดยตรงของหน่วยงานรัฐได้ ทำให้มีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สับสน ไม่เข้าใจ ไม่แน่ใจว่าเงินเยียวยาก้อนนี้จะแจกให้ใคร แจกเมื่อไร ขอรับได้ทางช่องทางใด สุดท้ายจึงเกิดความวุ่นวายเหมือนที่ผ่านมา

เห็นได้จากภาพของชาวบ้านที่แห่ไปธนาคารของรัฐเพื่อขอเปิดบัญชีสำหรับรับเงินเยียวยา บ้างก็เข้าใจผิดว่าธนาคารคือจุดที่เปิดให้ประชาชนลงทะเบียนขอรับเงินสด บ้างก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองอยู่ในข่ายที่มีสิทธิ์ได้รับเงินเยียวยาหรือไม่ บางคนก็ยังไม่รู้ว่าถ้ามีฐานข้อมูลเดิมของ “เราไม่ทิ้งกัน” หรือ “คนละครึ่ง” อยู่แล้ว ก็ไม่ต้องลงทะเบียนซ้ำ รวมถึงเว็บไซต์ปลอมอีกมากมายหลายเว็บ หากใครไม่ดูให้ดีก็ตกเป็นเหยื่อไปโดยไม่รู้ตัว

ความไม่เข้าใจและการประชาสัมพันธ์ที่ล้มเหลว ทำให้ประชาชนต้องหันมาหาค้นหาข้อมูลผ่าน Google เพิ่มเติมแทน หรือบางคนอาจพึ่ง Google ตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ ซึ่งถ้าภาครัฐสามารถส่งสารและทำความเข้าใจกับประชาชนได้อย่างทั่วถึงครบถ้วนสมบูรณ์ตั้งแต่แรก ความสับสนวุ่นวายลักษณะนี้อาจเกิดขึ้นน้อยลง

จะเห็นว่าคำค้นหาทั้ง 5 อันดับ แสดงให้เห็นถึงการสื่อสารประชาสัมพันธ์ของภาครัฐที่ไปไม่ถึงกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริง โดยเฉพาะกลุ่มแรงงาน ลูกจ้างชั่วคราว นอกจากนี้ ยังมีประชาชนอีกจำนวนไม่น้อยที่รับข่าวสารมาแบบไม่ครบถ้วน ฟังต่อ ๆ กันมา ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและคลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริง วิธีการสื่อสารกับประชาชนนี่เองที่ทำให้ประชาชนทั้งหลายสับสน

ผ่านมา 1 ปี คนไทยยังให้ความสำคัญกับเรื่องเดิม

หากย้อนกลับไปดูจากคำค้นหายอดนิยมประจำปี 2020 ที่คนไทยค้นหามากที่สุดใน 10 อันดับแรก พบว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับโครงการให้ความช่วยเหลือของรัฐบาลติดอันดับอยู่มากที่สุด ดังนี้

  1. เราไม่ทิ้งกัน
  2. คนละครึ่ง
  3. โควิด-19
  4. DLTV
  5. เยียวยาเกษตรกร
  6. เราเที่ยวด้วยกัน
  7. US Election 2020
  8. ร้อยเล่ห์มารยา
  9. ลงทะเบียนรับเงินค่าไฟ
  10. สมัครสอบ ก.พ.

จะเห็นว่าแม้แต่อันดับการค้นหาในปีที่ผ่านมา ผลคำค้นหาอันดับ 1 และ 2 ก็ยังไม่ใช่เรื่องของ COVID-19 โดยตรง แต่กลับเป็นมาตรการช่วยเหลือจากทางภาครัฐแทน

ตลอด 5 เดือน คนไทยค้นหาอะไรบ้างในแต่ละเดือน

และหากแยกเป็นรายเดือน จะพบคำที่ถูกค้นหามากที่สุด ดังนี้

เดือนมกราคม

เดือนกุมภาพันธ์

เดือนมีนาคม

เดือนเมษายน

เดือนพฤษภาคม

ที่น่าแปลกใจอีกอย่างคือ คำค้นหา 5 อันดับแรกตั้งแต่ต้นปีจน 5 เดือนผ่านมา ไม่ปรากฏคำค้นหาที่เกี่ยวกับ “วัคซีน COVID-19” เลยสักเดือน มีเพียงเดือนพฤษภาคมที่พอจะมีการค้นหาช่องทางการลงทะเบียนฉีดวัคซีนอย่าง “ไทยร่วมใจ” คำถามคือ คนไทยไม่สนใจวัคซีนกันหรือไม่ ทั้งที่วัคซีนคือความหวังที่เราจะได้กลับมาใช้ชีวิตกันอย่างปกติ และถ้าสังเกตดี ๆ คนไทยให้ความสำคัญกับ “การตรวจหวย” มากกว่า “การฉีดวัคซีน COVID-19” ด้วยซ้ำไป

เมื่อเห็นเทรนด์คำค้นหาและการใช้เครื่องมือค้นหาอย่าง Google ในการหาข้อมูลแล้ว น่าจะพอมองออกว่าคนไทยให้ความสนใจอะไรในชีวิตมากกว่ากัน แล้วในมุมของการสื่อสารให้กับประชากรส่วนใหญ่ของประเทศ ภาครัฐควรเน้นการสื่อสารในรูปแบบใดเพื่อให้เข้าถึงคนทุกกลุ่มในประเทศ