กยศ. หักหนี้จากเงินเดือน เงินไม่พอจ่ายแค่ “ร้อยเดียว”!

ลูกหนี้กยศ. เตรียมตัว (และเตรียมใจ) กยศ. ร่อนจดหมายถึงนายจ้าง ให้หักเงินเดือนไปจ่ายหนี้กยศ. ลูกหนี้จอมชักดาบหมดหนทางหนีหนี้

ด้วยมีลูกหนี้ที่กู้ยืมเงินสำหรับการศึกษาจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) จำนวนไม่น้อย “เบี้ยว” การชำระหนี้ ส่งผลให้ทางกยศ. ไม่มีเงินหมุนเวียนเพื่อส่งโอกาสทางการศึกษาต่อให้รุ่นน้อง และทำให้เด็กรุ่นใหม่จำนวนมากต้องขาดโอกาสทางการศึกษา กยศ. จึงต้องมีมาตรการรองรับบรรดาลูกพี่รุ่นพี่ที่เบี้ยวหนี้

ซึ่งทางกยศ. ได้ดำเนินการมาตรการนี้มาตั้งแต่ช่วงกลางปี 2561 โดยชี้แจงให้นายจ้างได้ทราบถึงเหตุผลและความจำเป็น ที่กยศ. ต้องให้นายจ้างเป็นผู้หักเงินจากบัญชีเงินเดือนลูกจ้างเพื่อส่งเงินคืนกยศ. แล้ว โดยเริ่มดำเนินการในหน่วยงานราชการ หน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ตลอดเวลา 2 ปี มีผู้กู้ยืมที่อยู่ในเกณฑ์หักเงินเดือนจำนวน 1,735,000 ราย ซึ่งนายจ้างก็ให้ความร่วมมือกับกยศ. เป็นอย่างดี

นายจ้างต้องทำอย่างไร

ทางกยศ. จะส่งเอกสารแจ้งให้นายจ้างทราบถึงข้อมูลของผู้กู้ยืม และจำนวนเงินที่ต้องหักนำส่งกยศ. ล่วงหน้าประมาณ 30 วัน ทั้งนี้ นายจ้างสามารถตรวจสอบข้อมูลจำนวนเงินที่ต้องหักและนำส่ง ผ่านระบบรับชำระเงินกู้ยืมคืน กยศ. ผ่านกรมสรรพากร (e-PaySLF) ที่เว็บไซต์ www.studentloan.or.th กยศ. จะอัปเดตข้อมูลที่ต้องหักและนำส่ง แจ้งให้นายจ้างทราบผ่านระบบดังกล่าวในทุกวันที่ 5 ของเดือน

เมื่อพนักงานได้รับเงินเดือน ลำดับการหักเงินจะเริ่มจากการหักภาษี ณ ที่จ่าย จากนั้นหักจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และกองทุนประกันสังคม และสามจะเป็นการหักเงินเข้ากยศ.

หากนายจ้างไม่หักเงินส่งคืนกยศ. ตามที่ได้รับแจ้ง นายจ้างต้องชดใช้เงินตามจำนวนที่กองทุนแจ้งให้ทราบ และต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตรา 2 เปอร์เซ็นต์ต่อเดือนของเงินที่ไม่ได้นำส่ง แต่ถ้านายจ้างแจ้งเหตุผลข้อขัดข้องที่ไม่สามารถดำเนินการหักเงินเดือนลูกหนี้ได้ นายจ้างสามารถทำเรื่องขออนุโลมและผ่อนผันกับทางกยศ. ได้

แล้วลูกจ้างต้องรู้อะไร

ก่อนลูกจ้างจะถูกนายจ้างหักเงินกยศ. กยศ. จะส่งเอกสารแจ้งหักเงินเดือนลูกหนี้ไปตามที่อยู่ในทะเบียนราษฎร์ให้ลูกหนี้ ซึ่งเป็นผู้กู้ยืมทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน

เมื่อลูกจ้างได้รับเงินเดือน จะพบว่าเงินเดือนที่ตนได้รับนั้นถูกหักออกไปแล้ว โดยลำดับในหักเงินเดือนกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาจะอยู่ลำดับที่สาม ลำดับแรกจะเป็นการหักภาษี ณ ที่จ่าย ลำดับที่สองเป็นการหักเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือประกันสังคม

มาตรการช่วยลูกหนี้ จ่ายขั้นต่ำแค่ร้อยเดียว

ด้วยสถานการณ์ปัจจุบัน ทำให้ลูกหนี้กยศ. จำนวนหนึ่งต้องลำบากในเรื่องการชำระหนี้อยู่ไม่น้อย ด้วยเหตุที่รายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในช่วง COVID-19 ซึ่งถ้าหากนายจ้างหักเงินส่วนนี้ส่งคืนให้ทางกยศ. ก็จะเป็นการทำให้ลูกหนี้เดือดร้อนมากจนเกินไป เพราะรายได้ไม่เพียงพอที่จะชำระหนี้และเหลือไว้สำหรับค่าใช้จ่าย กยศ. จึงได้มีมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ได้ตามอัตราที่กำหนด

แต่ถ้าคุณเป็นลูกหนี้กยศ. รายหนึ่งที่ไม่สามารถชำระหนี้ขั้นต่ำตามอัตราที่ทางกยศ. แจ้ง ก็สามารถทำเรื่องขอลดจำนวนการหักเงินเดือนลงได้ด้วยตนเอง ผ่านแอปพลิเคชัน “กยศ. Connect” ซึ่งกยศ. จะอนุโลมให้ลูกหนี้ที่ทำเรื่องไว้ ชำระหนี้ 100 บาท แต่ลูกหนี้ยังมีหน้าที่ต้องชำระเงินส่วนที่ขาดไปของงวดนั้นให้ครบตามจำนวน ก่อนวันครบกำหนดชำระหนี้รายปี