“การบินไทย” ในวันที่รอ “กลับมาผงาด” อีกครั้ง!

ภาพจาก Thaiairways.com

ในที่สุดก็เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ เมื่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้บมจ.การบินไทย เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการภายใต้พรบ.ล้มละลาย แทนที่จะปล่อยให้เข้าสู่สถานการณ์ล้มละลาย หรืออุ้มการบินไทยด้วยการหาเงินให้ดำเนินกิจการต่อไป 

กรณีของการบินไทยจึงเหมือนกับสายการบินเจแปน แอร์ไลน์ส์ หรือ JAL ที่ต้องใช้วิธีการเดียวกันเพื่อกู้วิกฤติที่เกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ก่อนจะกลับมาผงาดได้อย่างเต็มภาคภูมิและทำกำไรได้อย่างมหาศาลอีกครั้ง 

แม้ว่าการเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการจะส่งผลต่อภาพลักษณ์ขององค์กร แต่ก็เป็นทางรอดที่เหลืออยู่ซึ่งจะเอื้อให้การบินไทยเกิดสภาวะการพักชำระหนี้ได้ เพราะเมื่อศาลมีคำสั่งรับคำร้องฟื้นฟูกิจการ จะมีผลให้ลูกหนี้ได้รับความคุ้มครองจากการถูกฟ้องร้องบังคับคดีในทางแพ่งทันที 

นั่นหมายความว่า การบินไทยจะรอดพ้นจากการถูกสั่งเพิกถอนใบประกอบกิจการ รอดพ้นจากการถูกฟ้องร้องคดีแพ่งหรือคดีล้มละลาย รวมถึงรอดพ้นจากการถูกเจ้าหนี้ยึดทรัพย์ด้วย 

นอกจากนี้ กระบวนการฟื้นฟูกิจการภายใต้พรบ.ล้มละลาย ยังช่วยให้ลูกหนี้สามารถแก้ไขปัญหาการชำระหนี้และดำเนินกิจการต่อไปได้ ขณะที่เจ้าหนี้ก็จะได้รับชำระหนี้มากกว่าการไปฟ้องร้องลูกหนี้ให้เป็นคดีแพ่งหรือคดีล้มละลาย จึงเป็นการตัดสินใจที่วิน-วินหรือได้รับประโยชน์ด้วยกันทุกฝ่าย ทั้งลูกหนี้ เจ้าหนี้ และผู้ถือหุ้น เพราะการบินไทยยังคงรักษากิจการให้ดำเนินการต่อไปได้ 

ที่สำคัญ การที่การบินไทยเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการยังเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศด้วย เพราะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่มีการจ้างงานบุคคลากรเป็นจำนวนมาก อีกทั้งเป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจที่มีกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ถึง 1,113.93 ล้านหุ้น หรือคิดเป็น 51.03 เปอร์เซ็นต์ หากปล่อยให้องค์กรล้มละลายก็จะส่งผลกระทบในวงกว้างตามมา เพราะจะมีพนักงานมากกว่า 2 หมื่นชีวิตที่ต้องถูกลอยแพ 

อย่างไรก็ตาม หลังจากเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการแล้ว ทางครม.มีมติเห็นชอบให้การบินไทยพ้นสภาพการเป็นรัฐวิสาหกิจด้วย และให้กระทรวงการคลังลดสัดส่วนการถือหุ้นลงให้ต่ำกว่า 50 เปอรเซ็นต์ โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะผู้นำประเทศ มองว่า “เมื่อมีมืออาชีพเข้ามาบริหารจัดการแล้ว การบินไทยจะสามารถกลับมาเป็นสายการบินแห่งชาติที่คนไทยเคยภาคภูมิใจ และกลับมาเป็นองค์กรที่ช่วยสร้างความรุ่งเรืองให้กับประเทศไทยได้”

พร้อมระบุชัดเจนว่า “วิธีการนี้เป็นวิธีการเดียวที่การบินไทยจะยังคงสามารถประกอบกิจการและดำเนินการต่อได้ พนักงานการบินไทยจะมีงานทำต่อไป”