ถ้าคุณเจอ Fumble ในชีวิตจริง

คำว่า Fumble สำหรับแฟนกีฬาอเมริกันฟุตบอลนั้น คิดว่าไม่จำเป็นที่ต้องอธิบายอะไรมาก น่าจะเข้าใจกันดีอยู่แล้ว แต่สำหรับคนที่ไม่เคยติดตาม ขออนุญาตใช้พื้นที่อธิบายไว้พอสังเขปว่า Fumble คือการที่ฝ่ายครองบอลทำลูกหลุดมือ โดยที่ลูกนั้นยังไม่ตาย อธิบายแบบเห็นภาพ อาทิ ควอเตอร์แบค ขว้างลูกให้ปีก ปรากฎว่า ปีกมือรั่ว หลูกหลุดจากมือ ตกลงพื้นฝ่ายตรงข้าม เข้ามาคว้าลูกนั้นได้ทัน การครองบอลก็จะเปลี่ยนข้างทันที

ตรงนี้ขออธิบายเพิ่มอีกนิดว่า ต่างจาก Intercept เพราะเป็นการขัดขวางเพื่อเปลี่ยนการครองบอล อาทิ ควอเตอร์แบค จะขว้างลูกให้กับปีกของทีมฝั่งตน ปรากฎว่าเจ้าตัวคุมปีก ทีมฝั่งตรงกันข้ามดันรับได้แทน แบบนี้คือ Intercept ต่างจาก Fumble ที่หมายถึงบอลหลุดจากการครอบครองที่อยู่ในสองมือ

เมื่อการครองบอลเปลี่ยน ความได้เปรียบก็เปลี่ยนตาม เรื่องแบบนี้ ไม่ใช่ว่าเกิดได้เฉพาะในสนามการแข่งขัน แต่ในชีวิตจริงก็เกิดขึ้นได้เช่นกัน เวลาที่เราเจอ Fumble ในชีวิตจริงนั้นเจ็บปวดกว่าที่คนอื่นมาทำร้ายเราเสียอีก เพราะเป็นความผิดพลาดที่เราสร้างขึ้นเอง กำลังเป็นฝ่ายรุก หรือ กำลังได้เปรียบ แต่ปรากฎว่าอัตตาที่อยู่ในตนเอง ความประมาทเพราะคิดว่าเอาอยู่ ทำให้โอกาสที่อยู่ในมือดันหลุดไปเป็นของคนอื่น

ปฎิกิริยาตอบกลับของ ปีก หรือ ควอเตอร์แบค ที่ไม่น่ารักเมื่อทำ Fumble ส่วนใหญ่จะหงุดหงิด และ เสียสมาธิเพราะรู้ว่า ความผิดพลาดทั้งหมดเกิดขึ้นเพราะตัวเอง และ ทำให้เพื่อนร่วมทีมต้องลำบาก จึงกลายเป็นเรื่องยากจะยอมรับ สุดท้ายก็จะอาละวาดโทษผู้เล่นที่เป็นทีมรับว่าไม่ช่วยระวังป้องกันให้

ในชีวิตจริงก็เช่นกัน ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เราจะเห็นคนยอมรับในความผิดพลาดของตนเอง จนทำให้เสียโอกาสดีๆ ที่สู้อุตส่าห์สร้างขึ้นมา วิธีการโทษคนอื่นเอาไว้ก่อนมักเป็นทางเลือกแรกๆ เพราะมันง่ายต่อการรักษาความรู้สึกของตนเองไม่ให้ดาวน์ แต่พอนานวันเข้า บ่อยครั้งเข้า ก็จะกลายเป็นการสร้างทัศนคติแบบให้โลกมาหมุนรอบตัวเอง อะไรไม่เป็นไปตามที่ต้องการก็จะโทษไว้ก่อนว่าเป็นเพราะคนอื่น

นักกีฬาในอเมริกันฟุตบอลที่ดีและพลาดทำ Fumble นั้น สิ่งที่ต้องเรียกกลับมาให้เร็วที่สุดคือความมั่นใจ และ วิธีการของพวกเขาไม่โทษคนอื่น ไม่โทษตนเองจนเกินเหตุ หากแต่ยอมรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และเรียนรู้ว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้นต้องแก้ไขอย่างไรเพื่อไม่ให้พลาดซ้ำสอง เพราะ “ความผิดพลาดครั้งแรกคือบทเรียน หากผิดซ้ำเป็นครั้งที่สองเรียกว่าไม่พัฒนา”

เช่นเดียวกับชีวิตจริง เมื่อเกิดความผิดพลาด แล้วพยายามจะแก้ตัวด้วยการหาเหตุผลร้อยแปดมาอ้าง เพื่อให้ความผิดของตนเองดูเล็กลง หรือ เปลี่ยนจากผิดให้กลายเป็นถูกไปเลย รับประกันได้ว่าในอนาคตข้างหน้า เรื่องที่เคยเกิดขึ้นไปแล้วจะกลับมาเกิดขึ้นอีกแบบไม่ต้องสงสัย

ถ้าคุณเจอ Fumble ในชีวิตจริงจงเรียนรู้ และ ยอมรับ เพื่อที่จะได้แก้ไขพอได้โอกาสกลับมาลงสนามใหม่ ความมั่นใจของคุณจะกลับมา เพราะคุณเรียนรู้แล้วว่าความผิดพลาดก่อนหน้านี้เกิดขึ้นเพราะอะไร “ให้ผิดเป็นครู” ดีกว่า พยายาม “ทำเรื่องผิดให้กลายเป็นเรื่องถูก”

เพราะคุณจะมีความสุขกับการใช้ชีวิต และ รอยแผลที่เกิดขึ้นในใจนั้นจะได้รับการเยียวยา แต่ถ้าไม่คิดจะยอมรับอะไรเลย และดันทุรังที่จะทำไป ทั้งที่ลึกๆแล้วก็รู้ว่าไม่ถูก บาดแผลนั้นจะไม่ได้รับการเยียวยาหากแต่มันจะลุกลามกลายเป็นแผลที่ใหญ่ขึ้น พอถูกแตะนิดหน่อยก็จะสะดุ้งขึ้นมาทันที

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ