“เรือใบ Brexit” สะเทือนถึงดวงดาว?

เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งจะมีรุ่นน้องถามผมหยกๆ ว่า “ถ้าลิเวอร์พูล ได้แชมป์พรีเมียร์ลีกปีนี้แล้ว พี่ว่าจะผูกขาดไปยาวอีกหลายปีเลยรึเปล่า?”

“แหม.. เล่นมองข้ามช็อตกันแบบนี้เลยหรือวะไอ้น้อง!?”

จำได้ว่าผมเลยตอบไปประมาณว่า “ก็น่าจะมีโอกาสนะ เพราะคู่ต่อสู้ทีมอื่นๆอยู่ในช่วงเปลี่ยนยุค ต้องจัดกระบวนทัพใหม่กันจ้าละหวั่น ทั้ง เชลซี อาร์เซนอล และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คงต้องใช้เวลาอีกสักพัก คงเหลือ แมนฯซิตี้ ที่จะพอสู้กันสนุก แต่ เป๊ป ก็ต้องเจอกับปัญหาตัวหลักอย่าง ดาบิด ซิลบา, กุน อเกวโร่ และ แฟร์นานดินโญ่ กำลังจะโรยรา”

ถามตอบกันเล่นสนุกๆ ไม่นึกเลยว่า ล่าสุด “เรือใบสีฟ้า” จะโดน ยูฟ่า ประกาศลงโทษแบนจากฟุตบอลยุโรปในข้อหา “Financial Doping” ความไม่ชอบมาพากลเรื่องการเงินไป 2 ปี เริ่มตั้งแต่ฤดูกาลหน้า ตอนนี้พยายามอุทธรณ์เพื่อเลื่อนไปอีก 1 ซีซั่น

การเจอคำสั่งสายฟ้าฟาดครั้งนี้มองเผินๆ ว่าจะไม่กระทบผลงานในประเทศเท่าไหร่ก็ได้ แต่เอาเข้าจริงผมว่าถิ่นเอติฮัด สะเทือนเลื่อนลั่นแน่ๆ

ประการแรกนอกจากจะต้องเสียค่าปรับให้ยูฟ่า ประมาณ 30 ล้านปอนด์ หรือ 1,200 ล้านบาทแล้ว การไม่ได้ไปเล่นถ้วยยุโรปมีการวิเคราะห์กันว่าจะทำให้รายรับของทีมจะหายไปประมาณ 25 เปอร์เซ็นต์ หรือ 1 ใน 4 เลยทีเดียว

ประการที่สองพอรายรับหาย ทีนี้รายจ่ายก็จำต้องลดตามไปด้วย วิธีการที่จะไปทุ่มซื้อผู้เล่น การจ้างค่าเหนื่อยแพงๆเพื่อล่อนักเตะระดับโลกมาย่อมทำไม่ได้แล้ว มิหนำซ้ำไอ้ตัวเดิมที่มีอยู่อย่าง เควิน เดอ บรอยน์, ลีรอย ซาเน่ หรือ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง จะรักษาไว้ได้หรือไม่ อันนี้น่าคิด เพราะสโมสรจะต้องปรับลดค่าเหนื่อยในทีมลงอย่างแน่นอน

ในแง่ของฟุตบอล การไม่ได้ไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มีความหมายมหาศาลต่อการตัดสินใจของนักเตะหลายๆคนอย่างแน่นอน ทั้งขาเข้าและขาออก ทั้งนี้ยังไม่รวมไปถึงผู้จัดการทีมอย่าง เป๊ป กวาดิโอล่า ด้วย

การลงโทษรุนแรงแบบนี้ เหมือนเป็นการตัดแขนตัดขา “เรือใบสีฟ้า” แต่จะโทษใครก็ไม่ได้ เพราะเป็นนโยบายการบริหารที่สุ่มเสี่ยงของทางสโมสรเอง ทำแบบนี้มาหลายปี โดยใช้วิธีอัฐยายซื้อขนมยาย คือเอางบโฆษณาของบริษัทในเครือข่าย มาซื้อสปอนเซอร์อุดหนุนทีม ทำให้สโมสรมีรายได้มากกว่าปกติ และเลยทำให้สามารถขยายอำนาจการใช้เงินในการทำทีมให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น จัดซื้อจัดจ้างนักเตะได้มากกว่าสโมสรชั้นนำอื่นๆ

ไม่ทราบทำอีท่าไหนเหมือนกัน ทำไปทำมาตัวเลขมันผิดปกติมากไปหน่อย แถมหาหลักฐานที่น่าเชื่อถือมาชี้แจงกับยูฟ่าไม่ได้ เลยโดนสอยร่วงไม่เป็นท่า โทษทัณฑ์ครั้งนี้ไม่ทราบเหมือนกันว่า จะทำให้สโมสรถอยหลังไปกี่ปี

แฟน “หงส์แดง” อยู่เฉยๆคงแอบยิ้มว่าระยะหลังนี้ โชคชะตามันช่างเข้าข้างดีเหลือเกิน คู่ต่อสู้ในระดับท็อปซิกส์ทีมอื่นๆตอนนี้ปั่นป่วนไปหมด ขนาดปล่อยให้ เลสเตอร์ ซิตี้ กับ เชฟฯยูฯ เจาะไข่แดงขึ้นมาอยู่ 6อันดับแรกในตารางเสียอย่างนั้น

สุดท้ายอยากจะกลับไปบอกกับรุ่นน้องคนนั้นจริงๆด้วยรอยยิ้มเป็นเลศนัยว่า “อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิดล่ะวะไอ้ทิด แต่ถึงขนาดนี้แล้ว คงไม่ต้องให้พี่บอกหรอกนะว่าอะไรมันจะเกิด 555”