นโยบายลดดอกเบี้ย เกิดผลอย่างไรกับประชาชนคนธรรมดา

จากภาวะความตึงเครียดทั้งภายในและ ภายในนอกประเทศจนทำให้ทั้งตลาดหุ้นของไทยเซื่องซึม เงินบาทแข็งค่า และ เศรษฐกิจไทยเองก็เกิดภาวะฝืดเคือง

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) หลังจากพิจารณาสถานการณ์เศรษฐกิจล่าสุดแล้ว กนง.มีมติเป็นเอกฉันท์ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 1.25% เหลือ 1.00% ต่อปี โดยให้มีผลทันที เรียกว่าเป็นอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ต่ำที่สุดเป็นประวัติการณ์ ในรอบ 10 ปีเลยทีเดียว

เสมือนเป็นยาฉีดเพื่อฟื้นฟูสถานการณ์ของกลุ่มธุรกิจ และการจ้างงาน เพราะเกิดความไม่แน่นอนหลายอย่างทั้งเรื่องโรคระบาดที่ส่งผลต่อกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยว หรือ กลุ่มธุรกิจที่รับสินค้า หรือ วัตถุดิบจากประเทศจีน การค้าชะลอตัวเพราะการปิดประเทศเพื่อควบคุมโรคระบาดครั้งใหญ่ของปี หรือทั้งสถานการณ์การเมือง ในบ้านเมืองของเราเองก็ถือว่ายังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก

ดังนั้นเมื่อภาคธุรกิจเกิดสะดุด ภาคบริโภคประชาชน ก็ชะลอตัวการใช้จ่ายเพราะได้รับแรงกดดันจากการจ้างงานหรือนโยบายที่ยังไม่แน่นอนของแต่ละบริษัท

เมื่อแบงก์ชาติประกาศนโยบายลดดอกเบี้ย เพื่อรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจโดยรวม จะเกิดผลอย่างไรกับประชาชนคนธรรมดา?

1. ดอกเบี้ยเงินกู้ลดลง

ดีต่อภาคธุรกิจซึ่งจะมีต้นทุนจากดอกเบี้ยน้อยลง แต่ในภาคประชาชนอาจจะไม่ส่งผลมากนัก เพาะดอกเบี้ยบางประเภทเป็นอัตราคงที่ ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ยเช่าซื้อรถยนต์ หรือ สินเชื่อส่วนบุคคล

2. ดอกเบี้ยเงินฝากลดลง

ประชาชนทั่วไปจะเริ่มมองหาช่องทางการออมเงินในรูปแบบอื่น เพราะเงินฝากออมทรัพย์ได้ผลตอบแทนน้อยลง กิจกรรมทางเศรษฐกิจก็จะเริ่มเพิ่มขึ้น กระตุ้นการใช้จ่าย

3. ตลาดหุ้นไทยน่าจะมีแนวโน้มดีขึ้น

หลังจากที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดโคโรน่า เพราะประชาชนสนใจลงทุนในธุรกิจต่างๆ ผ่านตลาดหุ้นเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีโอกาสที่จะได้รับผลตอบแทนที่มากกว่าการเก็บเงินในรูปแบบของเงินฝากเพราะได้ผลตอบแทนจากการลดดอกเบี้ยที่น้อยลงมาก

4. เงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลง

สำหับคนที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับต่างชาติ หรือ สายท่องเที่ยว จะได้รับผลดีจากการที่เมื่อลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จะช่วยให้เงินบาทอ่อนค่าลง จากเดิมที่แข็งค่ามาอย่างต่อเนื่อง จากที่นักท่องเที่ยวต่างชาติมองว่าราคาสินค้าไทยแพงขึ้น จ่ายซื้อของได้น้อยลง แต่เมื่อบาทอ่อนลง อาจทำให้การซื้อสินค้า ใช้บริการเพิ่มมากขึ้น

ในช่วงภาวะที่เศรษฐกิจชะลอตัว เราก็ต้องติดตามสถานการณ์การเงินของตัวเราเอง และ ของประเทศเพื่อดูว่านโยบายหรือสถานการณ์แบบไหนที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจส่วนตัวของเราบ้างด้วยนะจ๊ะ