ต้องเชื่อมั่นในสื่อหลัก

ปี 2020 สำหรับคนไทยนี่ช่างเริ่มต้นอย่างร้อนแรงจากเรื่องอิหร่านฮึ่มๆ จะรบกับสหรัฐอเมริกา ทำให้หวาดผวาราคาทองคำและน้ำมันจะพุ่งขึ้นสูง นอนผวาเงินบาทแข็งค่าผิดปกติ ต่อมาก็เรื่องฝุ่นพิษ PM 2.5 ปกคลุมทั่ว เล่นเอากรุงเทพฯ กลายเป็นเมืองสลัวไปหลายวัน ล่าสุดนี่มีโรคระบาดไวรัสโคโรน่ามาให้หวั่นวิตกกันอีก

อย่างที่เคยบอกละครับว่าโลกมันไม่ได้สวยงามเหมือนเมื่อหลายสิบปีก่อนอีกแล้ว แต่ถ้ามองในแง่ดี ปัญหาที่เอ่ยมามันทยอยผ่านพ้นไปได้ ไม่แน่เหมือนกันว่า ผ่านพ้นช่วงแรกไปแล้วไตรมาสที่สองอาจจะมีข่าวดีเข้ามาบ้างก็เป็นได้

ระหว่างช่วงที่มีเรื่องให้คนตื่นตระหนก ข่าวปลอม ข่าวเก่า ที่เอามาแชร์ต่อกันมั่วๆ ในสังคมออนไลน์ยิ่งเป็นสิ่งที่กระหน่ำซ้ำเติมเพิ่มความตื่นกลัวให้คนที่หลงเชื่อพากันหวาดผวาและพูดต่อๆ กันไปจริงบ้างไม่จริงบ้าง

ขนาดท่านรองนายกฯ และรัฐมนตรีสาธารณสุข อนุทิน ชาญวีระกุล ยังอดบ่นไม่ได้ว่า เรื่องโรคไวรัสโคโรน่านั้นตอนนี้กลัวข่าวมั่วมากกว่าโรคระบาดเสียอีก

ก็น่าแปลกที่ตอนนี้สังคมไทย กลายเป็นโรคเชื่ออะไรง่ายๆ เพราะทุกคนอยากจะรู้ก่อน อยากจะพูดก่อน อยากจะเป็นคนแชร์ข่าวก่อน อยากแสดงความคิดเห็นก่อน ถูกหรือผิดไว้ค่อยว่ากันทีหลัง

ทั้งๆ ที่มีข่าวจากทีวีดิจิทัลตั้ง 20 กว่าช่อง รวมทั้งสื่อที่เป็นช่องหลักของรัฐอย่าง NBT, TPBS ช่อง 5 หนังสือพิมพ์ใหญ่ๆ อีกตั้งหลายหัว สำนักข่าวที่น่าเชื่อถืออีกมากมาย แต่ไม่ยักเลือกเสพหรือตรวจเช็กข้อมูลดูว่าถูกผิดเป็นอย่างไร

การเลือกเชื่อจากสื่อกระแสหลัก โดยเฉพาะยิ่งในยามเกิดเหตุการณ์สำคัญนั้น เป็นสิ่งที่ประเทศเจริญแล้วเขาวางรากฐานมายาวนาน ให้เป็นองค์กรสื่อที่น่าเชื่อถือและเป็นที่พึ่งของประชาชนซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก ยกตัวอย่าง BBC ในอังกฤษ CNN ของอเมริกา หรือ NHK ของญี่ปุ่น ถ้าจะเลือกดูทางออนไลน์สื่อหลักเดี๋ยวนี้ก็มีช่องทางให้หมดอยู่แล้ว

“สื่อหลัก” แบบนี้ยังมีความจำเป็นและสำคัญอย่างยิ่งต่อสังคม เพราะนอกจากจะมีความน่าเชื่อถือเพราะมีชื่อเสียงของหัวเป็นเครื่องค้ำประกันแล้ว เรื่องของประเด็นหรือรายละเอียดที่หยิบจับมาพูดก็จะสร้างความเข้าใจให้กับคนอ่านได้ดีกว่า ว่าอะไรไปถึงไหน และสำคัญยังไง เพราะบุคลากรนั้นมีวิธีการและความชำนาญมากกว่า

ถ้าหากยังไม่ปลูกฝังให้คนรู้จักเลือกแชร์ข่าวที่น่าเชื่อถือ เลือกเชื่อ เลือกไตร่ตรองความจริงบางเรื่องที่เกิดขึ้นในสังคมให้ถี่ถ้วนบ้างแล้ว ต่อไปเดี๋ยวได้โดนหลอกแต่งงาน โอนเงิน แชร์เถื่อน อะไรกันให้วุ่นวายเหมือนที่ผ่านๆ มาอีก

ลงท้ายชักจะเห็นด้วยกับท่าน รมต.เสียแล้วว่า ข่าวมั่วอยู่ใกล้ตัว มันน่ากลัวกว่าโรคระบาดเสียอีก!!!