“พื้นที่ส่วนตัว” ไม่เคยมีอยู่จริง

เมื่อสัปดาห์ก่อนได้มีโอกาสอ่านบทสัมภาษณ์ประธานสโมสรฟุตบอลอาชีพสเปน หรือ ลาลีก้า “ฮาเวียร์ เตบาส” ที่ให้สัมภาษณ์กับกลุ่มผู้สื่อข่าวในกรุงลอนดอนประเทศอังกฤษเอาไว้ ถึงประเด็นผู้ชมที่ชมการแข่งขันฟุตบอลผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ที่เรียกกันว่า Streaming Platform โดยฮาเวียร์ เตบาส ได้กล่าวถึงผู้ชมที่ชมผ่านแพลตฟอร์มดังกล่าวคือกลุ่มแฟนบอลที่เขารู้สึกไม่คุ้นเคย

“ที่ผ่านมาเราได้เห็น Amazon ได้ลิขสิทธิ์พรีเมียร์ลีก และได้แมตช์สำคัญเพื่อถ่ายทอดในอังกฤษ และบางแมตช์ของ แชมเปี้ยนส์ลีกที่  Amazon ได้ลิขสิทธิ์ในเยอรมนี ซึ่งทั้งหมดเป็นการถ่ายทอดสดผ่านแพลตฟอร์มใหม่ในรูปแบบ สตรีมมิ่ง นับเป็นการเปิดอีกหนึ่งโลกของวงการฟุตบอลและการถ่ายทอดสด แต่เหนืออื่นใดในฐานะเจ้าของลิขสิทธิ์ทางเราก็อยากจะเห็นข้อมูลของผู้ที่รับชมการแข่งขันผ่านระบบสตรีมมิ่ง เราอยากรู้ว่าคนที่ชมการแข่งขันในแพลตฟอร์มนี้เป็นคนที่อยู่ในช่วงวัยเท่าไร ทำงานอะไร มีเพศชายหรือเพศหญิงมากกว่ากัน และมีพฤติกรรมในการรับชมแบบไหน”

“ข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลของ Amazon ก็จริง แต่เจ้าของลิขสิทธิ์อย่างเราก็อยากทราบเช่นกัน เพราะพวกเราเองก็ต้องทำความรู้จักกับคนดูของเรา ถ้าเป็นการแข่งขันในอดีตคนเดินเข้ามาในสนามแข่งเพื่อชมการแข่งขัน หากพวกเขามาเป็นประจำเราก็จะเห็นพฤติกรรมแฟนบอลเหล่านี้ในสนาม แต่สำหรับผู้ชมผ่านระบบสตรีมมิ่งนั้น เราในฐานะเจ้าของลิขสิทธิ์ แทบจะไม่เคยรู้เลยว่าแฟนบอลของพวกเขานั้นเป็นคนกลุ่มไหน ซึ่งนั่นหมายถึงความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีนักระหว่างเรากับแฟนบอล”

เป็นบางส่วนจากบทสัมภาษณ์ที่น่าสนใจนะคะ เพราะยุคปัจจุบันที่ Big Data กลายเป็นอาวุธสำคัญทั้งทางการตลาด ทางสังคม หรือแม้กระทั่งทางการเมือง Big Data ที่หลายคนพูดกันจนติดปากจนดูเป็นคำใหญ่นั้น หมายถึงการเก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อนำมาวิเคราะห์หรือประมวลผลให้เกิดการใช้ประโยชน์สูงสุด และข้อมูลดังกล่าวก็เกิดขึ้นได้จากการได้ข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมาก

แล้วข้อมูลส่วนบุคคลนั้นมาจากไหน คำตอบก็ไม่ยากเลย ลองก้มดูในสมาร์ทโฟนของคุณดูเอาว่า มีไอคอนของโซเชียลมีเดียกี่เจ้า มีแอปพลิเคชันดูหนัง ฟังเพลง ซื้อของ หรือแม้แต่แอปพลิเคชัน Logistic (ส่งสินค้า) กี่แอปพลิเคชันข้อมูลส่วนบุคคลของคุณก็จะอยู่ตามโซเชียลมีเดีย แอปพลิเคชันเหล่านั้น ทั้งชื่อ อายุ อาชีพ อีเมล รวมไปถึงพฤติกรรมของคุณที่ใช้ผ่านโซเชียลมีเดีย และแอปพลิเคชันเหล่านั้นจะถูกเก็บรวบรวมเอาไว้เพื่อนำมาวิเคราะห์เป็นข้อมูล เพื่อใช้ในการตลาด สังคม และการเมือง

ดังนั้นอย่าใช้คำว่า “พื้นที่ส่วนตัว” บนโลกออนไลน์ เพราะมันไม่เคยมีอยู่จริง และไม่ต้องตกใจจนถึงกับต้องออฟไลน์กันไป เพราะต่อให้ออฟไลน์ “พื้นที่ส่วนตัว” ก็ไม่เคยมีอยู่จริง ถ้าคุณยังได้รับโทรศัพท์เสนอขายประกัน เสนอให้สมัครบัตรเครดิต หรือแม้แต่มีเอกสารหรือโบรชัวร์จากมูลนิธิต่างประเทศจัดส่งมาถึงบ้าน เพราะเอาเข้าจริงโลกอนาล็อกในอดีตก็มีดึง Big Data มาใช้กันแล้ว เพียงแต่การประมวลผลอาจไม่เท่าในปัจจุบัน

ประสบการณ์ของผู้เขียนที่เคยทำนิตยสารในลักษณะส่งให้กับสมาชิกนั้น ทำให้เห็นว่าระบบสมาชิกที่ว่าแทบจะมีตัวจริงที่บอกรับกับนิตยสารเองไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ เพราะที่เหลือจะเป็นรายชื่อที่ทางสำนักพิมพ์ต้องจัดซื้อจากบริษัทที่ขายรายชื่อบุคคลตามความต้องการของนิตยสาร (ถามว่าบริษัทขายรายชื่อเหล่านั้นเอารายชื่อมาจากไหน ขอให้ลองนึกถึงโลกเมื่อ 20 ปีก่อนว่าคุณต้องลงทะเบียนอะไรบ้างที่ต้องระบุชื่อ ที่อยู่ อายุ และอาชีพ)

เมื่อเรื่องราวดำเนินมาอย่างนี้ พอวันเวลาผ่านไประบบการประมวลผลใช้งานได้ดีขึ้น Big Data มีให้เลือกเก็บอย่างมากมาย แถมผู้คนก็ไม่ค่อยระแวดระวัง เพราะรู้สึกสนุกและสะดวกสบายกับการใช้ โซเชียล และแอปพลิเคชัน ดังนั้นพวกเราก็ต้องแลกด้วย “พื้นที่ส่วนตัว” ที่กลับกลายมาเป็นข้อมูลที่ทุกวันนี้พวกเราก็แทบแยกไม่ออกว่า เรื่องไหนคือเรื่องจริง หรือเรื่องไหนคือโฆษณาชวนเชื่อ และนี่คือโลกของข้อมูลข่าวสารอันเปิดกว้าง ที่คนยุคนี้ภูมิใจกันหนักหนาละค่ะ

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า