ทำไมผู้หญิง Gen X ถึงนอนน้อยและหลับยากกว่า Gen อื่น

พวกเธอมีเรื่องอะไรที่รบกวนจิตใจอยู่บ้าง

Ada Calhoun เล่าให้ฟังว่า “ฉันตื่นมากลางดึกที่อากาศอบอุ่นคืนหนึ่ง ฉันเปิดหน้าต่างและดื่มน้ำ มัดผม หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แล้วลบอะไร 2-3 อย่างออกไป ฉันก็เห็นว่ามีข้อความ Spam บางอย่างอยู่ที่มือถือของฉัน ฉันกดปุ่มไม่สนใจ แล้วฉันก็เข้านอน ขณะที่นอนฉันก็คิดขึ้นมาว่าหรือฉันจะกลับไปเปิดข้อความ Spam นั้นดี หรือจะเป็นอย่างไรถ้าฉันส่งโฆษณาของเบอร์เกอร์ คิงส์ถึงเพื่อนๆ ตอนตีสอง

“ตอนนี้ฉันตาสว่าง แล้วก็นึกไปถึงเรื่องสุขภาพของพ่อแม่ ค่าเทอมของลูก กำหนดงานที่ต้องส่ง ชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่าฉันก็คิดไปถึงเรื่องงานฟรีแลนซ์ เรื่องการผ่อนทรัพย์สินของฉันและสามีจะสิ้นสุดเมื่อไหร่ การเกษียณในปี 2040 คืนนี้ฉันจะได้นอนกี่ชั่วโมง 6 ชั่วโมง 5 ชั่วโมง แล้วเวลาเช้าก็มาถึง…ถึงเวลาทำอาหารเช้าและส่งลูกวัย 13 ปีไปโรงเรียน”

วัย Gen X คือคนที่เกิดตั้งแต่ ค.ศ.1965-1980 มีรายงานว่าพวกเขานอนน้อยกว่าคน Gen อื่น และน้อยกว่าผู้ชาย ที่อยู่ใน Gen เดียวกัน ผลการรายงานเมื่อปี 2017 บอกว่าผู้หญิงวัยใกล้หมดประจำเดือนมีแนวโน้มที่จะนอนได้น้อยกว่า 7 ชั่วโมงต่อคืน ยาวไปจนถึงวัยหมดประจำเดือน

นอกจากการนอนน้อยแล้ว ผู้หญิง Gen นี้ยังมีความกังวลมากกว่ามากกว่า Gen อื่น ประเด็นที่กังวลส่วนมากก็จะเป็นเรื่องเงินและคนรักรอบๆ ตัว

Gallup Poll มีผลสำรวจว่าผู้หญิงวัย Gen X ส่วนมากเป็นโสดและไม่ค่อยแต่งงานในวัย 18-30 ปี สรุปก็คือผู้หญิงวัยนี้จะแต่งงานช้า เพราะชีวิตของเขาจะยุ่งอยู่กับเรื่องการเรียนสูงๆ และการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น

วัยกลางคนของผู้หญิง Gen X จะแตกต่างจากผู้หญิงวัยแม่และยายของเรา พวกเธอจะติดอยู่กับเรื่องเครียดที่ต้องคิดและฮอร์โมนที่รบกวนการนอนไม่หลับ Gallup Poll ยังบอกอีกว่า 2 ประเด็นสำคัญที่รบกวนความคิดของผู้หญิงวัย 40 ที่อยู่ใน Gen X คือเรื่องงานและเรื่องลูก

ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเท่าไหร่ที่ฉันและเพื่อนๆ จะมีความรู้เรื่องการทำให้ตัวเองนอนหลับมากกว่าสูตรการทำอาหาร เรามักจะได้ยินเสมอว่าการออกกำลังกาย การออกไปเที่ยวชมธรรมชาติ และการเอาทีวีออกจากห้องนั้นเป็นวิธีที่จะทำให้เรานอนหลับได้มากขึ้น อันที่จริงมันก็พอจะช่วยได้บ้าง แต่ว่าไม่มีวิธีไหนที่มันดีที่สุดจริงๆ

ฉันเคยลองทานยาปรับฮอร์โมน ออกกำลังกายมากขึ้น ออกไปสูดบรรยากาศธรรมชาติมากขึ้น และใช้ที่มาส์กรอบดวงตาเหมือนเพื่อนๆ มันก็ช่วยฉันได้อยู่พักนึง แต่อาการเหล่านี้ก็จะกลับมาอีก สิ่งที่ช่วยฉันจริงๆ คือการเปลี่ยนความคิดที่จะมามัววิตกกับอาการนี้ เป็นความคิดที่ว่าตอนที่ฉันตื่นกลางดึก ไม่ได้เป็นปัญหาของฉันแค่คนเดียว เพราะผู้หญิงวัยเดียวกับฉันอีกหลายล้านคนก็มีอาการเช่นนี้อยู่เหมือนกัน