หลุดกรอบกีฬา : บ็อกซิ่ง เดย์

ถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ของฟุตบอลอังกฤษมายาวนานกว่า 130 ปี ที่ 24 ชั่วโมงให้หลังจากวันคริสมาสต์ ทุกสโมสรจะต้องมีโปรแกรมลงเตะวันแกะกล่องของขวัญ และนั่นถือเป็นจุดเริ่มของโปรแกรมหฤโหด ‘บ็อกซิ่ง เดย์’ ต่อถึง ‘ปีใหม่’ ที่แต่ละทีมจะต้องลงเตะ 3 นัดภายใน 6 วัน!

คอนเซปต์ของบ็อกซิ่งเดย์ในยุคดั่งเดิม สมาคมฟุตบอลอังกฤษ เขาพยายามจัดโปรแกรมให้แต่ละทีมที่อยู่ละแวกใกล้กันเจอกันเองครับ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ทั้งนักเตะและแฟนบอล ไม่ต้องเดินทางไกล ทว่ายุคปัจจุบัน จะใกล้จะไกลก็ไม่มีผล เพราะฟุตบอลคือธุรกิจไปแล้ว

ไม่เพียงแค่ฟุตบอลลีกในอังกฤษเท่านั้นนะครับ เกมฟุตบอลทุกระดับของสก็อตแลนด์ และไอร์แลน์เหนือ ก็มีเกมบ็อกซิ่งเดย์เช่นกัน ส่วนกีฬาชนิดอื่นๆ ปัจจุบันนี้ ก็เริ่มแข่งขันในวันที่ 26 ธันวาคมกันมากขึ้น ทั้ง รักบี้ลีกของอังกฤษ คริกเกต ในออสเตรเลีย รวมไปถึงบาสเกตบอล เอ็นบีเอ ฝั่งสหรัฐฯ

หากยังจำกันได้เมื่อ 1 ปีที่แล้ว ฟุตบอลกัลโช่ เซเรีย อา ของอิตาลี ก็เคยจัดโปรแกรมวันแกะกล่องของขวัญลงสนามมาแล้วเป็นครั้งแรก และยอดผู้ชมก็เป็นที่น่าพอใจเสียด้วย ทว่าเหตุการณ์เหยียดผิวในเกม อินเตอร์-นาโปลี ก็เป็นหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ผู้จัดยกเลิกเกมบ็อกซิ่งเดย์ในฤดูกาลต่อมา

พูดถึงสถิติในเกมเตะวันแกะกล่องของขวัญ นับตั้งแต่ยุคพรีเมียร์ลีกเป็นต้นมา ทีมที่มีผลงานดีที่สุดคือทีมใดคงเดากันไม่ยากนะครับ เพราะยุคพรีเมียร์ลีก คือยุคทองของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน พวกเขาชนะได้ถึง 20 จาก 25 เกม และเก็บได้ถึง 63 คะแนน เหนือกว่า อาร์เซน่อล และลิเวอร์พูล ที่มีผลงานดีที่สุดในอันดับที่ 2 และ 3

ส่วนทีมที่ผลงานห่วยสุดในเกมบ็อกซิ่งเดย์ หากให้นึกคงอาจจะเดากันไม่ออกครับ เฉลยเลยแล้วกันว่าทีมนั้นคือ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด พวกเขา แพ้ไปถึง 13 จาก 24 นัด เก็บคะแนนได้เพียง 20 แต้ม และมีเปอร์เซนต์ชนะอยู่แค่ 21 เปอร์เซนต์เท่านั้น

เป็นเรื่องบังเอิญที่ทีมสถิติยอดเยี่ยม กับยอดแย่ มีโปรแกรมเจอกันพอดีในบ็อกซิ่ง เดย์ ฤดูกาลนี้ ซึ่งผลที่ออกมาจะเป็นตามสถิติหรือไม่ แฟนผีก็คงต้องลุ้นกันนะครับ