ชวนดูหนัง Lions for Lambs

“ผมมันเป็นคนเห็นแก่ตัว ในช่วงเวลาที่ยากเย็นเช่นนี้ผมยังนั่งนิ่งเฉย ดูลูกศิษย์สองคนที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์ ออกไปอยู่ในสนามรบ พวกเขาไปเพื่อทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ เพื่อทำให้คุณค่าในชีวิตของพวกเขาเพิ่มมากขึ้น” ศาสตราจารย์ สตีเฟ่น มอลลี่

สวัสดีวันจันทร์ หลังผ่านสุดสัปดาห์อันหลากหลายเรื่องราวค่ะ เช้าวันจันทร์แบบนี้เลยขอชวนคุณผู้อ่านดูหนังเก่ากันหน่อยเป็นหนังตั้งแต่ปี 2007 กำกับโดย โรเบิร์ต แรดฟอร์ด ดารานำก็ต้องเป็นโรเบิร์ต เรดฟอร์ม ละค่ะ ข้อความข้างต้นก็เป็นบทของ เรดฟอร์ด ที่รับบทศาสตราจารย์สตีเฟ่น มอลลี่ นั่งคุยกับลูกศิษย์ที่เป็นหนุ่มเจ้าสำราญ ที่ชื่อ ทอดด์ เฮย์ส ซึ่งรับบทโดย แอนดูรว์ การ์ฟีลด์

หนังเรื่องดังกล่าวมีชื่อว่า Lions for Lambs ถ้าแปลให้เข้าใจตามความหมายที่แฝงอยู่ ก็หมายถึงการที่ สิงโตนั้นต้องคอยปกป้องพวกแกะที่อ่อนแอ และ ในหนังเรื่องนี้ก็ต้องการสื่อเช่นนั้น Lions ในหนังเรื่องนี้ไม่ได้หมายถึง นักการเมือง นักข่าว หรือ อาจารย์มหาวิทยาลัย หากกลับเป็น นักศึกษาที่เต็มไปด้วยความสามารถแต่ออกไปตายในสนามรบเพื่อปกป้องคนเหล่านี้ สิงโต ที่ต้องไปตายในสนามรบ ด้วยวิธีของคนขลาดที่นั่งอยู่ในทำเนียบ ในออฟฟิส และ ในมหาวิทยาลัย

ภายนตร์เรื่องนี้มีฉากหลังคือ สงครามในอัฟกานิสถาน แต่เนื้อหาของเรื่อง ตั้งแต่นักการเมืองที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว ซึ่งรับบทโดยทอม ครูซ  พยายามกลบเกลื่อนความกลัวผู้ก่อการร้ายของตนเอง ด้วยนโยบายทางการทหารแบบสายเหยี่ยว ชนิดที่ต้องเลื่อนพลรบนับหมื่นนายเพื่อกำจัดกลุ่มคนที่นักการเมืองคิดว่าจะเป็นภัยต่อสังคมและตนเอง

ส่วนนักข่าวประจำทำเนียบ ที่เป็นคนปลุกปั้นนักการเมือง ซึ่งรับบทโดยเมอรีล สตรีพ ครั้งหนึ่งเคยล้ำเส้นจรรยาบรรณนักข่าวด้วยการผลักดันนักการเมืองอย่างทอม ครูซ ให้ประสบความสำเร็จ พอมาถึงเวลาที่เด็กหนุ่มคนที่ถ่อมตัวเต็มไปด้วยสัญญาคนเมื่อวาน มีอำนาจขึ้นมา นักข่าวก็เป็นเพียงแค่ เครื่องมือในการส่งโฆษณาชวนเชื่อออกสู่สังคม

สุดท้ายคือคนอย่าง ศาสตราจารย์ สตีเฟ่น ที่ใช้ความรู้ความสามารถและการได้ใกล้ชิดกับลูกศิษย์ ในการให้ลูกศิษย์ได้ทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่แทนตัวเขาเอง การสร้างแรงกระตุ้นให้เด็กสองคนในชั้นเรียน คนหนึ่งเป็นเด็กผิวสี และ อีกคนเป็นเด็กเชื้อสายละติน เมื่อเด็กทั้งสองคนจากไปสนามรบ ศาสตราจารย์ สตีเฟ่น ก็เหมือนปลดปล่อยปมของตัวเอง จนเมื่อต้องมาเจอกับ ทอดด์ เฮย์ส ทำให้ศาตราจารย์ สตีเฟ่น ต้องพยายามพูดจากโน้มน้าวให้ลูกศิษย์ทำสิ่งที่ย่ิงใหญ่อีกครั้ง

นักการเมือง นักข่าว และ นักวิชาการตามมหาวิทยาลัย ทั้งหมดนี้คือองค์ประกอบหลักที่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และ สังคมอย่างแท้จริง โดยที่เรื่องแบนี้ไม่ได้อยู่แค่ในสหรัฐอเมริกา แต่เป็นเรื่องระดับสากล ที่ทั่วโลกต่างก็ต้องเผชิญความขัดแยัง ระหว่างกลุ่มการเมือง โดยที่คนได้ผลประโยชน์มากที่สุดคือคนที่อยู่ในอำนาจการเมือง, อำนาจสื่อ และ อำนาจทางความคิด

ภาพยนตร์เรื่องนี้ค่อนข้างหนัก และ ได้รับเสียงวิจารณ์ที่ไม่ค่อยบวกนัก ส่วนหนึ่งเพราะมีบทพูดยาว ตัดสลับไปมาค่อนข้างเยอะ  หากในแต่ละไดอะลอค ของบทสนทนานั้นแฝงไว้ด้วยความหมายอย่างยิ่ง อยากให้ลองนั่งดูด้วยความตั้งใจกันค่ะ แล้วคุณจะเห็นภาพรอบตัวชัดขึ้น โดยที่ไม่ต้องให้ใครมาบอกว่าคุณควรจะสู้เพื่ออะไร จงพิจารณาด้วยตัวเองเพื่อที่ Lions อย่างคุณจะได้ไม่ต้องออกไปตายแทนเจ้าพวกแกะที่ขี้ขลาดอีกต่อไป

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้าค่ะ