วินัยทางการเงินของคนรุ่นใหม่: เก็บเงินเพื่อการใด

จากหลาย ๆ บทความที่กล่าวถึงผลวิจัยเกี่ยวกับการใช้จ่ายของคนรุ่นใหม่ ที่เห็นว่าเหล่าคน Gen Y ใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือยเกินกำลังตน ใช้ชีวิตอยู่บนกระแสนิยมในเรื่องแฟชั่นและความสวยความงามตามเทรนด์ที่เวียนแวะเข้ามา โดยเฉพาะประชากรวัย First jobber ที่กำลังเริ่มต้นมีรายได้เป็นของตัวเอง

ในภาวะที่โลกกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจนหลายคนแทบจะหมุนตามไม่ทัน หลายอย่างก่อตัวเป็นกระแสพัดพาสู่สังคมบ้างก็อยู่ยืดยาวบ้างก็วนเวียนแค่เวลาสั้น ๆ และพัดหายไปในไม่ช้า สิ่งเหล่านี้คือปัจจัยหลักที่จับตัวเกาะกับคนรุ่นใหม่ได้อย่างดี

ด้วยความเปิดกว้างของสิ่งยั่วยวนใจจนเกิดคำฮิตขึ้นมาอย่าง “ของมันต้องมี” เป็นคำติดปากวัยรุ่นและวัยทำงาน ที่คอยเป็นตัวกิเลสกระตุ้นความอยากครอบครอง ซึ่งความเป็นไปทุกอย่างล้วนเป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ในปัจจัยทางด้านเศรษฐกิจและสังคมที่มีผลต่อการวางแผนหรือการใช้ชีวิตของผู้คน ยิ่งในช่วงที่ค่าครองชีพสูงสวนทางกับรายได้ที่ต่ำลง

แต่ในความจริงแล้วคนรุ่นใหม่ หรือคน Gen Y ที่มีประชากรกว่า 14 ล้านคนในประเทศ นั้นหมดเงินไปกับการซื้อ “ของมันต้องมี” จริง ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่สิ่งของที่สร้างรายได้ แต่มั่นใจว่าเป็นของที่มีคุณภาพและคุ้มค่ากับเม็ดเงินที่เสียไป แต่ก็ยังมีเงินออมมีเงินเก็บ ไม่ใช่ใช้เงินจนเกินตัวเพื่อซื้อของสุรุ่ยสุร่ายจนทำให้ตัวเองลำบาก

woman sitting on sofa with MacBook Air

อีกทั้งพฤติกรรมการเงินและทัศนคติของคนรุ่นใหม่นี้นิยมใช้เงินซื้อประสบการณ์ เช่น การท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมในกลุ่มคนวัยนี้ เป็นการหาประสบการณ์ชีวิตใหม่ ๆ เพิ่มความเปิดกว้างของโลกพวกเขาเองซึ่งเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ยินดียอมแลกเปลี่ยน เช่นเดียวกับพฤติกรรมการซื้อของ ซึ่งสรุปได้ว่าหากการใช้จ่ายที่เสียไปคุ้มค่ากับการได้รับกลับมาไม่ว่าในรูปแบบใดทุกคนก็พร้อมที่จะแลก แต่ถึงอย่างไรก็มีการวางแผนเพื่อไม่ให้เกิดความลำบากขึ้นในภายหลังอีกด้วย โดยหลายคนต่างมีความคิดที่เหมือนกันอยู่ว่า ถ้าจะขยันใช้ต้องขยันหาด้วย

และจะเห็นได้ว่าแผนการเงินของคนรุ่นใหม่นั้นมีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละคนล้วนมีเป้าหมายต่างกัน และเปนความจริงที่ทุกคนล้วนต้องดิ้นรนเพื่อแผนที่ตัวเองได้วางเอาไว้ และสาเหตุที่คนรุ่นใหม่ถูกพุ่งเป้าในเรื่องของการก่อหนี้ตั้งแต่อายุยังน้อยอาจเป็นเพราะการปล่อยสินเชื่อหรือบัตรเครดิตที่ง่ายกว่าเมื่อก่อน อย่างไรก็ตามทุกคนล้วนมีแผนการเงินหรือเป้าหมายสำหรับอนาคตที่ชัดเจนอยู่แล้ว