Stand Red คืนชีพให้ปู่บ๊อบ

Stand Red คือโครงการที่ใช้เทคโนโลยีอันล้ำสมัยในยุคปัจจุบัน จำลองใบหน้าและเรือนร่างของ บ๊อบ เพสลี่ย์ ตำนานผู้จัดการทีม “หงส์แดง” ให้กลับมาเดินจับมือกับนักฟุตบอลในยุคปัจจุบันได้ เพื่อเชื่อมโยงปรัชญา ความคิด และอุดมการณ์ อันยิ่งใหญ่ของเขาให้ทอดยาวต่อไปเพื่อเป็นประโยชน์แก่คนรุ่นหลัง

อย่างที่ทราบกันดีว่า นี่คือครบปีที่ 100 ชาติกาลของ เพสลี่ย์ หากเขายังมีชีวิตอยู่ นอกเหนือจากสโมสรจะออกแบบชุดแข่งและนำชื่อและลายเซ็นต์ ของอดีตตำนานผู้นี้ ปรากฏอยู่เสื้อผ้าและสินค้าที่ระลึกของทีมคอลเลคชั่นล่าสุด ยังมีโครงการ Stand Red นำบ๊อบ เพสลี่ย์กลับมาด้วยการทำโมโนแกรม ด้วยข้อมูลที่ใช้ภาพใบหน้าในแต่ละมุมของปูชนียบุคคลผู้นี้กว่าร้อยภาพ มาแกะให้เหมือนตอนเขายังมีชีวิตอยู่ให้มากที่สุด

น่าจะเป็นเทคนิคเดียวกับที่ใช้ในหนังฮอลลีวู้ดอย่าง Fast & Furious หรือ Star Wars ใช้เวลาที่ต้องใช้ดาราที่เสียชีวิตไปแล้ว แต่ยังจำเป็นต้องมีบทบาทในหนังภาคต่อๆไป

ย้อนกลับมาที่โครงการนี้ซึ่งมีประโยชน์มาก เพราะนอกจากจะสร้างความเชื่อมโยงให้กับแฟนบอลรุ่นหลัง นักเตะปัจจุบันแล้ว ยังมีความหมายกับครอบครัวญาติๆหลานๆของ เพสลี่ย์ ด้วย ซึ่งนอกจากจะสร้างความทึ่งในความเหมือนทั้งหน้าและเสียง ยังสร้างความปลาบปลื้มใจ ให้แก่พวกเขาทุกคนที่สังคมยังไม่ลืม คนที่เคยทำประโยชน์ใหญ่หลวงให้กับสโมสร ลิเวอร์พูล

ตัวผมเองเริ่มเชียร์บอลก็สมัยที่ “ปู่บ๊อบ” คุมทีม “หงส์แดง” อยู่นี่แหล่ะครับ จำได้ว่าเขาเป็นกุนซือสไตล์ซือแป๋ คือเก๋าไม่พูดมากแต่มีสายตาที่แหลมคมมาก เคยเปลี่ยนตำแหน่งผู้เล่นอย่าง เรย์ เคนเนดี้ จากศูนย์หน้าให้ลงมาเล่นเป็นมิดฟิลด์ด้านซ้าย เคยเปลี่ยนระบบ 4-3-3 ของลิเวอร์พูล ในอดีต ให้มาเล่นเป็น 4-4-2 จนประสบความสำเร็จ แถมตลอดระยะเวลาที่คุมทีมอยู่ก็ซื้อนักเตะผิดพลาดน้อยมาก ส่วนใหญ่โดนเกือบทุกคน อย่าง เอียน รัช, รอนนี่ วีแลน, เคนนี่ เดลกลิช, แกรม ซูเนสส์

นอกจากนี้เขายังเป็นคนที่ริเริ่มใช้กองหลังลีลาโมเดิร์น (ในยุค 70) เล่นบอลบนพื้นดีๆ รูปร่างไม่ได้ใหญ่โตเป็นยักษ์ปักหลั่นเหมือนแนวรับอังกฤษสมัยโบราณ ปู่บ๊อบ กลับใช้เซ็นเตอร์ฮาล์ฟหุ่นอ้อนแอ้นแต่มีความเร็วอย่าง อลัน แฮนเซ่น ฟิล ทอมป์สัน หรือ มาร์ค ลอว์เรนสัน

ที่สำคัญ บ๊อบ เพสลี่ย์ ยังเป็นมหัศจรรย์แมน ตรงที่รับใช้สโมสรลิเวอร์พูล แบบยาวนาน และหลายบทบาทที่สุด แบบไม่น่าจะมีใครอีกแล้วที่ทำได้อย่างเขา จากเริ่มต้นด้วยการเป็นนักฟุตบอล พอแขวนสตั๊ดแล้วมาเป็นนักกายภาพบำบัด หลังจากนั้นเลื่อนชั้นเป็นโค้ช จนกระทั่งขึ้นมาเป็นมือขวาหรือผู้ช่วยผู้จัดการทีมของบิล แชงค์ลี่ย์ จนกระทั่งที่สุดเถลิงเก้าอี้ผู้จัดการทีม และแม้จะวางมือไปแล้ว ภายหลังยังกลับมาเป็นที่ปรึกษาคอยให้คำแนะนำแก่ผู้เล่น-ผู้จัดการทีมอย่าง เคนนี่ เดลกลิช ตอนรับงานใหม่ๆในยุค 85-86 อยู่อีก 2 ปี

เรื่องราวแบบนี้มีคุณค่า และไม่ควรปล่อยให้หายไปกับกาลเวลา ดังนั้นจึงเกิดโครงการ Stand Red คืนชีพให้ปู่บ๊อบนี้ขึ้นครับ.