จรรยาบรรณสื่อ กับความเป็นมืออาชีพ

สัปดาห์ที่แล้ว การนำเสนอข่าวบางข่าวของบางสำนักข่าว ทำให้เกิดคำถามเรือง จรรยาบรรณสื่ออีกครั้งในโลกออนไลน์ เอาเข้าจริงก็หมายรวมถึงโลกแห่งความเป็นจริงด้วยนั่นแหละค่ะ

เวลาที่มีรูปแบบการนำเสนอข่าวที่มาจากสื่อในโซเชียลมีเดีย หรือ สื่อกระแสหลัก ที่ถูกกำหนดไว้แล้วว่าไม่เหมาะสม ทั้งการเปิดเผยใบหน้าผู้เสียหาย ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในเนื้อหาของข่าว การใช้ข้อความที่เป็นการดูถูกเหยียดหยามผู้อื่น หรือ แม้แต่การใช้วิธีเสี้ยมให้คนทะเลาะกัน โดยหาความจริงอะไรไม่ได้ คำว่า “จรรยาบรรณสื่อ” จะปรากฎขึ้นมาทันที

ในฐานะที่ตัวเองก็เคยอยู่ในสนามข่าวมาก่อน แม้จะอำลามาแล้ว ก็ยังใช้วิธีการที่ถูกสอนเกี่ยวกับจรรยาบรรณสื่อ มาทำในงานปัจจุบันที่เป็นการผลิตเนื้อหา บนแพลทฟอร์มอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นรายการโทรทัศน์ หรือ สื่อในโลกออนไลน์

สิ่งที่ได้รับการสอนจากบรรณาธิการข่าวรุ่นก่อนเกี่ยวกับจรรยาบรรณสื่อนั้น มีหลักสำคัญอยู่ในกี่ข้อส่วนใหญ่แล้วคือการให้ความเคารพต่อผู้เสียหายในข่าว ผู้ที่ได้รับผลกระทบ ไม่เสนอเนื้อหาที่รุนแรง จนกลายเป็นการสร้างความเกลียดชัง รวมไปถึงการตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าวว่ามีความถูกต้องน่าเชื่อถือ  และถ้าแหล่งข่าวพูดคำว่า Off the Record นั่นหมายความว่าในฐานะผู้สื่อข่าวเราไม่มีสิทธิเผยแพร่ แต่เก็บเป็นข้อมูลในการหาข้อมูลเพิ่มเติมได้

การนำเสนอข่าวหากมีผู้เสียหาย ภาพของผู้เสียหายนั้นไม่สมควรถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ ยิ่งถ้าเป็นผู้ที่เสียชีวิต ภาพที่เสียชีวิตห้ามเปิดเผยเด็ดขาดให้นำเสนอแต่ภาพตอนที่เขายังปกติอยู่ ภาพที่เป็นอุบัติเหตุ ไม่นำเสนอความรุนแรงที่เกิดขึ้นในภาพหรือแม้แต่การจำลองสถานการณ์ ที่ปัจจุบันมี คอมพิวเตอร์กราฟฟิกเข้ามาสร้างสีสันก็ไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะทำให้เสมือนจริง เพราะมิเช่นนั้นจะกลายเป็นว่า สื่อได้แสดงวิธีการของความรุนแรงให้เห็น

เหมือนกับกรณีที่ ภาพการดื่มเหล้า ดื่มเบียร์ สูบบุหรี่ ไม่ควรปรากฎในภาพข่าว หรือ ภาพในรายการสด เพราะเท่ากับว่าคุณกำลังทำให้เรื่องผิดปกติกลายเป็นเรื่องปกติ เชื่อหรือไม่ว่าสื่อมีผลอย่างยิ่ง เหมือนในครอบครัว ที่พ่อแม่สูบบุหรี่ ดื่มสุรา ลูกที่เห็นมาตั้งแต่เด็กจะไม่รู้สึกว่าเป็นเรื่องผิด ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วเป็นเรื่องผิดต่อสุขภาพ

อันที่จริงแล้วคำว่า จรรณยาบรรณ สื่อ เป็นเรื่องของความสำนึกในวิชาชีพ ที่หมายถึงการทำงานแบบมืออาชีพ ถ้าจะเอาแต่สร้างอารมณ์ร่วมกับคนดูหวังว่าจะให้เกิดกระแสดราม่า สร้างความสนใจให้ติดเทรนด์ในโลกโซเชียล ก็จะเป็นอย่างที่เห็นกัน เพราะทุกวันนี้ผู้คนไม่เชื่อในข่าวที่มีความจริง กลับเชื่อในข่าวที่ถูกแต่งเสริมเติมแต่ง บางข่าวก็พยายามเสนอทฤษฎีสมคบคิด ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วคุณไม่มีสิทธิไปทำให้คนอื่นเชื่อในแบบที่คุณเชื่อ

เราอยู่ในยุคข้อมูลข่าวสารไปไวตามความเร็วของอินเทอร์เนต แต่เรากลับทำให้ข่าวกลายเป็นเรื่องดราม่า ที่ผู้สื่อข่าว หรือ ผู้ผลิตเนื้อหา พยายามจะใส่อารมณ์ส่วนตัวของตัวเองเข้าไป ถึงวันนี้ เมื่อถูกถามกันเรื่องจรรยาบรรณสื่อ นักข่าวรุ่นใหม่อาจไม่รู้กันแล้ว เพราะแม้แต่การสะกดคำให้ถูกต้อง ยังไม่สามารถทำได้ ทั้งที่ในความเป็นจริง การเป็นเสื่อ การสะกดคำสำคัญมากเพราะคนอ่านสามารถใช้ เนื้อหาของคุณไปอ้างอิงได้

สุดท้ายเลยอยากทิ้งคำถามเอาไว้ว่า “เราจะทำให้อาชีพสื่อตกต่ำด้วยการทำเรื่องสนองอารมณ์คน หรือ จะเป็นสื่อที่ผลิตเนื้อหาเพื่อสร้างปัญญาให้คนอย่างที่ควรจะเป็น”

แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า