เหตุผลที่ “มู” ต้องกลับมา

ศึกพรีเมียร์ลีกดูเหมือนจะขาดอะไรไปบางอย่าง ในยามที่ไม่มียอดโค้ชอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ คุมทีมอยู่ขอบสนาม “The Special One” เขาเคยขนานนามตัวเองไว้อย่างนั้น

ณ เวลานี้กุนซือโปรตุกิสกลับมาแล้วแทน เมาริซิโอ โปเชตติโน่ นำทัพ “ไก่เดือยทอง” ประเดิมสนามบุกไปชนะเวสต์แฮมได้อย่างน่าเสียวไส้ 3-2

ว่าก็ว่าสเปอร์ส คือทีมบิ๊ก 6 ทีมที่ 3 ที่มูรินโญ่ มีโอกาสได้ทำงานด้วยต่อจาก เชลซี และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในอนาคตอยากจะไปให้ครบทุกทีมใหญ่เลยหรือไม่ 55 แต่ไม่ว่าจะไปอยู่ทีมไหนก็ตาม นี่คือสีสันของวงการลูกหนังอังกฤษ เพราะเขาคือซูเปอร์สตาร์ กุนซือที่ไม่ว่าผู้สื่อข่าวสำนักไหนก็อยากสัมภาษณ์ เพราะพูดอะไรออกมาก็ล้วนแล้วแต่ดุเด็ดเผ็ดมัน ขายเป็นข่าวได้หมด

ด้วยทักษะการสื่อสารในวงการฟุตบอล เริ่มต้นจากการเป็นล่ามให้บ็อบบี้ ร็อบสันมาก่อน จึงทำให้เขาสามารถสรรหาคำ หรือประโยคเด็ดๆมาเรียกความสนใจให้แฟนบอลหรือสื่อได้ตลอด ประกอบกับประสบการณ์ที่อยู่ในวงการมายาวนาน ทั้งในฐานะผู้ช่วยโค้ช ผู้จัดการทีม หรือแม้กระทั่งในฐานะนักวิจารณ์หน้าจอโทรทัศน์

ถึงแม้ว่าครั้งหนึ่ง มูรินโญ่ เคยหล่นคำพูดสมัยอยู่อิตาลีว่า งานหนักที่สุดของผู้จัดการทีมในความรู้สึกของเขาคือการรับมือกับสื่อมวลชนก็ตามที

การกลับมาของเขาเที่ยวนี้น่าจับตา เพราะได้พักไปอย่างเต็มที่ 1 ปีเต็มๆ หลังจากแยกทางกับสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถือเป็นการว่างทำงานยาวนานที่สุดหลังจากคุมปอร์โต้มาเลยทีเดียว ช่วงเวลาที่ได้หยุดทุกอย่าง น่าจะทำให้ มูรินโญ่ เย็นลงไป ได้มองโลกในมุมอื่นๆที่กว้างขึ้น

อย่างไรก็ดีการคุมสเปอร์ส อาจถือเป็นโจทย์ที่ท้าทาย เพราะนี่คือครั้งแรกในรอบหลายปีที่ มูรินโญ่ไม่ได้คุมทีมระดับท็อปในด้านงบประมาณ ทรัพยากรของสเปอร์สไม่ได้พรั่งพร้อมสมบูรณ์ขนาดทีมยักษ์ใหญ่ของยุโรป เขาอาจจะไม่สามารถหยิบสมุดเช็คขึ้นมาเซ็นซื้อนักเตะได้โครมๆ เหมือนสมัยคุม เรอัล มาดริด เชลซี หรือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หนำซ้ำยังต้องเจอกับเพดานค่าเหนื่อยที่ไม่ได้สูงเหมือนท็อป 6 ทีมอื่นๆ และการจัดการกับนักเตะที่ใกล้หมดสัญญาอย่าง คริสเตียน เอริคเซ่น, โทบี้ อัลเดอร์ไวเรลด์ และ แยน แฟร์ทองเก้น

แต่ถ้ามองในมุมของสโมสร นี่คือการประกาศเจตนารมณ์ชัดเจนถึงความต้องการลุ้นแชมป์ มิใช่เพียงลุ้นท็อป 4 เหมือนในอดีตที่ผ่านมา และการแต่งตั้งมูรินโญ่ ก็น่าจะมีส่วนทำให้นักเตะเดิมตัดสินใจต่อสัญญากับสโมสรได้ง่ายขึ้น

นี่คือการเดินหมากที่แดเนียล เลวี่ แสดงให้เห็นถึงความทะเยอะทะยานสูงสุด ภายหลังจากสร้างสนามใหม่ระดับความจุ 62,000 คนเสร็จสิ้นมาหมาดๆ เพื่อความสุขและความสำเร็จของสโมสร

แล้วแฟนไก่จะต้องการอะไรมากไปกว่านี้.