ดาวเด่นที่ Graduated จาก Chelsea Academy (ตอนที่ 2)

หลังจากตอนที่แล้วได้กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของอคาเดมี่เชลซีวันนี้ผมจะพาไปพบกับดาวรุ่งที่ Graduatedจากอคาเดมี่เชลซี ซึ่งฝ่าฟันจนได้สัญญานักเตะอาชีพและสามารถทะลุขึ้นชุดใหญ่ได้ รวมทั้ง ดาวรุ่งที่เตรียมจะมาแข่งขันกับแข้งซีเนียร์ในอนาคต

คำว่า Graduatedพวกเราน่าจะได้ยินกันบ่อยจากวง BNK48 ซึ่งสำหรับวงการอคาเดมี่นักฟุตบอลก็ใช้คำว่า Graduatedเช่นเดียวกัน โดยการจบจากอคาเดมี่ส่วนใหญ่นักเตะจะมีอายุราว 17 ปีบริบูรณ์ และถ้าใครฝีมือผ่านเกณฑ์ก็จะได้รับสัญญานักเตะอาชีพประมาณ 4-5 ปี นั่นหมายถึงความมั่นคงในชีวิตและเงินเดือนที่มหาศาลเลยทีเดียว

สัญญาฉบับแรกอาจจะมีค่าเหนื่อยไม่มากนักเมื่อเทียบกับสตาร์ในวงการ แต่ถ้าเทียบกับอาชีพทั่วไปก็ถือว่ามากโข ยกตัวอย่างเช่น ฉบับแรกของดาวรุ่งเชลซีจะได้ค่าเหนื่อยต่อสัปดาห์ราว 25,000 ปอนด์ หรือตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 1 ล้านบาท

หากต่อไปนักเตะฉายแววออกมามากขึ้น หรืออาจถูกยืมตัวไปเล่นให้ทีมต่างๆ แล้วฟอร์มดี เมื่อถูกเรียกกลับมาที่ทีมก็จะมีการปรับเปลี่ยนสัญญาใหม่ด้วยการเพิ่มค่าเหนื่อยให้อีก ตัวอย่างเช่น เมสัน เมาท์พอกลับมาที่เชลซีและเข้าสู่ทีมชุดใหญ่ ก็ได้รับค่าเหนื่อยใหม่อยู่ที่ 75,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 3 ล้านบาท(เน้นว่าต่ออาทิตย์ !!!) บางท่านอาจจะคิดว่าทำไมให้ค่าเหนื่อยดาวรุ่งเยอะจัง

แต่เมื่อเทียบกับการที่จะต้องซื้อนักเตะใหม่ ซึ่งปัจจุบันค่าตัวนั้นก็เริ่มที่ 40-50 ล้านปอนด์ และเมื่อรวมค่าเหนื่อย อีกราวๆ 15-20 ล้านปอนด์ตลอดอายุสัญญา รวมแล้วก็ 55-70 ล้านปอนด์ ทำให้รู้เลยว่าการให้ค่าเหนื่อยดาวรุ่งขนาดนั้น ยังสามารถประหยัดงบสโมสรได้ถึง 40 ล้านปอนด์เลยด้วยซ้ำ

จากนี้ไปผมจะพาไปพบกับดาวรุ่งดวงใหม่ของเชลซี 5 คน ในฤดูกาลนี้ พร้อมสตั๊ดที่เลือกใส่ โดยเริ่มต้นจาก

1. เมสัน เมาท์ กองกลาง สตั๊ด Nike Phantom Vision

ผลงานโดนเด่นขึ้นมาคนแรกยิงให้เชลซีไปแล้ว 4 ประตู  และยิงให้กับทีมชาติอังกฤษอีก 1 ประตู เริ่มแรกถูกจับไปเล่นปีกซ้าย และต่อมาก็ถูกจับกองกลางในตำแหน่งเบอร์ 10 มีจุดเด่นเรื่องการสอดไปยิงประตู และความขยันในการไล่ฟุตบอลในแดนหน้า


2. แทมมี่ อับราฮัม กองหน้า สตั๊ด Nike Mercurial Vapor

ผลงานโดดเด่นตามมาคนที่ 2 คือแทมมี่ในตำแหน่งเบอร์ 9 ของทีม ด้วยผลงานยิงประตูให้เชลซี 10 ลูก และในทีมชาติอังกฤษอีก 1 ลูก เป็นรองดาวซัลโวของลีกในปัจจุบัน มีจุดเด่นเรื่องจมูกไวสามารถเก็บตกลูกยิงในกรอบเขตโทษได้เป็นประจำ


3. ฟิกาโย่ โทโมริ กองหลัง สตั๊ด Adidas Copa 19+

ตอนแรกผลงานไม่โดดเด่นนัก แต่หลังจากปรับตัวได้ ก็สามารถช่วยเกมรับเชลซีได้อย่างดี ทำให้เชลซีเริ่มเก็บคลีนชีทได้มากขึ้นตามลำดับ จุดเด่นของโทโมริคือเป็นกองหลังที่มีความเร็ว  สามารถวิ่งแข่งกับกองหน้าคู่แข่งได้สบาย ความเร็วสูงสุดมากกว่า 34 กม./ชม. ล่าสุดได้ประเดิมลงเล่นให้กับทีมชาติอังกฤษเรียบร้อยแล้ว


4. คัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย ตำแหน่งปีก สตั๊ด Adidas X 19+

ชื่อโอดอยอาจจะคุ้นหูหลายๆท่านเพราะเมื่อฤดูกาลที่แล้วได้ลงสนามพอสมควร แต่ส่วนใหญ่จะเป็นบอลถ้วย และก็มีข่าวว่าบาเยิร์นมิวนิคจะซื้อตัว ก่อนที่จะสยบข่าวด้วยการต่อสัญญาฉบับใหม่ ซึ่งฤดูกาลนี้โอดอยได้ถูกส่งลงในบอลลีกมากขึ้นแล้ว ทั้งตัวจริงและตัวสำรอง แต่ฟอร์มอาจจะยังไม่ดีมากนัก เนื่องจากเพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บได้ไม่นาน จุดเด่นของโอดอยอยู่ที่การครอสบอล และการเลี้ยงบอล เมื่อฤดูกาลที่แล้วครอสบอลให้โมราต้าทำประตูได้หลายลูกทีเดียว


5. รีซ เจมส์ แบ็คขวา สตั๊ด Nike Mercurial Vapor

เจมส์ เป็นนักเตะที่ถูกยืมตัวไปวีแกนเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และมีฟอร์มที่โดดเด่นมาก ในปีนี้ก็เริ่มแสดงความสามารถจนสามารถเบียดฟอร์มกับรุ่นพี่อย่างกัปตันเดฟได้ จุดเด่นของเจมส์อยู่ที่การครอสบอลแม่นยำ และความแข็งแกร่งของร่างกาย โดยนัดล่าสุดสามารถจัดการซาฮาของคริสตัลพาเลซได้อยู่หมัด

ดาวรุ่งที่ขึ้นมาเป็นชุดใหญ่ตอนนี้มีอยู่ 5 คน ตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น แต่…น่าเสียดาย พื้นที่หมดเสียแล้ว เอาเป็นว่าดาวรุ่งที่มีอนาคตเตรียมจะขึ้นชุดใหญ่ เดี๋ยวไปต่อเป็นตอนที่ 3 ในอาทิตย์หน้านะครับ อาทิตย์นี้ขอลาไปก่อนสวัสดีครับ