นี่แค่เริ่มต้น…..จาก Chelsea Academy (ตอนที่ 1)

ถ้าใครที่เชียร์เชลซีจะเคยถูกเหน็บแนมในหลายๆ อย่าง ทั้งจากคนในวงการฟุตบอลเอย นักข่าวเอย จากแฟนทีมอื่นเอย ยกตัวอย่างเช่น ใช้เงินซื้อความสำเร็จไม่มีทางยั่งยืน เป็นสามล้อถูกหวยเพราะมีเศรษฐีมาเทคโอเวอร์ ใช้นักเตะต่างชาติยกทีม เป็นทีมที่ชอบไล่โค้ช เป็นทีมคนแก่ ไม่ชอบปั้นเด็ก ซื้อเด็กมาปล่อยยืม เป็นทีมที่ชอบเน้นเกมรับ

เมื่อก่อนซื้อหนังสือพิมพ์มาอ่านก็จะเจอประมาณนี้ตลอด จนนานๆ เข้าก็ไม่อยากซื้อหนังสือพิมพ์อ่าน แต่ก็ดีเหมือนกันประหยัดไปได้เยอะ ประกอบกับช่วงนี้มีช่องทางให้เสพข่าวของทีมโดยเฉพาะได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ ยูทูป ทวิตเตอร์ จึงเลิกหัวร้อนกับคำพูดต่างๆ เกี่ยวกับทีมไปพอสมควร

เปิดหัวมาขนาดนี้ก็น่าจะพอเดาได้ไม่ยากว่าผมเชียร์ทีมไหน…. วันนี้เลยอยากพูดถึงสิ่งต่างๆ ของเชลซีที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงไปจากคำพูดถากถางที่เห็นในย่อหน้าแรก

“เรื่องของการปั้นเด็กเยาวชน” ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา การที่จะให้เด็กปั้นของเชลซีขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่เลยก็ต้องบอกว่ายากมาก เพราะหนึ่งคือคุณภาพไม่ถึง สองคือนักเตะชุดใหญ่นั้นคุณภาพคับแก้ว สามคือทีมต้องรีบคว้าความสำเร็จเพื่อไล่ตามทีมอย่างแมนยู อาร์เซนอลและลิเวอร์พูลให้ทัน ดังนั้นถ้าเชลซีจะทำเรื่องปั้นเด็ก มันก็ต้องเป็นแผนการที่ต้องใช้เวลาหลายปี ตั้งแต่สร้างศูนย์ฝึกที่มาตรฐาน สร้างทีมงาน และที่สำคัญคือการค้นหาเด็กๆ เข้าโครงการ

แต่ด้วยความจริงจังของเจ้าของสโมสรอย่างโรมัน อับราโมวิช ที่อยากให้สโมสรมีความยั่งยืน เสี่ยหมีจึงลงทุนโครงการอคาเดมี่ของเชลซีก้อนแรกกว่า 20 ล้านปอนด์ ลงไปพัฒนาระบบศูนย์ฝึกที่เชลซีให้ดียิ่งขึ้น นอกจากเงินแล้วก็ยังสละเวลาและความเอาใจใส่ให้กับเด็กๆ เหล่านี้ โดยจะเห็นว่าเริ่มมีรูปนักเตะตอนสมัยเด็กที่ถ่ายคู่กับเสี่ยแบบเป็นกันเอง แสดงให้เห็นว่าโรมันนั้นจริงจังกับโครงการนี้มาก

ไม่กี่ปีหลังจากเริ่มปรับปรุงโครงการ ผลงานของอคาเดมี่ของเชลซีเริ่มแสดงออกมาให้เห็นชัดเจน ทั้งการคว้าแชมป์เอฟเอยูธคัพถึง 7 สมัย และแชมป์ยูฟ่า ยูธ ลีก อีก 2 สมัย รวมทั้งการที่นักเตะจากอคาเดมี่เชลซีไปติดทีมชาติอังกฤษ จนพาทีมคว้าแชมป์โลกรุ่น U17 และ U20 มาครองได้

จากผลงานดังกล่าวเริ่มแสดงให้เห็นว่า เม็ดเงินที่ลงทุนไป เริ่มผลิดอกออกผลให้กับสโมสรและยังส่งผลดีไปถึงระดับชาติอีกด้วย

และในปีนี้ เมื่อทุกอย่างลงตัว ทั้งการที่มีแฟรงค์ แลมพาร์ด เข้ามาคุมทีม และการถูกแบนจากการซื้อนักเตะ ทำให้นักเตะหัวกะทิของอคาเดมี่เชลซีตบเท้าเข้าสู่ทีมชุดใหญ่อย่างต่อเนื่อง และยิ่งไปกว่านั้นผลงานของเด็กจากอคาเดมี่ 4 คน ยังเข้าตาแกเร็ธ เซาท์เกท จนถูกเรียกติดทีมชาติอังกฤษไปอีกด้วย

จากคำว่ากล่าวในตอนย่อหน้าแรก ในเบื้องต้นผมเชื่อว่าเจ้าของสโมสร และคนที่เกี่ยวข้องในสโมสรก็คงรับรู้ในเรื่องนี้ ซึ่งมันก็เป็นข้อเท็จจริง และพวกเขาก็คงไม่ได้อยากเป็นอย่างนั้น แต่ด้วยสถานการณ์หรือแผนการต่างๆ มันต้องใช้เวลา จะให้มาเปลี่ยนแปลงแบบปุ๊บปั๊บ มันก็คงทำไม่ได้ ทุกอย่างต้องใช้เวลา

สำหรับอาทิตย์นี้ขอจบไว้แค่ตรงนี้ก่อน เดี๋ยวอาทิตย์หน้าจะมาคุยต่อเรื่องนักเตะเด่นๆ ของอคาเดมี่ที่ทะลุขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่นั้นมีใครบ้าง และใครจ่อคิวที่จะทะลุขึ้นมาอีก แต่ละคนใส่รองเท้าสตั๊ดตัวไหน เดี๋ยวอาทิตย์หน้าพาไปส่องครับ สวัสดีครับ