VAR ฆ่าผู้ตัดสิน

สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาดูฟุตบอลอังกฤษยุคนี้แล้วก็อดหงุดหงิดกับเทคโนโลยี VAR หรือวิดีโอช่วยตัดสินในเกมไม่ได้ว่า แท้ที่จริงแล้วมันส่วนทำให้ภาพพจน์ของเกมโดยรวมดีขึ้นจริงหรือไม่ ?

ใครที่เคยไปชมการฟาดแข้งพรีเมียร์ลีกถึงขอบสนาม คงอดมีความรู้สึกเห็นใจกรรมการไม่ได้ เพราะต้องตกเป็นเป้าสายตาของแฟนบอลทั้งสองข้าง ลองเป่าไม่ถูกใจเข้าสักนิดเป็นต้องโดนตะโกนแซวตะโกนด่าจากแฟนบอลบนอัฐจันทร์ ต้องบอกว่าเลยว่าความกดดัน ความรับผิดชอบมหาศาลครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเทียบกับค่าจ้างอันน้อยนิด ผิดกับนักบอลที่วิ่งอยู่ข้างๆลิบลับ

สมาคมลูกหนังเมืองผู้ดีคงตระหนักถึงเรื่องนี้ดี จึงนำ VAR เข้ามาช่วย แต่น่าเสียดายตรงวิธีการนำมาใช้กลับกลายเป็นเทคโนโลยีที่ครอบงำผู้ตัดสินเสียมากกว่า

เห็นได้ชัดจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสื่อต่างประเทศมากมาย รวมทั้งนักวิเคราะห์ชื่อดังอย่าง แกรี่ ลินิเกอร์ อดีตศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษ ที่ออกมาสวดยับ ว่าไม่เข้าท่าและมีส่วนลิดรอนอำนาจสิงห์เชิ้ตดำ

บางลูกเป่าว่าได้ประตูไปแล้ว คณะกรรมการ VAR สั่งไม่ให้สกอร์เสียอย่างนั้น เหมือนตบหน้าผู้ตัดสินกลางสนาม ทำการ Against หรือ Overrule คนที่เคยมีอำนาจใหญ่สุดในสนามฟุตบอล แล้วต่อไปใครเขาจะไปเชื่อผู้ใหญ่บ้านเล่า

ผิดกับการใช้งานเทคโนโลยีนี้ในอิตาลี ซึ่งตัวกรรมการจะเป็นผู้คอนโทรลทุกอย่าง จะเลือกใช้เมื่อไหร่ และวิ่งไปดูจอโทรทัศน์ไปตัดสินใจเอง แค่เสียเวลานิดหน่อย อังกฤษยอมไม่ได้ กรรมเวรเลยมาตกอยู่กับผู้ตัดสิน

สิ่งที่ได้เพิ่มมาคือความละเอียดในการวัดจังหวะล้ำหน้า ลากเส้นวัดกันเป็นเซนติเมตร ขยับกันอยู่นั่น แต่เราก็ไม่มีวันทราบชัดเจนเหมือนกันว่าองศาการตั้งจุดลากเส้นกราฟิกที่พิจารณากันอยู่นั้น อยู่ในมุมที่เชื่อถือได้ขนาดไหน

ทุกอย่างมันไม่ชัด และไม่สะดวกเหมือนโกล์ไลน์เทคโนโลยีที่อังกฤษเคยริเริ่มนำมาใช้ก่อนใครแล้วเวิร์ค แต่ VAR ทำให้เคลือบแคลงเสียอารมณ์ พอทีมไหนทำประตูได้ ก็ยังเฮไม่ได้เลย ต้องรอทีมงาน พิจารณาก่อนว่าขาวสะอาดจริงหรือไม่ เสร็จแล้วต้องรอดูสกอร์บอร์ดชี้ขาด

สรุปแล้วทำลายทั้งผู้ตัดสินและความมันส์ของเกม หวังว่าจบฤดูกาลพรีเมียร์ลีกคงพิจารณาวิธีการใช้เทคโนโลยีนี้ใหม่ ให้สิงห์เชิ้ตดำกลางสนามกลับมามีสิทธิ์ขาดอีกครั้ง จะเลือกดู VAR เมื่อไหร่ค่อยเรียก ไม่ใช่มาดูพร่ำเพรื่อซี้ซั้วแบบนี้