เขาว่าผมคือ ผู้ร้าย “SG-Pro”(ใจไม่ถึงห้ามดู แต่มีประโยชน์มาก ควรศึกษา)

หลังจากเหตุการณ์อุบัติเหตุของอังเดร โกเมส ในสนามระหว่าง เอฟเวอตัน-สเปอร์ ทาง บก.ของเว็บไซต์ได้ติดต่อผมมาให้ช่วยศึกษาเหตุการณ์นี้หน่อยว่า “มีสาเหตุมาจากปุ่มสตั๊ดที่เป็นปุ่มยาว ทำให้เท้ายึดพื้นแน่นและล็อคข้อเท้าจนหักหรือไม่”

พอได้โจทย์มาแบบนี้ ผมก็ตอบโอเค เดี๋ยวจะหาข้อมูลมาแสดงให้ผู้อ่านได้ชมกัน ซึ่งผมก็ได้ภาพเหตุการณ์มาอย่างละเอียดในช่วงจังหวะตั้งแต่โดนปะทะจาก ซน ฮึง-มิน จนถึงช่วงที่ แซร์จ ออริเยร์ เข้าปะทะในดาบสอง

ก่อนจะเข้าประเด็นสำคัญขอปูพื้นเรื่องคำว่าปุ่มยาวนิดนึง ปุ่มยาวเป็นคำติดปากที่ใช้เรียกปุ่มสตั๊ดชนิดปุ่มเหล็ก ที่จะมีลักษณะยาวกว่าปุ่มทั่วๆไป ซึ่งในสากลจะเรียกว่าปุ่ม SG เหมาะกับสนามที่มีพื้นนุ่มหรือสนามที่ฝนตก มักใช้ในสนามกีฬาอาชีพในยุโรป ช่วยในการเกาะพื้นสนามไม่ให้ลื่นไถลเวลาล็อคบอลหรือเปลี่ยนทิศทางการวิ่ง

ส่วนชื่อ SG-Proนั้นเป็นชื่อปุ่มที่ทางไนกี้ได้ตั้งขึ้นมาเพิ่มเติม เพราะได้พัฒนาชุดปุ่มสตั๊ดให้มีการผสมผสานระหว่างปุ่มเหล็กและปุ่มพลาสติกเพื่อสร้างการตอบสนองให้ดียิ่งขึ้น ดังที่โชว์ในรูป โดยรองเท้าที่อังเดร โกเมส ใส่ลงสนามนั้นคือรุ่น Nike Phantom Vision Elite SG-Pro

คำเตือนของการใช้งานของสตั๊ดปุ่ม SG ก็เหมือนกับคำเตือนของน้าติง เวลาน้องๆ หนูๆ ดูมวยปล้ำ เพราะเวลาเห็นเขาเล่นดูปลอมๆ แต่เขาก็ต้องฝึกซ้อมมาอย่างดี ไม่งั้นก็อาจจะบาดเจ็บหนักได้

ดังนั้นรองเท้าสตั๊ด SG ก็เหมาะกับมืออาชีพเท่านั้น ไม่เหมาะกับนักกีฬาสมัครเล่น แม้สภาพสนามจะเละแค่ไหนก็ตาม เพราะสามารถทำให้บาดเจ็บขั้นรุนแรงได้

ต่อไปจะขอกล่าวถึงเหตุการณ์ดังกล่าว โดยมีรูปประกอบคำอธิบาย

จังหวะที่ 1 เริ่มจากอังเดร โกเมส แตะบอลหนีจาก ซน ฮึง-มิน.

จังหวะที่ 2 ซน ฮึง-มินกระโดดสไลด์มาจากด้านหลัง โดนยื่นขาซ้ายออกมาพร้อมกับอังเดร โกเมส ก้าวขาขวาลงพื้นพอดี

จังหวะที่ 3 การสกัดด้วยขาซ้ายของซนนั้นดูธรรมดาไม่ถึงกับทำให้โกเมสล้มได้ แต่ขาขวาของซนที่ตามมาซ้ำอีกจังหวะนั้นเริ่มทำให้ขาขวาของอังเดร โกเมสที่กำลังจะก้าวไปข้างหน้ามีอาการบิดออกไปจากองศาปกตินิดนึง

จังหวะที่ 4 เมื่อโกเมสเสียสมดุลโมเมนตัมของร่างกายจึงเริ่มล้ม แต่จะไม่ได้ไปด้านหน้าแบบตรง เขาล้มออกมาทางด้านขวา ซึ่งน่าจะเกิดจากจังหวะที่ 3 ที่เท้าบิด ร่างกายจึงพยายามเอียงล้มไปทางขวา เพื่อให้ข้อเท้าไม่บาดเจ็บและในจังหวะนี้เองที่โกเมส เริ่มเห็นว่าแซร์จ ออริเยร์เริ่มจะเข้าปะทะ

จังหวะที่ 5 โกเมสจึงเริ่มล้มโดยพยายามยั้งตัวเองไม่ให้พุ่งไปด้านหน้าเพราะไม่อยากปะทะกับแซร์จ ออริเยร์และเท้าสองข้างเริ่มสัมผัสพื้น โดยมุมของข้อเท้าลงในองศาปกติ

จังหวะที่ 6 ผมพยายามซูมดูรูปและคาดว่า แซร์จ ออริเยร์ น่าจะหลับตาเข้าบอล แบบดับเครื่องชน ถึงแม้จะเข้าโดนบอล แต่การหลับตาเข้าบอล มันมีโอกาสสูงที่บาดเจ็บทั้ง 2 ฝ่าย

จังหวะที่ 7 จังหวะสำคัญที่ทำให้โกเมสบาดเจ็บก็คือจังหวะนี้ ขาทั้ง 2 ข้างของแซร์จ ออริเยร์ หนีบขาขวาของโกมสไว้ ทำให้ไม่อาจเคลื่อนไหวไปไหนได้เลย ด้วยแรงโมเมนตัมของโกเมส บวกกับแรงเข้าปะทะของแซร์จ ออริเยร์ก็ทำให้อังเดร โกเมส ได้รับบาดเจ็บอย่างหนักที่ข้อเท้า

จังหวะที่ 8 ยิ่งทำให้ทุกอย่างเลวร้ายขึ้น เมื่อแซร์จ ออริเยร์ ทั้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงบนขาของโกเมส

ถึงแม้ในภายหลังเราจะเห็นอากัปกิริยาของทั้ง ซน ฮึง-มินและ แซร์จ ออริเยร์แสดงอาการขวัญเสีย ซึ่งแสดงถึงว่าเขาทั้งสองไม่อยากให้สิ่งนี้เกิดขึ้น เขาไม่มีเจตนาทำร้าย แต่ก็พูดได้เต็มปากว่าสิ่งนี้คือความประมาทอย่างมาก ที่ส่งผลต่อเพื่อนร่วมอาชีพได้

การเข้าบอลจากด้านหลังของ ซน ฮึง-มิน นั้น เป็นการเข้าบอลที่แม้จะดูไม่หนัก แต่อันตรายมาก ไม่แปลกใจที่กรรมการจะควักใบแดงไล่ ซน ฮึง-มิน ออกจากสนาม

ส่วนการเข้าบอลดาบสองของ แซร์จ ออริเยร์ นั้นยิ่งแล้วใหญ่ เป็นการเข้าบอลหนักในจังหวะติดๆ กัน ทำให้คู่ต่อสู้ไม่สามารถป้องกันตัวอะไรได้เลย

และจากโจทย์ของ บก.ที่ได้ตั้งไว้ข้างต้น ขอตอบเลยว่า “ปุ่มยาวนั้น ไม่ได้เป็นสาเหตุของการบาดเจ็บในครั้งนี้ เนื่องจากสาเหตุหลักของการบาดเจ็บนี้คือการเข้าปะทะที่ประมาท และถึงแม้จะเปลี่ยนเป็นปุ่มอะไรก็ตาม ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บครั้งนี้ได้”

ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต