[รีวิว] ดิวไปด้วยกันนะ – ทางเลือกของคนไม่มูฟออน

บทความนี้เปิดเผยเนื้อหาของภาพยนตร์อย่างหนักหน่วง เตือนแล้วนะ!

บรรยากาศเหงา ๆ หนาว ๆ ของปลายปีก็กลับมาอีกแล้ว ถ้าจะให้เลือกระหว่าง หาอะไรทำคลายเหงา กับ ขยี้ความเหงาให้มันหนักกว่าเดิม เราจะเลือกอะไร ?

มีภาพยนตร์หนึ่งเรื่องที่เรารู้สึกว่าเข้ากับช่วงเวลาเหงา ๆ หนาว ๆ ปลายปีมาก ๆ นั่นคือ ดิวไปด้วยกันนะ อีกหนึ่งผลงานของ มะเดี่ยว ชูเกียรติ ผู้กำกับฝีมือดีเจ้าของผลงานที่ยังคงอยู่ในใจเราตลอดกาลอย่างรักแห่งสยาม กลับมาขยี้บรรยากาศปลายปีด้วยภาพยนตร์ที่จะต้องฝังอยู่ในใจผู้ชมกันอีกครั้ง

เรื่องย่อ

บรรยากาศสงบปนเหงาในปางน้อย เมืองเล็ก ๆ ในภาคเหนือเมื่อพ.ศ. 2539 และความสัมพันธ์ที่เริ่มต้นของ ภพ และ ดิว เพื่อนสนิทที่เริ่มมีความรู้สึกดี ๆ เกิดขึ้นมากกว่าเพื่อน ในยุคและสังคมที่ยังไม่ยอมรับความรักแบบเพศเดียวกัน ด้วยความรักที่ยังคงไม่ได้รับการยอมรับทำให้ทั้งสองคนมีเหตุต้องห่างกันไป

23 ปีผ่านไป ภพกลับมาเป็นครูในโรงเรียนเก่าของตัวเอง ทำให้คิดถึงความทรงจำเก่าของตัวเองกับดิว และได้เจอกับ หลิว นักเรียนที่มีหลาย ๆ อย่างเหมือนดิว ทำให้ภพพยายามจะรื้อฟื้นอดีตของตัวเองเพื่อแก้ไขความรู้สึกผิดในหลาย ๆ อย่างที่ยังคงติดอยู่ในใจของเขา

ใครที่เป็นแฟนภาพยนตร์ของมะเดี่ยว ชูเกียรติ หรือประทับใจในภาพยนตร์รักแห่งสยาม คงต้องคาดหวังกับเรื่องนี้อยู่ไม่มากก็น้อยแหละ เพราะผลงานมาสเตอร์พีซแบบนั้นติดอยู่ในใจทุกคนแม้ว่าจะผ่านไปเป็น 10 ปีแล้ว แต่เรารู้สึกว่าสองเรื่องนี้ไม่สามารถเทียบกันได้ด้วยเงื่อนไขหลาย ๆ อย่าง

เพราะดิวไปด้วยกันนะเป็นหนังรีเมกจากภาพยนตร์เกาหลีที่ชื่อ Bungee Jumping of Their Own เมื่อปีพ.ศ. 2544 เป็นเรื่องของ ซูอินอู และ แทฮี ที่มีความรู้สึกดี ๆ ต่อกัน แต่มีเหตุการณ์ให้ต้องจากกันและไม่ได้พบกันอีกเลย จนเมื่อเวลาผ่านไปหลายปี ซูอินอู ได้มาเป็นอาจารย์และได้พบเจอกับ ฮยอนบิน เด็กนักเรียนที่ทำให้อินอูคิดถึงคนรักเก่า ทั้งสองคนจึงเกิดความผูกพันและเกิดเป็นความรักแบบที่จะเรียกว่ารักต้องห้ามก็ได้

เมื่อเทียบดูแล้วเวอร์ชั่นเกาหลีดูจะสมเหตุสมผลกว่าในหลาย ๆ เรื่อง ด้วยเป็นความรักของครูกับลูกศิษย์แถมยังเป็นผู้ชายทั้งคู่ เป็นความรักแบบที่ไม่มีทางได้รับการยอมรับจากในประเทศเกาหลีใต้เมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว จุดจบของเรื่องจึงดูมีความเป็นไปได้มากกว่าเวอร์ชั่นไทย

แต่คุณค่าของเรื่องดิวไปด้วยกันนะยังมีรายละเอียดอะไรหลาย ๆ อย่างที่เป็นเอกลักษณ์แบบที่ดูแล้วต้องอินมาก ๆ

บรรยากาศภาคเหนือในปีพ.ศ. 2539 ที่ทำออกมาได้ถึงจนเราคิดถึง

ทั้งบรรยากาศเก่า ๆ ของเมืองเล็ก ๆ เมืองหนึ่งในภาคเหนือ เมืองที่ใครทำอะไรก็รู้กันทั้งเมือง วิถีชีวิตของเด็กที่ต้องเข้าตัวเมืองเพื่อไปเรียนพิเศษ เพลงที่ฟังกันในสมัยนั้น การคุยกันผ่านเพจเจอร์ เสื้อผ้าหน้าผมในยุค 90 บรรยากาศในโรงเรียนมัธยมที่ที่เราจะต้องคิดถึงไม่ว่าเราจะเป็นคนยุคไหน

ถึงแม้ว่าคอนเท้นท์เกี่ยวกับยุค 80-90 ในตอนนี้จะมีให้เราเห็นจนชินตา แต่เรื่องนี้ก็ทำออกมาได้เป็นธรรมชาติมากเรื่องหนึ่งจนเราไม่รู้สึกขัดอะไร แถมในพาร์ทอดีตยังเป็นเรื่องราวที่สวยงามที่สุดในเรื่องนี้อย่างปฏิเสธไม่ได้

ประเด็นเรื่องการรักเพศเดียวกันที่หนักหน่วงกว่าเรื่องอื่น ๆ

ไม่เพียงการเน้นประเด็นที่ว่าการรักเพศเดียวกันเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วยังไม่ได้รับการยอมรับอย่างเดียว แต่ยังมีประเด็นโรคเอดส์ระบาดโดยเฉพาะในกลุ่มของชายรักชาย ทำให้โรงเรียนปางน้อยออกกฎให้คนที่มีความเบี่ยงเบนทางเพศต้องไปรับการฝึกอบรมกับทหารอีกด้วย มันเริ่มทำให้เราเห็นความอึดอัดตั้งแต่เริ่มเรื่องกับประเด็นหนัก ๆ นี้ คนที่แสดงออกชัดเจนก็จะโดนแกล้งจากเพื่อน ๆ ส่วนคนที่ยังไม่แสดงออกก็ไม่กล้าที่จะเปิดตัว หรือแม้แต่การต้องออกไปฝึกกับค่ายทหารจนดึกเพื่อแก้พฤติกรรมเบี่ยงเบน แสดงให้เห็นว่าการรักเพศเดียวกันยังคงเป็นเรื่องที่ผิดในสังคม

หรือจะเป็นการโดน Bully จากเพื่อน ๆ เมื่อรู้ว่าดิวชอบผู้ชายเหมือนกัน การไม่ได้รับการยอมรับจากครอบครัวลามไปจนถึงการแตกหักกันในที่สุด ถึงแม้ในปัจจุบันจะดีขึ้นแล้ว แต่เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วทำให้เห็นว่ามันยังเป็นปัญหาใหญ่มากจริง ๆ จนหลายเรื่องผ่านไปอย่างไม่สามารถแก้ไขอะไรได้อีก

อีกประเด็นหนัก ๆ อย่างเรื่องของศีลธรรม ความถูกต้อง และความรัก ด้วยความที่ภพแต่งงานมีครอบครัวแล้ว แต่เมื่อกลับมาเจอคนที่ทำให้คิดถึงอดีต ก็ทำทุกอย่างเหมือนว่าจะรื้อฟื้นเรื่องที่ฝังอยู่ในใจ แถมยังเป็นความรักของครูกับลูกศิษย์ที่ไม่สามารถมองแค่ความรักอย่างเดียวได้ แต่ต้องมีความถูกต้องเข้ามาเกี่ยวด้วย

นักแสดงทุกคนมอบการแสดงที่ทรงพลังให้เราได้ชมทั้งเรื่อง

ต้องโทษนักแสดงเลยแหละที่ทำให้คนดูไม่มูฟออนไปไหนซักที (ฮา) เพราะไม่ว่าจะเป็นนักแสดงวัยรุ่น หรือจะรุ่นใหญ่ก็มีจุดปล่อยของที่ยังฝังอยู่ในใจคนดู ไดอาล็อคที่ฟังแล้วต่อมน้ำตาแตก

ภพ ตอนวัยรุ่น (นนท์ ศดานนท์) – ความเป็นธรรมชาติ ความสดใหม่ในฐานะนักแสดงทำให้ตัวละครภพเป็นตัวที่ทำให้เราหลงรักได้ไม่ยาก คาแรคเตอร์นิ่ง ๆ ที่ได้รับอิทธิพลจากความเป็นครอบครัวคนจีนที่เข้มงวด ทำให้ภพเหมือนจะไม่มีมนุษยสัมพันธ์ แต่ความจริงแล้วก็ยังคงเป็นคนอารมณ์อ่อนไหวและความสับสนตามประสาวัยรุ่นทั่วไปเหมือนกัน ฉากที่อิมแพคที่สุดในพาร์ทอดีตของภพคงเป็นตอนที่ภพมีปากเสียงกับพ่อและตัดสินใจหนีออกจากบ้าน เป็นฉากระเบิดอารมณ์ที่ปล่อยความอึดอัดที่ต้องทนมานานได้น่าสงสารมาก ๆ ฉากหนึ่ง

อีกฉากน้อยแต่มากของภพก็คือตอนที่รู้ว่าดิวไม่อยู่แล้ว การไม่ยอมรับความจริง ความรู้สึกผิดที่คิดว่าตัวเองคือสาเหตุที่ทำให้ดิวต้องตาย เป็นความอึดอัดที่แสดงให้เราเห็นแบบไม่ฟูมฟายแต่น่าสงสารและติดอยู่ในใจมาก ๆ

การแสดงของนนท์ทำให้เรารู้สึกว่า พี่มะเดี่ยวเจอช้างเผือกอีกคนหนึ่งแล้ว

ดิว (โอม ภวัต) – ดิวเป็นตัวละครที่สดใส เป็นคาแรคเตอร์ที่ใครดูก็ต้องเอ็นดูและหลงรัก และเมื่อเจอเรื่องกระทบจิตใจก็ไม่แปลกใจเลยที่จะทำให้เรารู้สึกเห็นใจมาก ๆ ในสิ่งที่ดิวต้องเจอ หลายเหตุการณ์ที่ดูไม่ใช่ความผิดของดิว เพียงแต่ตัวตนของเขาไม่ได้เป็นไปตามสิ่งที่สังคมสมัยนั้นกำหนดไว้ก็เท่านั้นเอง

ถึงแม้ว่า โอม ภวัต จะเป็นนักแสดงที่มีผลงานมาแล้วหลายเรื่อง แถมส่วนใหญ่เป็นเรื่องชายรักชายเสียด้วยซ้ำ แต่ในบทบาทของ ดิว โอมก็สามารถทำออกมาได้เป็นตัวของตัวเองในแบบที่ไม่ติดภาพจากเรื่องอื่นเลยแม้แต่นิดเดียว

ภพ (เวียร์ ศุกลวัฒน์) – แทบไม่ต้องบรรยายอะไรแล้วด้วยประสบการณ์และความสามารถของเวียร์ แต่สำหรับเรื่องนี้สิ่งที่ทำให้เราประทับใจมาก ๆ คือเวียร์สามารถทำให้เราเชื่อได้จริง ๆ ว่าเป็นคนเดียวกับภพตอนวัยรุ่น ไม่มีฉากไหนที่ขัดตาเลยแม้แต่นิดเดียว

ถ้าจะให้เลือกฉากพีค ๆ ของเวียร์อาจจะยากมาก เพราะทำคนดูน้ำตาไหลพรากตั้งแต่ฉากที่นั่งดูภาพของดิว แค่นั่นเอง ไม่มีอะไรเลย แต่สายตาที่ทำให้เราเชื่อได้ว่าคิดถึงจริง ๆ ไปจนถึงฉากที่กลับไปหาดิวในที่ที่เคยไปด้วยกัน ฉากที่เหมือนจะปลดล็อคทุกอย่างแต่ความจริงแล้วภพก็ยังออกจากความทรงจำเก่า ๆ นั้นไม่ได้

หลิว (ปั๋น ดริสา) – คาแรคเตอร์ของหลิวคือเด็กที่โตเกินวัย เป็นไทป์ของคนที่ครูจะต้องจับตามองเป็นพิเศษเพราะรู้สึกว่าเป็นเด็กเกเร (ซึ่งก็เกเรจริง ๆ นั่นแหละ) ความรู้สึกว่าตัวเองแตกต่างจากคนอื่นแต่ก็ยังอยากเป็นคนทั่วไปอย่างคนอื่น และอะไรบางอย่างที่ยังคงค้างอยู่ในใจแบบที่ตัวหลิวเองก็หาคำตอบไม่ได้

อร (ญารินดา) – ถึงแม้จะไม่ค่อยมีบทบาทอะไรที่เกี่ยวกับตัวละครอื่นมาก แต่เราก็รู้สึกได้ว่าอรเป็นตัวละครที่ซัพพอร์ทภพได้ดีมาก ๆ เป็นคนที่มีความเข้าใจ จัดการกับตัวเองได้ดี เป็นคนที่รู้และเข้าใจเหตุการณ์หลาย ๆ อย่างได้โดยไม่ต้องพูด

หรือแม้แต่ครูของภพและดิวที่อยู่มาตั้งแต่ทั้งสองคนเป็นเด็กจนภพได้กลับมาเจออีกครั้ง ก็ยังสร้างความประทับใจให้เราได้ด้วยประโยคหนึ่งประโยคที่ต้องทำให้ใครหลาย ๆ คนน้ำตาไหลพรากแน่ ๆ

ภาพจาก Facebook : CJ MAJOR Entertainment

แต่ใช่ว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะไม่มีบาดแผล ยังมีหลายจุดที่เรารู้สึกว่าไปได้สุดกว่านี้ เล่าได้มากกว่านี้ และจะทำให้คนดูผูกพันมากกว่านี้ อย่างความสัมพันธ์ในอดีตของภพและดิวที่น่าจะโดนหั่นออกไปไม่น้อยด้วยความเหมาะสมของเวลา หรือการเล่นกับความเชื่ออย่างการกลับชาติมาเกิด ซึ่งเอาเข้าจริงแล้วยากมากที่จะทำให้คนเชื่อได้ภายในครึ่งเรื่อง เพราะดูเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก แถมการกระตุ้นตัวละครให้จำเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้ก็ดูจงใจมากไปในหลายครั้ง จนทำให้คนที่อินในพาร์ทอดีตมาแบบเรายังรู้สึกขัดนิดหน่อย

เพลงประกอบภาพยนตร์หลายเพลงที่น่าจะเน้นได้มากกว่านี้ อย่างเพลงก่อน – Moderndog ที่น่าจะเป็นเพลงพีคของเรื่อง แต่โผล่มาน้อยมาก หรือเพลงเนื้อหากินที่ความหมายดีมาก ๆ อย่างเพลงรุ้ง – OMD ก็มีแค่ท่อนเดียว แต่เอาเข้าจริงมาแค่นี้ก็น้ำตาพรากกันทั้งโรงแล้ว

จุดไฮไลท์ Climax ของเรื่องอย่างการกระโดดบันจี้จัมพ์ ที่ไม่ได้ทำให้เชื่อมากพอว่าตัวละครมีความสนใจจริง ๆ จนต้องเลือกทางเดินแบบนั้นในตอนจบของเรื่อง เลยทำให้เรารู้สึกว่าประเด็นมันอ่อนกว่าที่ควรจะเป็น แต่ก็เป็นจุดที่ทำให้เห็นว่ากล้าเล่นให้แตกต่างจากเรื่องอื่น ทำให้กลายเป็นหนังรักที่ไม่ธรรมดาเรื่องหนึ่งเลย

สำหรับใครที่คาดหวังว่าดิวไปด้วยกันนะจะเป็นหนังชายรักชายคงจะผิดหวังนิดหน่อยด้วยหลายปมที่อยู่ในเรื่อง พาร์ทที่มีทั้งดิวและภพในอดีต พาร์ทปัจจุบันที่กลายเป็นภพกับหลิว แต่มันคือหนังรักแบบที่ไม่เลือกเพศ ไม่เลือกวัย เพราะความผิดพลาดในอดีตที่ทำให้ตัวละครเลือกทางที่คิดว่าดีที่สุดในตอนนี้ มุ่งไปกับความรักอย่างเต็มที่เพราะไม่อยากจะสูญเสียไปอีก

หลายประเด็นในเรื่องนี้ทำให้เป็นหนังที่หากชอบก็ชอบไปเลย แต่ถ้าไม่ชอบก็คงไม่ชอบไปเลยเหมือนกัน จึงเป็นอีกเรื่องที่อยากให้เข้าไปพิสูจน์ด้วยตัวเองว่าเราจะเลือกเชื่อและอินไปกับสิ่งที่ภาพยนตร์นำเสนอหรือเปล่า

สุดท้ายแล้วหลังจากดูเรื่องนี้ เราก็ขอให้ความรักได้เป็นเรื่องของคนสองคนซักที